เวรกรรมจริงๆ เลยตู อุตส่าห์พิมพ์ซะยาวเหยียดยังไม่ทันกดส่ง ไฟก็ดันดับ

เมื่อกี้พูดอะไรไปมั่งก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า...
อย่าเป็นกังวลไปเลยครับจานโรจน์และพี่ๆ ทุกท่าน
ถึงแม้เรื่องนี้จะกำลังเตรียมเกิดขึ้นอีกครั้งหรือเปล่า
เขาจะเข้ามาดูหรือเปล่า ดูแล้วจะคิดหรือเปล่า นั่นช่างมัน
แต่สำหรับผมเองมีจุดยืนในเรื่องนี้ไว้แล้วครับ
เห็นเสี่ยเจียงพาลูกทีมไปเขย่ากรงหน้าประตูเรียกชิดชัยมาช่วยก้านกล้วยด้วยเมื่อวานนี้แล้วก็ขำ
ไม่รู้เสี่ยแกเห็นชิดชัยเป็นจาพนมก็ไม่รู้ต้องมาช่วยช้าง แต่ผมก็เข้าใจความรู้สึกของเขาส่วนนนึงนะ
ว่าเราอยู่ในสังคมที่คิดกันแค่ ค่าซีดีแผ่นละ 3 บาทบวกปกบวกค่าส่งเป็น 7 บาท
แต่ไม่ได้คิดถึงอะไรที่จับต้องไม่ได้ แต่กลั่นมาจากสมอง หยาดเหงื่อ และต้องผ่านการเคี่ยวกรำมา
ไม่ใช่แค่ใช้มัดกล้ามอย่างเดียวก็ผลิตได้แล้ว

คนไทยพลาดตรงที่ยังมองไม่เห็นความสำคัญของปัญญาครับ
ลองอ่านกระจู๋นี้เล่นๆ
http://f0nt.com/forum/index.php/topic,6333ไม่ต้องอ่านเล่นก็ได้ ลองอ่านเอาเรื่องดูก็ได้ครับ
ผมว่านี่คือมุมสะท้อนจากคนที่โดนผลกระทบจากสงครามที่กำลังจะเกิด
ผมเคยคุยกะคุณพัลลภ (PSL) เรื่องที่เป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน
ก็เข้าใจว่าฝ่ายตรงข้ามคือกลุ่มคนระดับเส้นก๋วยจั๊บร้อนๆ
ที่ไปลวกปาก รมต.ท่านนึง
จนห้อย แล้วก็โพล่งอออกมาว่า
"ฟร้อน มะมี ลิขสิด นะง้าบ เง้อ งุงิๆ งึมๆ ..ซร้วบ"
ซวยเลยครับ
คนในวงการอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เลยยึดเอาดำรัสนี้ไว้ต้มน้ำดื่มกินแล้วก็อมไว้ใต้ลิ้นทุกเช้าค่ำ
กลายเป็นว่าตาคนนี้มีคำพูดที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ให้คนกลุ่มนึงยึดถือกันมาตราบจนปัจจุบัน
ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราๆ นี่แหละครับที่จะประกาศให้ใครๆ รู้กันว่า ความจริงคืออะไร
ผมเคยบอกไว้นานแล้วว่าเว็บนี้เกิดขึ้นเพราะหนึ่งในจุดประสงค์หลักก็คือ
อยากให้คนไทยได้รู้จักเสียทีว่า
ฟอนต์นั้นเป็นผลงานสร้างสรรค์ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามโคนต้นขนุน
ดังนั้นการเกิดขึ้นและมีอยู่ของสังคมที่นี่จึงค่อยๆ กระจายความคิดนี้ให้กับคนกลุ่มเล็กๆ และขยายวงกว้างขึ้น
จนตอนนี้กว้างแค่ไหนแล้วผมก็ไม่รู้ แต่เชื่อว่าเมื่อเราเปิดเวทีนี้ขึ้นมาแล้ว มีคนฟังแน่ๆ ครับ
ถึงเวลาออกศึกเมื่อไหร่เรียกผมด้วยครับ
ผมว่าผมก็มีอาวุธดีๆ เหมือนกัน

จริงใจเหมือนกันครับ
แอนดู