ถอดเพลง
เก้อ:
ไม่ยอมบอกว่าจะแปลเพลงนี้
คือว่า ฟังเมื่อกี้แล้วน้ำตาไหล
เพลงในตำนานของความไพเราะของผมมาก
ไม่ได้ฟังมานานมากแล้ว มันต้องนุ่มนวลเพ้อกว่านี้หน่อย
ภาษาของพี่แจ๋รวิส ที่ผมจินตนาการในภาษาไทยน่าจะประมาณนี้
เอาใหม่ๆ
Pulp - Something Changed
Something Changed
I wrote the song two hours before we met.
I didn't know your name or what you looked like yet.
Oh I could have stayed at home and gone to bed.
I could have gone to see a film instead.
You might have changed your mind and seen your friends.
Life could have been very different but then,
something changed.
ผมนั่งเขียนเพลงนี้ 2 ชั่วโมงก่อนเราจะพบกัน
ผมยังไม่รู้หรอกว่าคุณคือใคร และหน้าตาเป็นแบบไหน
จริงๆวันนี้ผมน่าจะนอนอยู่บ้านเฉยๆไม่ไปไหน
หรือไม่งั้นผมก็น่าจะไปดูหนัง แทนที่จะมานั่งอยู่ตรงนี้
แล้วคุณล่ะ คุณน่าจะเปลี่ยนใจแล้วไปกับเพื่อน
ถ้าเป็นแบบนั้นนะ ชีวิตของเราทั้งคู่ก็คงต่างไปจากนี้มากเลยล่ะ
และนี่ไง ...พรหมลิขิต
Do you believe that there's someone up above?
Does he have a timetable directing acts of love?
Why did I write this song on that one day?
Why did you touch my hand and softly say.
Stop asking questions that don't matter anyway.
Just give us a kiss to celebrate here today.
Something changed.
คุณเชื่อหรือเปล่าว่า ข้างบนนั้นน่ะมีใครบางคน?
คุณเชื่อไหม? พวกเขาน่ะคอยจัดตารางเวลา และกำกับละครรักของผู้คน
ก็ดูสิ เหตุใดถึงต้องเป็นวันนี้เท่านั้นด้วย ที่ผมมานั่งเขียนเพลงๆนี้
แล้วเหตุใดเล่า คุณถึงได้สัมผัสแผ่วเบาที่มือผมแล้วบอกว่า...
"หยุดถามได้แล้ว...ไม่ว่าอะไรก็ไม่สำคัญแล้ว
แค่เพียงจุมพิตฉันตรงนี้ แล้วยินดีกับคืนวันเถอะ"
When we woke up that morning we had no way of knowing,
that in a matter of hours we'd change the way we were going.
Where would I be now if we'd never met?
Would I be singing this song to someone else instead?
I dunno but like you said
something changed.
เมื่อเราลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันนั้น เราไม่มีทางรู้หรอกว่า
ถ้าหากเราเพียงแต่เปลี่ยนการกระทำของเราเพียงนิดเดียว มันจะเปลี่ยนอะไรในชีวิตเราไปแค่ไหน
ผมนี่ไง ชีวิตผมจะเป็นยังไงถ้าเราไม่ได้พบกัน
ผมอาจจะแต่งเพลงๆนี้ และร้องมันให้กับใครคนอื่นที่ไม่ใช่คุณก็ได้
ไม่รู้สิ ก็เหมือนที่คุณว่าไง
...พรหมลิขิต
แต่บอกว่าบริทป็อปรุ่นลุงๆน้าๆนี่ ไม่ใช่ล่ะครับ
มันไม่ได้นานขนาดนั้น :07:
เก้อ:
รับบรรยากาศฟุตบอลโลก
เพลงฟุตบอลโลกปีนี้ น่าจะเป็นหนึ่งในปีที่ทรงความหมายมาก
เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรก ที่งานกีฬาถูกจัดขึ้นในประเทศที่มีความหมายต่อมนุษยชาติ
ในแง่ที่ว่า มันคือประเทศที่ทำให้ความหมายของคำว่าเท่าเทียมของมนุษย์
เกิดขึ้นมาได้จริง ด้วยการต่อสู้ในแบบอหิงสา
เป็นประเทศที่ผู้นำอหิงสาของโลก เริ่มหนทางนี้ คือทั้งคานธีวัยหนุ่มที่มาใช้ชีวิตที่นี่
และเริ่มการประท้วงแบบ สัตยาเคราะห์ หรืออหิงสาที่แอฟริกาใต้นี่เอง
เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมแรงงานชาวอินเดียในแอฟริกา
และแน่นอน นโยบาย Aparthied แบ่งแยกสีผิว ที่แมนเดลล่าและชาวแอฟริกาใต้ต่อสู้
จนความเท่าเทียมมาสู่โลก
และเพลงบอลโลกก็ทำให้ข้อความนั้นชัดเจน กลายเป็นมากกว่าเพลงกีฬา
จริงๆเวอร์ชั่นที่ใช้ในบอลโลก ก็ตัดทอนอะไรไปมาก แต่ก็ยังมีข้อความแบบนั้นอยู่
แต่เวอร์ชั่นดั้งเดิมนี่ บอกเล่าชัดเจน
Wavin' Flag โดย K'naan
k'naan waving flag world cup concert kick off with Good quality :)
Give you freedom, give you fire,
give you reason, take you higher
See the champions, take the field now,
you define us, make us feel proud
ให้อิสรภาพแก่เราสิ ให้พลังแก่เรา
ให้เหตุผลแก่เรา แล้วเราจะโบยบินให้ดู
ดูผู้ชนะเหล่านั้นสิ ครองสนามอยู่
ก็พวกเขานั่นแหละ ที่ทำให้เราดำรงอยู่
Singin forever young,
singin songs underneath that sun
Lets rejoice in the beautiful game
And together at the end of the day.
เราจะคงอยู่เป็นหนุ่มสาวตลอดไป
ตะโกนก้องร้องเพลงนี้ใต้ดวงตะวัน
ร่วมกันแข่งขันในเกมที่งดงาม
แล้วกลับมารวมกันใหม่เมื่อจบวันลง
Give you freedom, give you fire,
give you reason, take you higher
See the champions, take the field now,
you define us, make us feel proud
In the streets are, exaliftin,
every loser in ambition
Celebration, its around us,
every nations, all around us
ให้อิสรภาพฉันสิ ให้พลังแก่เรา ให้เหตุผล
แล้วเราจะโบยบินให้ดู ดูผู้ชนะเหล่านั้นสื
พวกเขาครองสนามอยู่ และพวกเขานั่นแหละ
ที่ทำให้มีเรา ในท้องถนน ผู้คนโห่ร้อง และผู้แพ้
ก็ยังเปี่ยมด้วยแรงปราถนา
การฉลองชัย ดังกระหึ่ม ทุกๆชาติ โลกทั้งใบ
ทีนี้มีเนื้อเพลงที่ไม่ได้อยู่ในเวอร์ชั่นบอลโลก
แต่เป็นเนื้อเพลงเวอร์ชั่นดั้งเดิมของเพลงนี้
ประมาณว่าถอดร่างบ็อบ มาร์เลย์มาเขียน
นี่คือเพลงที่ควักจิตใจคนดำมาเขียนโดยแท้เลยครับ
When I get older, I will be stronger
They’ll call me freedom, just like a Waving Flag
When I get older, I will be stronger
They’ll call me freedom, just like a Waving Flag
And then it goes back, and then it goes back
And then it goes back
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
แล้วมันก็กลับเป็นเหมือนเดิม เหมือนเดิม เหมือนเดิม ทุกทีไป
Born to a throne, stronger than Rome
But Violent prone, poor people zone
But it’s my home, all I have known
Where I got grown, streets we would roam
But out of the darkness, I came the farthest
Among the hardest survival
Learn from these streets, it can be bleak
Except no defeat, surrender retreat
So we struggling, fighting to eat and
We wondering when we’ll be free
So we patiently wait, for that fateful day
It’s not far away, so for now we say
เราถือกำเนิดเพื่อครองบัลลัง แกร่งยิ่งกว่ากรุงโรม
แต่ความรุนแรงกลับทำลายทุกอย่าง ต้องทนอยู่ในเขตคนจน
แต่นั่นล่ะ บ้านของฉัน ทุกๆอย่างที่ฉันรู้จัก
ที่ซึ่งฉันเติบโต ข้างถนนที่ฉันซุกหัวนอน
พ้นไปจากความมืดนี้ ฉันจะไปให้ไกลที่สุด
แม้ต้องสู้ทนต่อชีวิตข้นแค้นแค่ไหน
เรียนรู้จากข้างถนน มันอาจจะดูไร้หนทาง
แต่จงอย่าหมายว่าฉันจะยอมจำนน
ฉันจึงต้องดิ้นรน สู้เพื่อให้ท้องอิ่ม
ขณะที่ใจยังฝัน เมื่อไหร่อิสรภาพจะเป็นของเรา
เราเฝ้ารอด้วยใจร้อนเร่า เมื่อไหร่จะเป็นวันของเราเสียที
มันอยู่อีกไม่ไกลหรอก ตอนนี้เราทำได้เพียงว่า
When I get older, I will be stronger
They’ll call me freedom, just like a Waving Flag
And then it goes back, and then it goes back
And then it goes back
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
แล้วมันก็กลับเป็นเหมือนเดิม เหมือนเดิม เหมือนเดิม ทุกทีไป
So many wars, settling scores
Bringing us promises, leaving us poor
I heard them say, love is the way
Love is the answer, that’s what they say,
But look how they treat us, make us believers
We fight their battles, then they deceive us
Try to control us, they couldn’t hold us
Cause we just move forward like Buffalo Soldiers
But we struggling, fighting to eat
And we wondering, when we’ll be free
So we patiently wait, for that faithful day
It’s not far away, but for now we say
สงครามมากมาย ทิ้งไว้ซึ่งตะกอน
พวกเขาให้คำสัญญาแก่เรา แล้วทิ้งเราให้ข้นแค้น
พวกเขาว่า รักเท่านั้นคือหนทาง
รักคือคำตอบ นั่นล่ะที่ฉันได้ยิน
แต่ดูสิว่า พวกเขาทำกับเรายังไง ทำให้เราศรัทธา
ให้เราต่อสู้แทนในสงครามของพวกเขา แล้วก็ลวงหลอกเรา
ควบคุมเรา ผลักไสส่งเราไป
สู้ทนในสงครามอย่างทหารเลว
แต่เราก็ต้องดิ้นรน สู้เพื่อให้ท้องอิ่ม
ขณะที่ใจยังฝัน เมื่อไหร่อิสรภาพจะเป็นของเรา
เราเฝ้ารอด้วยใจร้อนเร่า เมื่อไหร่จะเป็นวันของเราเสียที
มันอยู่อีกไม่ไกลหรอก ตอนนี้เราทำได้เพียงว่า
When I get older, I will be stronger
They’ll call me freedom, just like a Waving Flag
And then it goes back, and then it goes back
And then it goes back
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
แล้วมันก็กลับเป็นเหมือนเดิม เหมือนเดิม เหมือนเดิม ทุกทีไป
'Wavin' Flag' by K'naan (Official World Cup Theme Song) on QTV
นี่เวอร์ชั่นดั้งเดิมเต็มๆ เล่นอคูสติก
Rinly:
มีใครแปล Whenever I may Roam ของ Metalica หรือยังเอ่ย อยากรู้ว่าแปลว่าอะไร แต่ขี้เกียจแปล :53:
RomSaiKyu:
มัน Wherever I may roam ไม่ใช่เรอะ :30:
น่าถอดเหมือนกัน ชุดโปรดซะด้วย :25:
Rinly:
แอบอ้างจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด ที่ 12 มิ.ย. 2010, 22:38 น.
มัน Wherever I may roam ไม่ใช่เรอะ :30:
น่าถอดเหมือนกัน ชุดโปรดซะด้วย :25:
จริงด้วย พิมพ์ผิด :30:
ถอดเลยค่ะ ลุงเป็ด ถอดเลยยย รอชมๆ :25:
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว