ฟอนต์ฟอรั่ม ดาวน์โหลดฟอนต์ | บทความ | ฟอรั่ม | เกี่ยวกับเรา
13 ก.พ. 2012, 09:23 น. *
ยินดีต้อนรับจ้ะ ขาจร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสาวก
ส่งอีเมลยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ร้านสกรีนเสื้อ
ข่าว: นี่มันเว็บฟอนต์ ไม่ใช่เว็บติ่งนะครับ fuc yea
   หน้าแรก   คุ้ยกระจู๋ เข้าสู่ระบบ สมัครสาวก  
  พิมพ์  
ผู้เขียน กระจู๋: โรงเรียนในอุดมคติ  (อ่าน 37860 ครั้ง)
0 สาวก และ 1 ขาจร กำลังดูกระจู๋นี้
ผมคือ L (Lolicon)
แมงกลิ้งขี้
*
จิตพิสัย 2
โพสต์: 7
อีเมล ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 00:05 น.)
ดูแล้วอยากกลับไปเรียนบ้างจัง...แก่แล้วยังรับมั๊ยนะ   อืมมมมห์

อ่านแนวคิดเรื่องการศึกษาของหลายๆท่านแล้วก็อยากให้เข้าไปเป็นรัฐมนตรีกันจัง อนาคตลูกหลานผมคงสนุกกว่านี้แน่ๆ  เกย์ออก



ปล. ถ้าจะตั้งรัฐบาลกันมาเรียกด้วยนะครับ ผมก็มีอาวุธลับทางปัญญาที่อยากจะเอาไปกราดยิงใส่ประชาชนตาดำๆทั้งประเทศ
อยู่เยอะพอตัวเหมือนกัน  ฮี่... รัฐบาลเงายังมีได้ เดี๋ยวเจอรัฐบาลฟ้อนบ้าง
บันทึกการเข้า

จุดยืนของคนเราคือส้นตีน!!! คำนี้ความหมายลึกนะ...
มังกร
******
จิตพิสัย 928
โพสต์: 6208
เว็บไซต์ อีเมล ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 06:16 น.)
ชีวิตนี้ตูจะรอเก้อเป็นนายก  หมีโหด~

อบต.เหรอครับ หมีโหด~

MV สมัยที่ตูดู ก็อันนี้แหละ
ไม่รู้อันเดียวกับของบักเก้อหรือเปล่า

Another Brick in the wall part2
<a href="http://www.youtube.com/v/M_bvT-DGcWw" target="_blank">http://www.youtube.com/v/M_bvT-DGcWw</a>

ก็สมัยที่อัลบั้มนี้ออกมา ก็ตอนปี 1979
เกือบสามสิบปีแล้ว ที่คนอังกฤษเค้าคิดเรื่องนี้กัน

ก็เป็นนิมิตหมายอันดี
ที่พวกเราตอนนี้ได้ตั้งคำถามกัน
ก็ต้องรอพวกเราคนใดคนนึง หรือหลายๆคน
มีโอกาสได้เข้าไปทำงานการเมืองที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้
แล้วก็อย่าลืมบวกไปอีกสามสิบปี

แต่ตูไม่ได้บอกว่า ระบบการศึกษาของอังกฤษมันดีนะ
ปัจจุบัน คนอังกฤษ แม่งไม่สนใจเรียนกันเท่าไหร่หรอก
เพราะเนื่องจากรัฐบาลเลี้ยงดู
แถมพวกถ่อยสถุล ไร้ความรับผิดชอบ ก็มีอยู่เยอะแยะ
ต่างจาก ป้าๆ ลุงๆ สมัยก่อน
ที่เป็นผู้ดี๊ ผู้ดี อังกฤษ สุภาพและฉลาด
ทั้งๆ ที่การศึกษาก็แค่มัธยมบ้านเรา เท่านั้นเอง
คือการศึกษาน้อย แต่เข้าใจโลก
และมีแนวคิดที่ดี รู้จักรับผิดชอบตัวเอง
มีส่วนร่วมกับสังคม

ก็ต้องดูกันต่อไป สำหรับประเทศไทย
แต่ตราบใด ที่ยังให้ไดโนเสาร์
มาบริหารประเทศอยู่ ก็อาจจะต้องบวกไปอีกร้อยล้านปี  เอือม


อันนี้แหละครับที่ดู
ตอนม.4 เสิร์ชไปเจอในยูทูบ เลยได้ดูครั้งแรกครับ
ดูแล้วหลอนมาก ลองดูถึงตอนผลิตนักเรียน แบบว่าใช่เลย
เราถูกผลิตออกมาเป็นแค่อิฐก้อนหนึ่งบนกำแพง

ถ้าผมรู้จักเต่าตั้งแต่ตอนนั้น คงชวนกันไปพังโต๊ะแล้ว


บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
ดรากอนบอลครบเจ็ดลูก จะได้พบกับเทพเจ้า
มังกร
******
จิตพิสัย 1105
โพสต์: 40927
แฮร่~
BuobMarley Buob_Marley เว็บไซต์ ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 10:29 น.)
ตอนม.สี่สาบานได้ว่าตูยังไม่รู้จักยูตูบเลย

รู้จักแต่เว็บสนุก หรรษา ไอซีคิว เพิร์ช
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
ขี้เกี้ยม
**
จิตพิสัย 1
โพสต์: 53
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 17:48 น.)
โรงเรียนหรือว่ารีสอร์ตคะ สวยมากๆ  เจ๋ง
บันทึกการเข้า

เด็กใหม่ค่ะ
เดอะวาฬ
******
จิตพิสัย 255
โพสต์: 4385
อีเมล ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 17:50 น.)
พี่เก้อ ม.4 มันมี youtube แล้วเหรอ  งง
ตอนนั้นผมยังเตะบอลอยู่เลย 555
บันทึกการเข้า
วิวัฒนาการเป็น
เดอะวาฬ
******
จิตพิสัย 291
โพสต์: 3666
mode: สบาย ๆ
เว็บไซต์ ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 18:29 น.)
กำลังจะถามเลย
บันทึกการเข้า

บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting
เทพเจ้า
มังกร
******
จิตพิสัย 227
โพสต์: 11237
โลกร้อน ก็เปิดแอร์สิ!
istyle NuttyI เว็บไซต์ ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 21:36 น.)
ผมรู้้จักคุณหลอดตอนมันถูกแบนนี่แหละครับ  ง่ะ

เอ๊ะไม่ดิ ตอนที่กูเกิลซื้อตะหาก เพราะชอบตามข่าวกูเกิล

แต่ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

วันดี
ขาจร


อีเมล
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 22:02 น.)
สวัสดีค่ะสมาชิกทุกท่าน
ไงละ.. ขึ้นต้นให้โบราณ จะได้ไม่เสียภาพของครู(ที่หลายๆ คนนิยามไว้) -.-

เพื่อนส่งลิงค์มาให้ดู เห็นว่าถกเถียงกันน่าสนใจ(บ้างไม่น่าสนใจบ้าง) ก็เลยทำเครื่องหมายว่าต้องมาตอบกระทู้นี้เสียหน่อย เป็นกระทู้ที่ยาวมากๆ ใช้เวลาจริงๆ -.- ที่อยากจะมาร่วมแจมเพราะเป็นคนหนึ่ง ที่เคยเป็นครูในโรงเรียนลักษณะทางเลือกแบบนี้มาก่อนค่ะ (จริงๆ เรียกว่า "ทางเลือก" ก็ได้ แต่ถ้าเอาให้ตรงใจ ก็แค่โรงเรียนที่มีวิธีการเรียนการสอนไม่เหมือนเดิมก็เท่านั้น) เท่าที่อ่านดูก็มีคำให้จับประเด็นแจมอยู่ดังนี้

ความแตกต่างของเด็กๆ / วิธีการสอน / ผลผลิต / การปรับตัว / การเป็นที่ยอมรับ / การสอบ / การปลูกข้าว / ค่าเล่าเรียน / บทสนทนาในห้องเรียน

แค่คีย์เวิร์ดก็เล่นเอากุมขมับ เยอะจริง!
แต่ในเมื่ออยากจะมาคุยด้วยคน ก็คิดว่าจะเขียนแจมตอบให้ครบทุกเรื่องค่ะ

สำหรับตัวเอง ขอเกริ่นก่อนว่าแต่ดั้งเดิมไม่ได้เรียนครุศาสตร์ และทำงานมาหลายอย่างก่อนจะมาเป็นครู ที่เลือกไปเป็นครู เพราะอยากทำงานที่เราชอบจริงๆ ให้อะไรกับสังคมจริงๆ และเห็นว่าความถนัดของเรา น่าจะพอนำไปใช้กับการเป็นครูในโรงเรียนที่สมัครไปได้ โรงเรียนที่เคยสอนไม่ได้เน้นวุฒิครู (ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เท่าที่เห็น คิดว่าข้อดียังมากกว่า เพราะการรับคนที่มีใจจะทำงานครูนั้นสำคัญกว่ามาก) ลักษณะการเรียนการสอนของที่โรงเรียนจะเป็นการสอนโดยพุทธวิธี บวกกับเทคนิกอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้โลกของเด็กในยุคปัจจุบัน ถึงจะไม่เคยทำงานสอนเด็กมาก่อน แต่ก็ตัดความกังวลไปได้ส่วนหนึ่ง เพราะทางโรงเรียนจะมีการฝึกและพัฒนาครูอย่างสม่ำเสมอ (พัฒนาทุกด้าน ทั้งกายและใจ ละไว้ก่อน เดี๋ยวยาว -.-) ประสบการณ์การสอนไม่นานนักค่ะ ประมาณสองปี และก็ไม่ได้นิ่งอยู่ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งนานนัก(อีก) คือได้สอนทั้งในส่วนอนุบาล ประถมศึกษา และงานส่วนกลาง (ไปคำนวนกันเอาเองนะคะว่าจัดเวลาอย่างไรในการทำงานในระยะเวลาสองปี ตัวเองก็อึ้งนิดๆ พอมองย้อนไป ฮ่าๆ แต่มีความสุขกับงานพอสมควรค่ะ เรียกว่ามากที่สุดในทุกอาชีพที่เคยทำมาก็ได้) ตอนนี้เป็นช่วงขอพักการสอน มาทำกิจส่วนบุคคล เรียกว่าเกิดอุบัติเหตุทางอาชีพ เลยมีเวลามาตอบกระทู้ ;P

เวลาตอบขอไม่แยกประเด็นนะคะ เพราะว่าหลายๆ เรื่องมีความเชื่อมโยงกันอยู่ในตัว เห็นพูดถึงเรื่องการสอบกัน เรื่องนี้จากประสบการณ์(อันรวบรัด) คิดว่ามีความสำคัญอยู่บ้างค่ะ โดยเฉพาะเรื่องแรงจูงใจและการฝึกให้นักเรียนเข้าใจคำว่า "กติกา" "ความท้าทาย" "การตั้งเป้าหมาย" "การแข่งขัน(กับตัวเอง)" แต่เนื่องจากเด็กๆ มีความแตกต่าง ดังนั้นจึงควรเปิดให้การสอบมีหลายๆ แบบ กล่าวคือ ครูต้องหาวิธีวัดผลที่เหมาะกับเด็ก พูดให้ลึกเข้าไปอีก ก็เช่น แม้ว่าเด็กจะเป็นเด็กเรียนรู้ช้า เขียนไม่ได้ หรือเป็นดาวน์ซินโดรม ก็ควรจัดการวัดผลให้เหมาะกับเขา  ถ้าเขียนไม่ได้ก็ใช้วิธีถามคำถาม คุยกัน วาดภาพ เล่าเรื่อง หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้ว่านักเรียนคนนี้เข้าใจสิ่งที่เรียน การหักหารกำลังใจด้วยการสอบตก ไม่ใช่แนวทาง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องสอบผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน ต้องหาทางปรับปรุงแก้ไข เพราะโลกนี้ไม่ง่าย

เท่าที่เคยสอนมา ยังไม่เคยเจอนักเรียนที่ไม่เก่งเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนมีความสามารถ มีข้อเด่นในตัวเองทั้งนั้น อยู่ที่เราจะเอาอะไรไปวัดความเก่งของเด็ก คนที่เขียนหนังสือช้ามากสามารถเล่นฟุตบอลได้ดี (แบบสาวกรี๊ด) คนที่ไม่มั่นใจในตัวเองในการพูดสามารถร้องเพลงได้เพราะมาก คนที่พัฒนาการไม่สมวัย เป็นคนที่มีน้ำใจที่สุดและเป็นที่รักของเพื่อนๆ จัดเรียงเลขได้ดี ช่วยเหลือครูได้ดีกว่าเพื่อนๆ หลายๆ คน เด็กที่สอนยากที่สุด คือเด็กขาดกำลังใจ การขาดกำลังใจทำให้กระทบไปหลายเรื่อง ทำให้เป็นคนดื้อได้อย่างร้ายกาจ เป็นคนขี้งอนท้อแท้ ทั้งๆ ที่มีความสามารถอยู่ในตัวเยอะแยะไปหมด

การสอนในโรงเรียน เราจะสอนหลายๆ แบบ ห้องเรียนจะมีหลายแบบ คืออาจจะเรียนในห้อง นอกห้อง ในแปลงเกษตร ใต้ต้นไม้ ปูเสื่อ เลคเชอร์ ในโรงอาหาร ในห้องเรียนของน้องๆ อีกชั้นเรียนหนึ่ง จัดฐานกิจกรรม ให้รุ่นพี่มาสอน ฯลฯ ว่าไปคือทุกที่ทุกสถานการณ์สามารถนำมาใช้เรียนรู้ได้ทั้งนั้น เราจะเน้นเรียนเพื่อให้เด็กรู้จักการแก้ "ทุกข์" ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างให้เหมาะกับยุคนี้ ตอนนี้เรื่องภาวะโลกร้อน เป็น "ทุกข์" ก้อนใหญ่ที่เกิดในสังคม เราก็จะเรียนเลขเรื่องสถิติการใช้ไฟฟ้า เดินสำรวจการใช้ไฟในโรงเรียน ห้องไหนใช้ไฟเยอะ น้อย ใช้เปลือง ใช้ไม่คุ้มค่า จดบันทึกตามกระบวนการ(ที่ไม่ซีเรียสนัก) ให้เหมาะกับวัย และนำไปใช้ได้จริง เรียกว่า "วิชาชีวิตมาก่อนวิชาการ" จริงค่ะ ถ้าวิชาชีวิตไม่ผ่าน สอนวิชาการไปก็ใช้ไม่เป็น คงเคยได้ยินใช่ไหม "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด"

พูดไปจะยาวมากๆ และคงไม่ละเอียดด้วย -.- ถ้าใครสนใจหลักสูตรที่เคยสอน เข้าไปอ่านได้ค่ะ ยุ่งยากหน่อยนะ พอดีโพสลิงค์ไม่ได้ เลยขอให้เข้าไปเสิร์จใน google กันเองนะคะ ใส่คีย์เวิร์ดว่า "หลักสูตร เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" จะเจอลิงค์หลักสูตรการสอนค่ะ (แหม่ .. อย่างกับเล่นเกมนักสืบ - -') จะเป็นไฟล์ PDF หลักสูตรของประถมฯ มีทั้งหมด ๑๒ บทเรียน ที่เรียงต่อกัน เรียนแล้วสนุก และครอบคลุมเนื้อหาของกระทรวงครบทุกสาระ เป็นการนำมาเรียงใหม่เท่านั้น (เหมือนดูหนังยาวๆ) ไม่ได้เรียนกระจัดกระจายเป็นบทๆ แบบตอนสมัยเราเด็กๆ ซึ่งเื้อื้อให้เรียนแล้วลืมได้ง่ายมาก -.-

อ่านจากหลายๆ ความเห็น สะดุดกับคำว่า "ผลผลิต" น่าเสียดายค่ะ หากเราจะมอง "มนุษย์" เป็นเพียงผลผลิตของสังคม เพราะหากมองกันให้ดี อีกหน้าที่หนึ่งของมนุษย์ คือ "การสร้างสังคม" ด้วย เนื่องจากโรงเรียนที่เคยสอนเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ คำถามที่ตัวเองได้ยินบ่อยที่สุดคือ "เรียนไปแล้ว เด็กจะไปแข่งขันได้หรือ? จะไม่โดนรังแกหรือ? จะปรับตัวเข้ากับสังคมได้หรือ? จะเป็นที่ยอมรับของสังคมหรือ?" แต่ก็เข้าใจ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่มีคำถามแบบนี้ (คนเมืองไม่ถามแบบนี้สิแปลก) .. เรื่องนี้ขอตอบว่า.. หาก "มนุษย์" มีปัญญา ไม่ต้องกลัวว่าจะแข่งขันไม่ได้ เพราะ "คนดี" ไม่ได้แปลว่า "คนโง่" คนดีในความหมายที่แท้คือคนฉลาด เป็นคนเข้าใจโลก ปรับตัวได้ดี (เด็กหลายคนปรับตัวดีกว่าครูอีก -.-) เรื่องโดนรังแกนี้ไม่เคยกลัวเลย เพราะจากที่เห็นเอง เด็กๆ น่าจะเป็นที่รักของเพื่อนๆ มากกว่าเป็นที่น่ารังแก ส่วนเรื่องการแข่งขันกับการปรับตัวนั้น ขอยอมรับว่าหวังให้เป็นลักษณะ "แข่งเท่าที่ควรแข่ง ปรับตัวเท่าที่เหมาะสมจะปรับตัว" การเป็นคนในสังคม ไม่ได้หมายถึงการเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกับสังคมเสียทั้งหมด ไม่อย่างนั้นประเทศเราก็ไม่ต้องมีผู้นำกันแล้วค่ะ

คนในสังคมมีอยู่หลายกลุ่ม เราไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนทุกกลุ่ม แต่เราแค่เข้าใจทุกกลุ่มได้ในระดับหนึ่ง และรู้จัก "เลือก" ที่จะทำตัวในแบบของตนเอง ในแบบที่เหมาะสม หรือคบหากับกลุ่มที่เหมาะกับตนเอง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว คิดแบบนั้นไหมคะ? คนเราไม่ได้อยู่แบบเดียว มองเข้าไปในสภาก็ได้ (ส่วนตัวยังเชื่อว่า ยังมีนะ คนในสภาที่ไม่เหมือนคนอื่นน่ะ เพียงแต่เขาจะทำอย่างไรให้ไม่โดนกลืน)

เรื่องค่าเล่าเรียน.. นี่แหละ เมื่อในโลกนี้ยังต้องใช้เงินซื้อของ ต้นทุนการเรียนการสอนแบบนี้จึงไม่ต่ำนัก (เท่าที่ถาม บางคนบอกว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับโรงเรียนอินเตอร์ บางคนบอกว่าแพงถ้าเทียบกับโรงเรียนไทยทั่วไป) แต่สำหรับคนทำงานครูมาก่อน คิดว่า "อาจจะสูง แต่ไม่แพง" เพราะดูจากค่าใช้จ่ายแล้ว ค่อนข้างมากอยู่ ในระดับประถมฯ มีนักเรียนห้องละไม่เกิน ๓๐ คน ครูประจำชั้น ๒ คน และครูประจำวิชาต่างๆ มีการเรียนนอกสถานที่บ่อยมากๆ และมีรูปแบบการเรียนที่ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์ แต่ก็มีบ้างเหมือนกันค่ะ ที่โลกของเราไม่ต้องพึ่งเงิน บางกรณีจะมีผู้รู้ มีผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจ ปราชญ์ชาวบ้าน หรือคนที่อยากจะทำประโยชน์สละเวลามาให้ความรู้ มีผู้ปกครองมาช่วยสอน ซึ่งจุดนี้ ถือว่าเป็นความมีน้ำใจที่ส่งกันไปมาระหว่างโรงเรียนกับสังคม -/\-

เรื่องปลูกข้าวนี่อย่าพูดเป็นเล่นไป เด็กๆ จะเรียนเรื่องข้าวกันตั้งแต่ ป.๓ (หยั่งเชิงกันตั้งแต่อนุบาลก็มีนะคะ) ก็จะไปทำนากันที่ต่างจังหวัด เด็กๆ สนุกมาก และก็เข้าใจคำว่า "กระดูกสันหลังของชาติ" ได้เข้าเนื้อกว่าเรียนจากตำรา หากใครคิดว่าอยากให้ลูกมาอยู่สบาย เท้าไม่ติดดิน คงต้องย้ายโรงเรียน ฮ่าๆๆ เรื่องการใช้ชีวิต คิดว่าเด็กๆ ไม่แพ้ใคร เพราะในแต่ละวัน ต้องทำงานหลายอย่าง รวมถึงการดูแลเรื่องอาหารและล้างจานกันเองด้วย เด็กบางห้องมีหน้าที่ล้างจานและเสิร์ฟน้ำให้ครูในช่วงพักกลางวัน ในขณะที่เด็กจะได้เรียนรู้ทักษะบางอย่างที่มาจาก "ภูมิปัญญาชาวบ้าน" เช่น การนวดให้พ่อแม่ รู้จักสมุนไพร ผลิตน้ำหมักชีวภาพ การทำอาหาร ฯลฯ .. เรียกว่าเยอะแยะ จนครูอาย คิดว่าถ้าเกิดสงคราม ครูคนนี้คงตายก่อนเด็ก -.-

ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนจะเป็นแบบ "กัลยาณมิตร" (ใจจริงไม่อยากใช้คำแปลกๆ แต่ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร เพราะมันมากกว่าคำว่า "เพื่อนที่ดีต่อกัน" เสียอีก) เราก็ทำตัวให้เหมาะกับการเป็นครู พยายามเข้าใจและพูดคุยกันด้วยเหตุผล และที่สำคัญคือ เป็นตัวอย่าง เพราะเห็นมาเยอะเลยว่า นักเรียนในชั้นมักมีบุคลิกใกล้เคียงกับครูประจำชั้น ตอนสอนประถมฯ ช่วงแรกๆ ก็ค่อนข้างเครียด เพราะกลัวทำได้ไม่ดี อยู่ดีๆ ก็มีลูกตั้ง ๒๖ คน เวลาหลับก็ฝันเห็นหน้าลอยมาเต็มไปหมด ทั้งหน้าคุณพ่อคุณแม่ และหน้าเด็กๆ ก็ต้องปรับตัวระยะหนึ่ง ยอมรับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก หากเคลียร์หลายอย่างลงตัวและหาโอกาสได้ก็คงจะกลับไปสอนอีกค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ โลกนี้ไม่มี perfect dad, perfect mom, perfect teacher.. เช่นเดียวกัน เราทุกคนต้องเรียนรู้ ไม่ใช่แค่เด็ก ตัวครูเองก็ต้องเรียนรู้ ตัวพ่อแม่ และแม้แต่โรงเรียนเองก็ต้องเรียนรู้ สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือ "พวกเราเดินไปด้วยกัน" หากใครสนใจทำงานสอน บอกได้เลยค่ะ ยินดีต้อนรับเสมอ ถ้าถือศีล ๕ ได้พอไหว เดี๋ยวขอเสนอตัวพาไปสมัครเองเลย ;) ครูหายากมากๆ ค่ะ ขอย้ำ!!

แท้จริงแล้ว เรื่องการศึกษาของประเทศ ไม่ได้จำกัดความรับผิดชอบอยู่ที่ใครที่ไหนเลยค่ะ จริงอยู่ "หัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก" (เอ๊ะ ยกตัวอย่างแบบนี้จะโดนไหมเนี่ยะ -.-) คือ โดยส่วนตัวก็ตำหนิรัฐนะ ตำหนิที่ทำหน้าที่ "นำ" ได้ไม่ดีพอ แต่ว่าอีกหลายๆ ส่วนก็อยากให้คนในสังคมมองให้กว้างกว่าคำว่า "กระทรวงศึกษาธิการ" เพราะเวลาในการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยส่วนใหญ่ไม่ใช่เรียนรู้จากกระทรวง แต่เขาเรียนรู้จาก "สังคม" ส่วนตัวก็เลยคิดว่า ในเมื่อกระทรวงฯ ทำได้ไม่ตรงใจ และเราไม่ได้ทำงานกระทรวงฯ เราจะทำอะไรได้บ้าง? .. คำตอบที่ได้สำหรับตัวเองคือ "ไปเป็นครู" "ไปลงมือส่วนที่เราทำได้"

พูดแบบนี้ ไม่ได้แปลว่า "ทุกคนต้องไปเป็นครู" แต่กำลังจะบอกว่า "เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด" และอย่าลืมว่า ถึงแม้คุณจะไม่ได้เป็นคุณครูในโรงเรียนของเขา แต่คุณทุกคนเป็นตัวอย่างที่เขาเห็น และอาจจะทำตามได้ง่ายที่สุด คุณเป็นตำรวจแบบไหน นักการเมืองแบบไหน นักธุรกิจแบบไหน นักวิพากษ์วิจารณ์แบบไหน เด็กๆ เขาก็เห็นกันทั้งนั้น คุณยกย่องอะไร เด็กๆ เขาก็ยกย่องแบบคุณ คุณชอบวัตถุนิยม เด็กๆ ก็ชอบได้เหมือนกัน คุณพูดว่า "ดีเนอะ ไปทำงานนี้แล้วดี รวย ได้เงินเยอะ สาวๆ รุมล้อม สาดดด.." เด็กๆ เขาก็ฟังแล้วเขาก็คิด ถ้าเขาคิดก็ดีไป แต่ถ้าเขาฟังมากๆ จน "เชื่อ" และ "ไม่คิดอีกต่อไป" ถ้าเขาไม่มีสติปัญญา ก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย อย่าลืมเรื่องพวกนี้นะคะ ส่วนตัวคิดว่าสำคัญมากๆ และคิดว่ามาพูดที่นี่น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

อ้อ อีกหนึ่งข้อ การสอนแบบฝรั่งก็ไม่ใช่ทางออกค่ะ
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ

เมื่อยมือมาก พิมพ์ซะยาว ขอขอบคุณ -/\-

ปล.๑ เคยรู้ความหมายของคำว่า "เรียบร้อยโรงเรียนจีน" มาแบบที่คุณ ชชช บอกค่ะ เหมือนคุ้นๆ ว่าฟังทางวิทยุ และฟังจากคนรุ่นพ่อค่ะ
ปล.๒ ยังไม่ได้ไปงาน + iNDi แต่เคยเห็นภาพในแกลลอรี่ของคุณฉึ่ง เพิ่งรู้นะเนี่ยว่างานที่มีหน้าเยอะๆ คือผลงานของคุณแอนน์ ชอบงานค่ะ แจ่มดี
บันทึกการเข้า
ดรากอนบอลครบเจ็ดลูก จะได้พบกับเทพเจ้า
มังกร
******
จิตพิสัย 1105
โพสต์: 40927
แฮร่~
BuobMarley Buob_Marley เว็บไซต์ ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 22:11 น.)
กรี๊ดครับ กรี๊ดดดดด
แปลกใจทำไมไม่มีคนตอบ อ่านไปยิ้มไป อ่านจบก็ยังยิ้มอยู่

ยิ่งทำให้คิดว่าเป็นโรงเรียนในฝันจริงๆ ครับ ไหว้

ทำไมครูไม่สมัครสาวกเสียเลยครับ จะบวกให้แรงๆ เลย ปลื้ม
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
วันดี
ขาจร


อีเมล
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 22:15 น.)
บอกตามตรง.. กลัวคำว่า "กระจู๋" ค่ะ
เฮ้อ -.-
ปล. พูดจริงนะ คำนี้ทำให้คิดอยู่นานว่าจะเข้ามาตอบดีหรือเปล่า -.-
เกรงใจนักเรียน เผื่อนักเรียนมาอ่านเจอ แต่เอาเถอะ รักจะเป็นครู จะไปกลัวทำไมกับคำว่า "สังคม" ๕๕๕
บันทึกการเข้า
ดรากอนบอลครบเจ็ดลูก จะได้พบกับเทพเจ้า
มังกร
******
จิตพิสัย 1105
โพสต์: 40927
แฮร่~
BuobMarley Buob_Marley เว็บไซต์ ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 22:20 น.)
"กระจู๋" ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
muju ♥
มังกร
******
จิตพิสัย 498
โพสต์: 5709
(- v -)+*
nattpapat อีเมล ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 22:22 น.)
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ โลกนี้ไม่มี perfect dad, perfect mom, perfect teacher.. เช่นเดียวกัน เราทุกคนต้องเรียนรู้ ไม่ใช่แค่เด็ก ตัวครูเองก็ต้องเรียนรู้ ตัวพ่อแม่ และแม้แต่โรงเรียนเองก็ต้องเรียนรู้ สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือ "พวกเราเดินไปด้วยกัน" หากใครสนใจทำงานสอน บอกได้เลยค่ะ ยินดีต้อนรับเสมอ ถ้าถือศีล ๕ ได้พอไหว เดี๋ยวขอเสนอตัวพาไปสมัครเองเลย ;) ครูหายากมากๆ ค่ะ ขอย้ำ!!
^
^
^
รอเรียนจบก่อนได้ไหมมมมมม อยากสอนศิลปะเด็ก  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า
muju ♥
มังกร
******
จิตพิสัย 498
โพสต์: 5709
(- v -)+*
nattpapat อีเมล ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 22:23 น.)
"กระจู๋" ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ
ูู
^
^
^
ตั้งแต่สมัครจนปัจจุบัน ไม่เคยพิมพ์คำนี้เลยล่ะ  ไอ้มืดหมี
บันทึกการเข้า
วัว
***
จิตพิสัย 14
โพสต์: 584
๐การเดินทางไปสู่จุดสิ้นสุด๐ใช้คำว่า๐หยุด๐เท่านั้น๐
เว็บไซต์ ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 22:25 น.)
 กร๊าก กร๊าก
บันทึกการเข้า

๐ความรักไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต๐แต่ความรักทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด๐
สวัสดี
จอมพลัง
*****
จิตพิสัย 1298
โพสต์: 25078
ลูกชาวนา ฝึกกระบี่
www.twitter.com/kree_oo เว็บไซต์ ออฟไลน์ ออฟไลน์
ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ (04 มี.ค. 2008, 22:26 น.)
 ยิ้มน่ารัก  ลองอยู่ไปซักพัก จะรู้สึกว่า  คำบางคำก็เป็นได้แค่เพียงบัญญัติ   จะรู้สึกปล่อยวาง และไม่คิดถึงเรื่องความหมายที่รู้กันแม้จะมีสิ่งเร้า  ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคะนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทให้ขาดดิ้น ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื้อยังเหลือใ
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 [8] 9 10 11 12 13 14 15 ... 26   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
ขอบคุณ SMF Forum