(อันนี้จริงจังนะ)
ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า โลกที่ทุกคนมีการศึกษา(ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม)
มันจะดีกว่าการไม่มีการศึกษาซะเลยมั้ย
ปัญหาหนึ่งของทุนนิยมคือเราป้อนคนได้เยอะๆ แต่มันก็ไม่ครบ
และมีคนถูกกดขี่ ชนชั้นที่ต่ำกว่าจะขึ้นมาสู่โลกของชนชั้นอันมีจะกินได้
ก็ด้วยการศึกษา (จริงมั้ยครับ) เมื่อทุกคนต้องการการศึกษา เพื่อจะได้มีกินๆ
การศึกษาก็เลยเปลี่ยนจากคุณภาพไปเป็นปริมาณเสียส่วนหนึ่ง
(เราจะเอาครูมาจากไหน?/เราจะเอาเงินจากไหนมาจ้างครู?)
สุดท้ายแล้วเราให้การศึกษากับทุกๆ คน เพื่อให้มีความรู้ เพื่อให้มีงานดีๆ เงินเยอะๆ ไม่ได้
เพราะเราละทิ้งรากของเราไปเกือบหมดแล้ว (ดูโหมโรงครับ แล้วจะสะเทือนใจ)
ในเมื่อรับทุกอย่างมาจากตะวันตก (ในสมัยพวกมันล่าอาณานิคม)
เพียงเพื่อไม่ให้เสียดินแดนไป แต่เราก็กลายเป็นอาณานิคมทางความคิดของเขาไปหมดแล้วนี่ไง
เรารับเค้ามาวางบนพื้นฐานของสังคมที่เข้ากันไม่ได้
เหมือน Antibody เลือดกรุ๊ป A จับกับ Antigen ของ B ตกตะกอน แล้วตาย
ที่ผมโพสอยู่นี่ก็ราก วิธีคิดแบบฝรั่งทั้งนั้น ทุกคนอยากได้ อยากมี เชื่อในระบบ และการแข่งขันแบบทุนนิยม
การศึกษาก็ออกมารูปนี้แหละครับ ไ่ม่มีใครไปปฏิรูปมันได้หรอก
ผมว่าในฟอนต์ชอบมองว่าผมเป็นมากร์ซิส (สังเกตจากอวาตาร

)
จริงๆ แล้วผมไม่เชื่อในคอมมูนิสม์ หรือศรัทธาว่าทุนนิยมจะเลี้ยงทุกได้นะ
ถึงผมจะค่อนข้างงี่เง่า และไม่ได้ล้ำลึกขนาดไฮเด็กเกอร์ แดริดา พี่เก้อ หรือกำนันแม้น
แต่ผมเชื่อว่าแนวคิดที่มนุษย์จะอยู่กันได้โดยทุกข์น้อยที่สุด (หมายความว่าผมไม่เชื่อในยูโทเปียด้วย)
คือคิดแบบพุทธศาสนาครับ
จริงๆ ผมน่าจะหัดอ่านพระไตรปิฎกตั้งนานแล้ว

ผมไม่น่าโพสยาวเลยให้ตายเหอะ

แต่ผมรู้จักโรงเรียนแบบนี้อีกที่นึงนะ เค้ามีอะไรประมาณนี้แหละ
ให้เด็กทำอาหารเอง แล้วก็ไม่มีเครื่องแบบ อารมณ์ประมาณอันนี้เลย
เค้าเชิญพ่อไปสอนประวัติศาสตร์ให้เด็ก ม.ปลาย
ซึ่งผมว่ามันดูเป็นการศึกษาแบบที่เราฝันกันจริงๆ
แต่ก็ไม่แน่ใจครับ ว่าจบออกมาเจอโลกเฮงซวย คนเฮงซวยแล้วจะรับได้แค่ไหน
เป็นอีกคำถามนึงครับ เราควรจะให้เด็กๆ เผชิญกับความเฮงซวยตั้งแต่ตอนไหน
แรกเกิด? อนุบาล? ประถม? มัธยม? มหาวิทยาลัย?
เจอเร็วก็ต้องมีคนดูแล ไม่งั้นก็เสียผู้เสียคน เจอช้าหน่อยก็อาจจะฆ่าตัวตาย
คิดแล้วอยากไปเปิดร้านตัดผม กรีดคอลูกค้าเล่น
แล้วเอาเนื้อไปทำพาย
