งานตั้งแต่ม.4 พ่อออกจากงาน แม่เสียแล้วตั้งแต่ ป.2 แม่เลี้ยงยังทำงานอยู่
( เค้าก็เป็นเงินเค้า แต่พ่อจ่าย ) พ่อเปิดร้านขายของชำที่บ้าน ตูช่วยตั้งแต่ ม.4 - เรียนจบ
ขนาดสอบเอ็นตูยังต้องนั่งขายของเลย
เรียนมหาลัย ปี 2แอบไปฝึกงานช่อง 9 อยู่ฝ่ายข่าว อยู่ข่าวเกษตร กับเศรษฐกิจ
ได้ความรู้ดี เขียนข่าวได้นิดเดียว แต่ก็ทำให้ปี 3 ไปเรียนวิชาเขียนข่าวได้ A มา ตูโคตรดีใจเลย
แต่มันก็เป็นความรู้เล็กๆเท่านั้น
เรียนมหาลัย ปี 3ไปทำงานวิจัยโครงการของรัฐบาล " โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน "
อันนี้อะสนุก ได้เงินด้วย 2 เดือน ได้เงินมา 1 หมื่น แถมกินฟรี 3 มื่อ ( เบี้ยเลี้ยงดีโคตร )
สงกรานต์ได้หยุดงานแถมได้เบี้ยเลี้ยงด้วย งานคือเราไปเก็บข้อมูลมาทำวิจัย
ว่าในพื้นที่ที่เราไปอยู่มีอะไรที่สามารถพัฒนาให้เป็นอาชีพของคนในชุมชนนั้นๆได้บ้าง
ตูอยู่กลุ่ม 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์
ก็ทำไป เห็นตูตัวเล็กๆอย่างงี้ ดูเป็นคนจัดดิสเพลย์นำเสนอโปรเจ็คของกลุ่มด้วยนะ

คือเค้าจะให้อาจารย์ พลีเซนต์ผลงานที่ทำมาให้คนของรัฐบาลกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เราไปทำงานด้วย
งานนี้ดูได้เพื่อนใหม่มาอีก 30 กว่าคนสนุกด้วย ได้ประสบการณ์เพียบเลย
เรียนมหาลัย ปี 4จะจบแล้ว ก็ไปฝึกงาน ที่หอการค้า ( ตูเรียนที่นี่ ) ดีอย่างนึง เค้าให้นักศึกษานิเทศ
ฝึกงานตอนปี 4 เทอม 2 คือมรึงฝึกงานแล้วดี พี่เค้าก็ให้ทำงานเลย มรึงไม่ต้องไปเรียนต่ออีกเทอมเหมือนที่อื่น
ตูไปฝึกงานที่บริษัทเล็กๆแห่งนึง ( อีบริษัทคลื่นวิทยุอ้วนเค้าไม่รับตรู แม่งเล่นสถาบันสีชมพู

)
ตูทำทุกอย่าง ทั้งรายการโทรทัศน์ , อีเว้นท์ เคยเห็นเด็กฝึกงานที่ต้องเก็บ 200 ชั่วโมง ภายใน 3 เดือนมั้ย
ตูเดือนครึ่งเก็บไปเืกือบ 300 ชั่วโมง ฝึกจนพี่เค้าให้ตูทำงานเลย แต่อนาถมากกกก
ทำครั้งแรกให้ตู 3000 บาท แต่ 2 เดือนนะโว้ย

พ่อก็ไม่ให้ตังค์ เห็นว่าทำงานแล้วก็เลยไม่ให้
กินแกร๊บเลย เข้างาน 10 โมงตูตื่น 6 โมง ไปทำงาน ไม่นั่งรถเมล์ก็เดินเอา ขุดเงินเก่ากินไป ( ที่ไม่ค่อยมี )
แล้วบริษัทที่ทำก็ประสบปัญหาโดนเทคโอเวอร์ไป โดยบ.ฮาวคัม

ตอนแรกตูนึกว่าจะตกงาานแล้ว แต่ตูก็สู้ ทำไปเรื่อยๆ เค้าคงเห็นใจก็เลยได้มาทำมาเรื่อยๆ
จนถึงตอนนี้
ปัจจุบันเมื่อเดือนกุมภาที่ผ่านมาเกิดปัญหาที่บริษัท คือตรงๆเลย บริษัทปิดอะ

ตูตกงานไง แต่ยังดีที่ได้เงินชดเชยมาแสนกว่าบาท

อืม ... ผลของความอดทนที่ตูทนมา 3 ปีกว่าจะ 4 ปี

ใครคิดว่าความอดทนไม่ดี ตูว่าไม่ใช่ ตูคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ว่าบริษัทนี้อยู่ได้ประมาณนี้ละ จริงๆแล้วตั้งแต่ปลายปีที่แล้วตูก็เริ่มหางานไว้บ้าง แต่ก็ยังหาไม่ได้

ตูได้เงินแสนมา ซึ่งตูคิดว่า งานที่ทำอยู่ตอนนี้ ( ทำรายการทีวี = งานเยอะ เงินน้อย )
ตูคงทำงานเก็บตังค์ไม่ได้แน่ๆ แต่ที่ได้เงินชดเชยมาก็ถือว่าดี ( เอาเงินไปให้พ่อปั่นหุ่นเอากำไร / ปันผล ดีกว่า )
ตอนแรกก็กลัวมากๆ กลัวตกงาน กลัวหางานไม่ได้ ดูข่าวก็บริษัทนี้-นั่นปิด
โอ๊ยยยย คนตกงานเยอะ

แย่งกันหางาน ทำไงดีจะบอกพ่อก็กลัวพ่อเครียด เดี๋ยวป่วยอีก
( เดี๋ยวแม่เลี้ยงตูก็ด่าตูอีก
) ตังค์ก็ไม่ค่อยมี ร้านก็ขายของได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน
ตอนนั้นเครียดมากๆ บอกใครก็ไม่ได้ ตอนนั้นเลยบ้าดูดวงสุดๆ เจ้าไหนว่าดีไปดู ดูเรื่องงาน
ถามหมอดู ตูถามทุกเจ้า ทำไมสมัครงานแล้วไม่ได้สักที แล้วทุกทีก็บอกตรงกัน

ไม่ต้องไปสมัคร สมัครไปก็ไม่ได้ แกอะ ( หมายถึงตู ) ต้องทำกับเจ้านายคนนี้ละ เกื้อหนุนกัน

ม่ายยยยยยยตูอยากทำงานอย่างอื่นบ้าง ตูอยากทำในสิ่งที่ตูยังไม่เคยทำ แต่ตูสมัครไปแล้วก็ยังไม่ได้สักที

แต่โชคดี พี่ที่ทำรายการด้วยกัน เค้าจะได้ทำรายการ
ก็คือพวกเรา ( พี่ที่ทำงานด้วยกัน ) กินบุญเก่า
คือเจ้าของรายการเค้าชอบรายการที่เคยทำ คือรายการบางกอกรามา
เค้าเลยให้ไปทำ พี่เค้าเลยให้ไปช่วย ประกอบกับพี่ฮาน่า เจ้านายอีกคน เค้าจะแยกไปเปิดบริษัท
พี่เค้าบอกว่าจะเอาไปทั้งหมด
สรุป รอดตัวไป มีงานทำ แต่สถานะไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่

เงิน กับ ความหวัง
จริงๆแล้วน่าจะเป็นความหวังกับเงินมากๆกว่าสำหรับแตน เพราะแตนหวังว่าเงินจะดี

ซึ่งไกลจากความหวังนั้นโข
ตอนนี้ยังดีเพราะบ้านไม่ต้องเช่า อยู่ก็ดี แม้ต้องซื้อข้าวกิน เพราะกลับบ้านไม่เป็นเวลา
งานเยอะ เงินน้อย

เงินเดือนก็พูดตรงๆ ค่ารถเป็นส่วนใหญ่ ค่ากินไม่เท่าไหร่
แต่ค่ารถแพงมากๆ

คือถ้าค่ารถไม่แพง ( วันละเกือบ 200 ) ตูก็อยู่ได้แบบพอดี มีตังค์เหลือเก็บนิดหน่อย
แล้วก็หวังว่าจะได้งานใหม่
อนาคตถ้าพ่อย้ายไปเชียงใหม่เมื่อไหร่ จะไปอยู่ด้วย อาจจะเปิดร้านขายของ หรือ ขายข้าว หรือขายขนม

ขอบคุณที่ทนอ่านกัน
