ต่อๆ ภาค 2

///
โบว์ทำขายตรงประคองส่งน้องชายคนเดียว
จนเบียร์เรียนจบเกียรตินิยมและได้ทุนเรียนโทควบเอก
ส่งบ้านได้หลายเดือนแต่สุดท้ายก็ไม่รอด
เพราะไอ้ขายตรงที่ทำอยู่เนี่ยไปไม่ไหว เลยต้องเลิกส่งบ้านไป
พร้อมกับรอว่าเมื่อไหร่จะมีจดหมายมายึดอีก

คือโบว์เลือกที่จะต้องส่งเบียร์ให้จบเป็นอย่างแรกด้วยแหละ เรื่องอื่นไว้ทีหลัง
พอหยุดขายตรงโบว์ก็มองหาอาชีพอื่น เอาล่ะว๊าเอาไงดี
คือจะไปทำงานประจำแ่ด้วยภาระของเราไม่พอแหงมๆเพราะก็ได้เต็มที่ 10,000-15,000
ด้วยความที่เป็นลูกหลานแม่ค้า น้าก็เลยแนะนำงั้นขายของไหม
เลยรับเครื่องสำอางเพื่อนน้ามาขายตามตลาดนัด
แล้วก็เริ่มสนใจธุรกิจรับทำเสื้อ (ก่อนทำเสื้อเคยไปเป็นหางานให้โรงพิมพ์ที่นครปฐมด้วย)
หน้าที่คือ เหมือนเซลล์ที่ร้านน่ะค่ะ คือไปติดต่อว่ามหาลัยไหน คณะไหนจะทำสมุดทำหนังสือ
ก็ติดต่อรับงานไปให้โรงพิมพ์ แล้วขอเปอร์เซ็นต์เค้าหรือบวกไป
แต่ไม่ค่อย work งานโรงพิมพ์ค่อนข้างจุกจิก แล้วก็กำไรไม่ค่อยดีเลยต้องเลิกไป
หันมาจับธุรกิจรับทำเสื้อกับขายเครื่องสำอางควบคู่กันไป
ตอนนั้นเรื่องหนี้นอกระบบของพ่อกับแม่ โบว์บอกเลยว่า หยุดก่อนเลยนะ
บอกพ่อกับแม่ว่าหยุดเลย เรื่องดอกเบี้ยนี่ไม่ต้อง เพราะให้ไปเยอะแล้ว
ที่ล้มทุกวันนี้เพราะเอาเงินไปส่งดอกเบี้ยเนี่ยแหละ
เลยบอกบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายว่า ขอหยุดนะคะตอนนี้พ่อกะแม่หมดตัวแล้ว
หนูเนี่ยเป็นคนจ่ายทุกอย่างในบ้าน ไว้มีแล้วค่อยใช้นะคะ
(พูดมันหน้าด้านๆแบบนี้แหละ) บอกว่าพี่ ป้า ลุงไม่ต้องมาด่านะคะ
เพราะด่ายังไงก็ไม่มีให้ แต่เค้าก็ยังด่าอยู่ดี

บางคนยอม บางคนไม่ยอม
สุดท้ายก็ยอมทุกคน เพราะกำขี้ดีกว่ากำตดคือเค้าได้เงินต้นคืนก็ยังดีกว่าไม่ได้
เดือนไหนถ้ามีเงินเหลือจากค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ก็ผ่อนเป็นเจ้าๆไป เจ้านี้เดือนละ 1,000 เจ้านั้นเดือนล่ะ 2,000 เพราะเราเอาเค้ามายังไงก็ต้องใช้
(ทุกวันนี้ใช้ไปเป็นแสนแล้วแหละ เจ้าเล็กเจ้าน้อยหลักพันหลักหมื่นก็ใช้หมดแล้ว เหลือแต่รายใหญ่ๆยังไม่หมด)
พอโบว์ออกขายเครื่องสำอางตามตลาดนัด เริ่มจับทางถูกมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ
แม่กับพ่อเลยมีแรงฮึด เห็นว่าลูกต้องทำงานอยู่คนเดียวเลยออกมาช่วยขายด้วย
พ่อกับแม่โบว์กลับมาขายของอีกครั้ง
นอกจากขายของแล้วโบว์ก็ทำธุรกิจรับทำเสื้อไปด้วยตอนนั้นเริ่มๆยังไม่จริงจัง เน้นขายของมากกว่า
มีอีกเรื่องในระหว่างนี้คือ ธนาคารแจ้งมาแล้วเรื่องบ้าน
บ้านจะโดนยึดเป็นครั้งที่ 3 เพราะหยุดส่งไปอีกครั้งตอนเลิกทำขายตรง

(บ้านโดนย้ายบริษัทอีกแล้วจาก “บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี” ไปอยู่ “บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท”)
คราวนี้โบว์คิดว่า ไม่ได้การแล้วจะเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ
ครั้งนี้เก็บข้อมูลดี ปรึกษาคนเยอะ เลยมีทางหนีทีไล่มากกว่าเก่า
ทางแก้เลยคือไม่ใช่แค่การประนอมหนี้ แต่โบว์ติดต่อกับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท)
เผื่อขอไถ่ถอน เอาเงินมาจากไหน ไม่มีหรอกค่ะ
โบว์ไปติดต่อธนาคารต่างๆ เพื่อทำเรื่องจะขอซื้อบ้านซื้อบ้านหลังนี้เนี่ยแหละ
ซื้อต่อจากพ่อกับแม่ แล้วใช้ตัวเราเป็นคนผ่อนเอง แต่ขั้นตอนก็ยากมาก
เพราะไปติดต่อที่ไหนก็ไม่มีธนาคารไหนยอมรับ
คือบ้านหลังนี้เป็นชื่อพ่อกับแม่แล้วเป็นหนี้เสียมาหลายปี
ีเค้ามองว่าเป็นการถ่ายโอนหนี้จากพ่อแม่ไปสู่ลูก
ในแง่ธนาคารมันไม่ปลอดภัยไม่คุ้มที่จะเสี่ยง
ท้อมากๆเลยค่ะตอนนั้น ไม่มีธนาคารไหนรับเลยบางที่ไม่รับเรื่องเราด้วยซ้ำ
บางธนาคารโบว์พูดประโยคเดียว เค้าบอกว่าไม่รับ ไม่ดูเอกสารเลยด้วยซ้ำ
หิวแล้ว กินข้าวก่อนนะ