1. อยากให้มีการออกมาพูดว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ในมุมของกองเซ็นเซอร์
เพราะฟังความข้างเดียวต้องระวังBiasเสมอ ทั้งในแง่ของผู้พูด และผู้สื่อข่าว
2. ไม่เห็นด้วยหรอก หากมีการบอกว่าต้องตัดฉากดังกล่าวออกจากฟิล์มก่อนแล้วจะคืนให้
แต่ตรงนี้เลยงง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เค้าก็น่าจะตัดแล้วส่งคืนไปแต่ต้น.... จะเก็บฟิล์มไว้ทำไม
3. เรื่องการเซ็นเซอร์ ผมก็พอเข้าใจครับว่าต้องเข้มแข็งเข้าไว้
ตอนที่กระทรวงวัฒนธรรมยังอ่อนแอมาก ไม่มีใครไปทำอะไรกับชุดหรือเครื่องแต่งกายวัยรุ่นนักศึกษา
สมัยนั้นจำได้ไหมครับว่าแค่Triump Kingdom กับชุดรัดเห็นยกทรง โดนด่าชนิดสาดเสียเทเสีย
สมัยนี้ ธรรมดาครับ ใครมายุ่งก็หาว่าจำกัดสิทธิ
ดังนั้นการที่จะห้ามหรือเซ็นเซอร์หนังจึงต้องมีกฎที่ชัดเจน
เรื่องหมอกินเหล้า เรื่องพระเล่นกีต้าร์ เรื่องเจี้ยวโด่
มันเป็นเรื่องที่มีในสังคมไทยจริงๆ
แต่มันใช่ที่ ที่จะเอาออกมาแสดงในที่เปิดเผย
ถ้าเอามันออกมาแสดงครั้งนึง ครั้งต่อไปก็ต้องมี
และครั้งต่อไปก็จะเป็นหมอฆ่าคน พระฆ่าคน ตำรวจฆ่าคน (อ้าวมันก็มีนี่นา)
ต่อไปอาจจะมีเรื่องประเภท พ่อกับลูกรักกันมีอะไรกัน (อ้าวมันก็มีจริงนี่นา)
ตอนนี้หลายๆคนอาจจะบอกว่าตัวอย่างที่ผมยกมามันเกินไป.... แต่เชื่อเถอะครับ มันต้องมีวันนึงที่สังคมไทยเห็นว่าสองบรรทัดล่างเป็นเรื่องธรรมดา
เหมือนกับที่เห็นGirly Berry ธรรมดา และเห็นข่าวโจรใต้ฆ่าประชาชนเป็นแค่ข่าวผ่านๆทางหน้านสพ.
ชอบคอมเมนท์หมอแมวมากๆค่ะ โดยเฉพาะตรงที่เน้นสี
ไม่ชอบกองเซนเซอร์ในเรื่องของการยึดฟิล์มเรื่องเดียวค่ะ
ส่วนตัดทอนหนัง ไม่สามารถตอบได้ เพราะยังไม่ได้ดูหนัง
แต่ถามว่า ถ้ามีฉากหมอกับพยาบาลนัวเนียในรพ.จนจู๋แข็งอะไร
นี่จริง ตัดออกก็ดี ไม่อยากให้มีกรณีตัวอย่างที่ดาดดื่น
ในหนังไทยยุคนี้ที่ด่าไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ ไอ้กรวย(หน้าเหลี่ยม2)
หรือในเรื่องสมเด็จพระนเรศว2 ที่มีฉากกอดจูบกันเยอะมาก
และหนังเรื่องนี้เด็กก็ดูเยอะเลย โดยเฉพาะนักเรียนวัยเด็กหญิง
เด็กชาย สิ่งเร้าเหล่านี้ มันส่งผลกับเด็กเหล่านี้เยอะเลยนะ
ในความคิดเรา แล้วยิ่งเมื่อมันเป็นหนังในตำนานด้วย
และหลายคนก็เริ่มเห็นมันเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว
นึกถึงสมัยก่อน แค่กูมึงยังโดนดูดเสียงเล้ย
แต่ถึงไง ไอ้ยึดฟิล์มก็เกินไป จึงได้ลงชื่อไม่เห็นด้วย
ไปแล้วค่ะ
สงสารกองเซ็นเซอร์ในบางมุมณ ตอนนี้ เหมือนถ้าเค้าแค่ตด
คนก็ด่าสาบแช่งเหมือนไปฆ่าใครมาเสียแล้ว