เราไม่ตั้งใจแต่ทีมเราเขาตั้งใจครับ แล้วเป็นคนในซะด้วย
แบบว่าถ้าทำได้ได้ชัวร์อะ แล้วคู่แข่งพีเซ็นต์ไป 2-3รอบแล้ว ทำเดโม่ไปพีเซ็นต์เยอะแล้วด้วย
ผมว่ามันไม่ค่อยแฟร์ แล้วอันนี้พอดีผมไปรับงานนอกด้วยแหละ ตอนตกลงกับเขาอยากได้ตังค์ไง
เลยไม่ดูว่า ต้องไปตัดราคาเจ้าอื่นเขาตัดเยอะมาก เยอะแล้วแถมอยากได้สโคปใหญ่กว่าอีก
ที่รู้ว่าใหญ่กว่าเพราะ เอาที่พีเซ็นต์ของคู่แข่งมานั่งดู ยิ่งกลายเป็นคนไม่ดีเข้าไปใหญ่
คือทีมที่ว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก ว่าผมทำงานอะไร แล้วมีจรรยาบรรณแบบไหนมั้ง ลองคิดดู ถ้าเราพีเซ็นต์งานลูกค้า
พอลูกค้ารู้ว่า ไอ้นี่มันจะทำอะไรบ้าง แต่กลับเอางานที่เราพีเซ็นต์ไปวิเคราะห์แล้วหากลุ่มฟรีแลนซ์ทำที่ถูกกว่ามากๆ
เราคงแย่เลย ไม่ต่างอะไรจากการขโมยไอเดียเลยด้วยซ้ำ เพราะ ผมก็ทำหน้าที่ นี้เหมือนกันในบริษัท ต้องเป็นคนคิดโปรเจค
คิดสโคปอะไรแบบนั้น ถ้าไปพีเซ็นไม่ผ่านก็ยังพอเข้าใจ ว่า งาน มันมีได้กับไม่ได้ แต่ถ้าไม่ได้
แล้วเสือกไปเห็นไอเดียเราที่เขาจ้างคนอื่นละแบบนี้แย่เลย ในทางธุรกิจมันอาจจะคุ้มสำหรับเขา
แต่ในทาง จริยธรรมแล้ว เลวมากนะนั่น ตอนนั้นยังกังวลอยุ่หลายตลบ
ฝั่งเลวกับฝั่งดีตีกันวุ่น เงินเยอะซะด้วย แต่ต้องตัดใจเรียกความถูกต้อง (พระเอกมั้ย

)