ผมไม่โทษไออีและไมโครซอฟท์นะ
เรื่องนี้เล่ากันยาวเลยแหละ

วงการคอมพิวเตอร์มันมีตัวอย่างของ
เดอแฟคโต (de facto standard) อยู่เยอะแยะไป
นั่นคือบางทีองค์กรกำหนดมาตรฐาน
มันก็ทำอะไรไม่ทันใจต่อ ผู้ผลิตและความต้องการของตลาด
ดังนั้นอะไรที่ผู้ผลิตเขาทำได้ เขาก็ต้องทำไปก่อน
ใครจะไปมัวรอนักวิชาการ (ที่กว่าจะนัดมาประชุึมกันได้แต่ละทีก็แสนยาก)
ถามว่าตอนที่เขาวางแผนพัฒนาไออีเวอร์ชันแรกๆ
W3C ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยด้วยซ้ำ
จริงๆ แล้วผมจะบอกว่า W3C เกือบจะไม่ได้เกิดด้วยซ้ำ
เพราะตอนนั้นไมโครซอฟท์เป็นผู้นำด้านระบบปฎิบัติการ
ที่ Buit-in ไปกับเครื่องคอมพิวเตอร์
แล้วก็มี IE ให้มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ
ซึ่งส่งผลให้ IE ครองตลาดส่วนใหญ่
ผู้ใช้ไม่มีใครเรียกหามาตรฐานอะไร
เพราะ IE นี่เกือบจะเป็น de facto standard แล้ว
จริงๆ ก็เป็นไปแล้วล่ะในสมัยนั้น
แต่ netscape ดันฟ้องร้องชนะไมโครซอฟท์
ต้องท้่าวความนิดนึงก่อน
ในอเมริกา มันมีกฎหมายฉบับนึง
ที่ชื่อว่า แอนไททรัสลอว์ Antitrust Law
หรือกฎหมายที่ป้องกันการผูกขาดทางการค้่า
ตัวอย่างที่เห็นก่อนหน้านี้คือ AT&T
ที่ให้บริการด้านโทรศัพท์อยู่เพียงเจ้าเดียว
หลังจากที่โดนอัยการสหรัฐเล่นงานด้วยกฎหมายฉบับนี้
AT&T เลยต้องยอมเฉือนตัวเองออกมาให้กับบริษัทอื่นๆ
ย้อนกลับมาที่ netscape
netscape ฟ้องไมโครซอฟท์กับอัยการสหรัฐ
ด้วยกฎหมายฉบับนี้แหละ
ข้อหาที่ แถม IE ไปพร้อมกับระบบปฎิบัติการ
จริงๆ แล้ว Netscape เกือบแพ้ไปแล้ว
แต่ทนายเจ้ากรรม ดันหาช่องโหว่เจอ
ซึ่งนั่นคือ สมัยนั้นเราไม่สามารถ uninstall IE
ออกจากระบบปฎิบัติการวินโดว์ได้
นั่นเป็นเหตุให้ ไมโครซอฟท์แพ้ไป
และต่อมา เราถึงสามารถ uninstall IE
ออกจากระบบปฎิบัติการวินโดว์ได้
และ browser ยี่ห้อต่างๆ ก็อาศัยเรื่องของ W3C
รวมถึงด้านความปลอดภัย มาโจมตี IE
เพื่อการทำตลาด ทำตารางเปรียบเทียบ
การค้นพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยต่างๆ ออกมา
จำนวนรายงานการค้นพบช่องโหว่ของ IE มากกว่าบราวเซอร์ยี่ห้ออื่น
ถึงเกือบร้อยเปอร์เซนต์ (แหงล่ะ คนใช้ IE มากกว่าเกือบร้อยเปอร์เซนต์อยู่แล้ว)
ซึ่งตอนที่ไมโครซอฟท์พัฒนา IE5
ก็ยังไม่มีบราว์้เซอร์เจ้าไหนคิดถึงเรื่องความปลอดภัย(Security)ด้วยซ้ำ
(ความจริงแล้ว ตราบใดที่ยังใช้ โปรโตคอล TCP/IP อยู่
ก็ไม่สามารถหาความปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์ได้
เพราะตอนที่เขาคิด TCP/IP ก็ไม่มีใครคิดเรื่องนี้
ดังนั้น TCP/IP เอง ก็ไม่ได้รองรับเรื่องความปลอดภัยใดๆ)
ก่อนที่เราจะด่าว่า IE ห่วย
เราต้องเข้าใจขั้นตอนของการพัฒนาซอฟท์แวร์ด้วย
เพราะซอฟท์แวร์แต่ละตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากถูกผลิตโดยบริษัทชั้นนำ
ที่ครองตลาดอยู่ ซอฟท์แวร์แต่ละตัวมีการวางแผนผลิตล่วงหน้ากันเป็นหลายปี
นี่ไม่รวมถึงการ Compatible กับ Framework ต่างๆ
ที่บริษัทของตัวเองเคยผลิตออกมา
มันมีเรื่องที่ต้องให้คิดให้ทำเยอะแยะ
ลองนึกถึงบราว์เซอร์บางตัว ที่เราเคยได้ยิน
แต่มาถึงตอนนี้ หายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้
บางบริษัทก็ขายตัวเองให้กับผู้ผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่
บางบริษัทก็หายตัวไปโดยสิ้นเชิง
(แล้วคนที่ใช้อยู่ล่ะ แล้่วไหนบักที่บอกว่าจะแก้ล่ะ)
มาถึงตรงนี้ผมก็ไม่ได้บอกว่า IE มันจะดีกว่าหรืออะไรนะครับ
แต่ผมเข้าใจถึงการทำงานในองค์กรใหญ่ๆ
ว่ากว่ามันจะทำอะไรได้สักอย่าง
มันจะมีขั้นตอนเยอะขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ก็ต้องคอยดู IE 8 กันเร็วๆ นี้ ว่าจะออกมาเป็นไง
มาถึงตอนนี้ FF3 ก็โดนรายงานเรื่องจำนวนของบักที่มากขึ้นอย่างน่าสนใจ
ก็ต้องคอยดูกันต่อไปแหละครับ
วันนึงเกิดมอสซิลล่าใหญ่ขึ้นมาแบบไมโครซอฟท์
ไม่แน่วันนั้นเราอาจจะตั้งกระจู๋ว่า Firefox ห่วยก็ได้

ป.ล. ยาวชิบ