ผมเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดแถวๆ นี้
เคยเห็นวิถีชีวิตของชาวประมง
ที่จับกุ้งจับปลา แถวสก็อตแลนด์
ไม่น่าเชื่อครับ เขาใช้ระบบ ชุมชนเข้มแข็ง
สามารถพึ่งพาตนเองได้
นั่นคือ คนในชุมชน
ก็ออกไปหาปูหาปลากันตามปกติ
จับกันพอประมาณสำหรับกินกันในครอบครัว
เหลือก็ค่อยเอามาขาย
แต่วิธีการขายของเขาคือ
เอาของคนในชุมชนที่จะขายมารวมกัน
ให้พ่อค้าเข้ามาประมูล
จะคนกลางหรือรายใหญ่ก็ตาม
ใครที่ให้นอกจากราคาแล้ว
ยังรวมถึงข้อเสนอพิเศษด้วย
เช่น ปีนี้บริษัทจะสร้างห้องสมุดให้ในหมู่บ้าน
หรือ ใช้เทคโนโลยี เพื่อลดมลภาวะตามท่าเรือ
หรือจะรับประกันขึ้นราคาซื้ออีกหนึ่งเปอร์เซนต์ทุกไตรมาส เป็นต้น
ข้อเสนอพิเศษพวกนี้ เขาเรียกมันว่า Beauty Contest
ซึ่งบางที คนชนะไม่จำเป็นจะต้องให้ราคาสูงสุด
แต่เขาจะดูว่า พ่อค้าคนไหน เสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์
ต่อชุมชนในระยะยาวมากที่สุดด้วย
ชุมชนถึงจะขายให้พ่อค้ารายนั้นไป
แต่ทว่าชุมชนจะเข้มแข็งได้ มาจากอันดับแรกเลย
นั่นคือเรื่องของการศึกษา
บวกกับเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่ดี
นั่นทำให้ชุมชนไม่ตกเป็นเบี้ยล่าง
ของพ่อค้าคนกลาง
รวมถึงการจับปลามาขายอย่างพอประมาณ
ก็ส่งผลดีในระยะยาวต่อชุมชน
นั่นคือมีทรัพยากรให้ใช้จนชั่วลูกชั่วหลาน
เพราะคงไม่ดีแน่ๆ ถ้าทำกันเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
ไหนจะทั้งมลภาวะ ไหนจะทั้งทรัพยากรสร้างใหม่ไม่ทัน
เหมือนอุตสาหกรรมประมงไทย
ที่ตอนนี้ต้องไปจับปลากันในน่านน้ำต่างชาติ
เพราะปลาหมดไปจากอ่าวไทยเรียบร้อยแล้ว

ผมมีโอกาสรู้เรื่องนี้เพราะว่า
ตอนนั้นไปเดินหาซื้อกุ้งหอยปูปลาที่ท่าเรือ
แบบที่เราทำกันที่เมืองไทย แต่เขาไม่ขายให้ ของที่เขาจับได้
มีคอนเทนเนอร์ห้องเย็นรออยู่ที่ท่าเรือเลย
ส่วนถ้าจะซื้อ จะมีสหกรณ์ขายปลีกต่างหาก
ผมอยากให้ชาวนาไทย มีชุมชนเข้มแข็งแบบนี้บ้าง
แม้ว่า เราอาจจะต้องซื้อข้าวแพงขึ้นอีกร้อยเปอร์เซนต์