มีแต่เรื่องเศร้าๆ ..

แอ้มีประสบการณ์แบบวินาทีชีวิตไม่เยอะนัก คงเพราะพยายามเลี่ยงค่ะ
* ย่าเป็นมะเร็ง เป็นนานเลย แอ้ก็ทำเต็มที่แล้วล่ะ สำหรับการเป็นหลานคนหนึ่ง ก่อนย่าจะเสีย ไม่รู้สึกตัวอยู่สามเดือน
แต่อาทิตย์เดียวก่อนจะเสีย อยู่ๆ ก็มีสติขึ้นมา ก็คุยกัน ย่าถามว่า ย่านอนอยู่นานแค่ไหน แอ้บอกว่า ทายซิย่า ย่าบอกว่า
สามเดือนได้ไหม.. แปลกมากๆ เลยค่ะ เพราะตลอดเวลาเขาไม่รู้สึกตัวเลยนะ ย่าก็ถามว่าเสียเงินทองไปเยอะล่ะสิ
เนี่ยย่ามีตังค์อยู่นะ ที่หัวเตียงที่บ้าน กองทุนเล่นหวยของแกอ่ะค่ะ ย่าบอกว่า เอามาจ่ายสิ .. ซึ้งดีค่ะ อีกไม่กี่วันแกก็จากไปอย่างสงบ
* น้องชายประสบอุบัติเหตุ ตอนที่น้องมันเป็นวัยรุ่น ที่บ้านไม่ค่อยจะใจสงบกันเท่าไหร่ เพราะว่าน้องแอ้มันซิ่งเหลือเกิน
ในที่สุด วันนั้นก็มาถึง (เหมือนจะรอเลยเนอะ แต่มันเป็นอะไรที่รู้สึกได้เลยว่า ห้ามเท่าไหร่ไม่ฟัง จะต้องเกิดเรื่องเข้าสักวัน)
น้องหายไปครบ 48 ชม. พร้อมมอเตอร์ไซค์ .. โทร.ตามกันทุกที่ยกเว้นวัด สุดท้ายก็พบว่าไปแอ้งแม้งอยู่ รพ.มหาราช นครราชสีมา
(บ้านอยู่ อ.สีคิ้วค่ะ) แอ้ลางานกลับบ้านไปเยี่ยมน้อง พอเห็นสภาพ ไอ้เราก็แทบจะกองอยู่ตรงนั้นเลย .. แบบว่าชนหนักมาก.. ไม่รู้ตัวเลย
เนื่องจากเขาหาญาติไม่พบ (ตำรวจเอากระเป๋าตังค์น้องไป แต่ไม่ได้แจ้งมาทางบ้าน) เขาเลยปล่อยนอนอยู่อย่างนั้น ไม่เช็ดเลือด ไม่ตัดเล็บที่ฉีก
แต่เจาะปอดเอาเลือดออก แล้วก็ใส่เครื่องช่วยให้ยังมีชีวิตอยู่.. คุณพยาบาลเดินมาพูดเสียงดังว่า..
อย่างนี้ไม่รอดแน่ๆ ถึงรอดก็กลายเป็นผัก
ไม่มีทางรู้ตัวได้อีก..
ก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่เขาอบรมมาให้ปลอบใจคนไข้อย่างนั้นหรือ.. น้องชายหายเจ็บค่ะ เท่าที่หมอจะเย็บซ่อมแซมได้ แต่ตากับหูเสียอย่างละข้าง กับเสียโฉมพอสมควรเลย นอกนั้นก็ปกติดีค่ะ
แต่วินาทีนั้นที่มองเห็นเขานอนจมกองเลือดแห้งอยู่บนเตียง หัวบวมขึ้นมาสองเท่าได้มั้ง (เอาเป็นว่าเหมือนศพเลย)
ตอนนั้นภาพมันวิ่งวุ่นวายเต็มหัวไปหมดเลย..
ถ้าเป็นไปได้แอ้ไม่อยากเห็นใครเป็นอะไรอีกเลย สวดมนต์ให้ทุกคนบ่อยๆ ค่ะ
