หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14 15 16 17 18 19 ... 21
 
ผู้เขียน กระจู๋: จักรี ผ่าง!!  (อ่าน 33656 ครั้ง)
0 สาวก และ 1 ขาจร กำลังดูกระจู๋นี้
ขุดมาโชว์อีกที่ หลังโดนไฟเขียวให้เผยแผ่ได้   เมื่อ connexpeople จับมือกับ Digital Magic  สร้างการ์ตูน ธรรมะ~~

http://fla-magazine.com/jarun/

ชอบฉากมากๆ
บันทึกการเข้า
เอาไปลงโจทย์เซ็กซี่ได้เลยครับ กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

เร็วๆ นี้จะกลับมาช่วยเมียรับสกรีนเสื้อละครับ ช่วยอุดหนุนด้วยเด้อ
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,15907.30.html

เอาไปแล้วครับ  น้องดำ
บันทึกการเข้า

★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I
งานหลวงปู่จรัล ได้อ่านตอนเป็นคอมมิคชอบครับ  เจ๋ง ไหว้
บันทึกการเข้า

หาร้านกรอบรูปและงานศิลปะได้ที่ nasilpgallery.com ได้นะเอ้อ
เล่มสีเขียวที่ให้ทางพี่เต้ยไปใช่มั้ยครับ

ถ้าอยากได้อีกบอกนะครับ  กร๊าก
บันทึกการเข้า

ความฮานั้นเป็นอุปสรรค์ที่ขัดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว
ใช่ครับ
แต่ตอนเป็นอนิเมก็เจ๋งมากๆเลยครับ น่าติดตาม (แจ๋ว แจ๋ว)
บันทึกการเข้า

หาร้านกรอบรูปและงานศิลปะได้ที่ nasilpgallery.com ได้นะเอ้อ
ถามผ่านจู๋นี้เลยละกันครับ ว่าเดี๋ยวนี้ที่บริษัท ยังทำโปงลางละอ่อนอยู่มั้ยครับ เห็นมันเป็น 3D แล้วใช่มั้ยเดี๋ยวนี้  
บันทึกการเข้า

ความฮานั้นเป็นอุปสรรค์ที่ขัดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว
ช่วงนี้ ไม่ค่อยมีงานเท่าไร


พอดีได้มีโอกาสไปเรียนเขียนบท ไปเรียนได้สองครั้งแล้ว

เอาเรื่องที่เรียนมาแปะเอาไว้ ดูพัฒนาการของตัวเอง

จากบทแรก เรียนจากวรรณกรรมจีน
-

 จับนก
 พวกเราไปจับนก
 อา! จับได้ละ! จับได้ละ!
 เป็นนกน้อยตัวเล็ก
 ถ้า...แม่นกหาลูกไม่เจอ
 คงกลุ้มกังวล
 คิดแล้ว คิดเล่า
 เราปล่อยนกน้อยบินไป

 เด็กชายจาง จื้อ หมิง ป.๕ ก.

แต่งจากคอนเซ็ปต์  จึงมาเป็น


บนถนนกลางกรุงที่วุ่นวายไปด้วยการจราจร
สมชาย เด็กหนุ่มจากบ้านนอก เดินมาตามถนนด้วยอาการเศร้าสร้อย
เขาไม่มีงานทำ เงินหมด ไร้ที่อยู่ สมชายเดินผ่านป้อมตำรวจอาชีพในฝันเมื่อครั้งยังเยาว์
เขาได้แต่เพียงทอดถอนลมหายใจแต่เพียวงเบาๆ เขาเดินก้มหน้าสองมือล้วงกระเป๋ากางเกง
ที่ที่ไร้ซึ่งของมีค่าหรือเงินตราแม้เพียงสตางค์แดงเดียว
       สมชายเดินขึ้นสะพานลอยที่ไร้ผู้คน ก้าวย่างของเขาล้วนเต็มไปด้วยความหดหู่และสิ้นหวัง
เขาพูดกับตัวเอง "หากแม้เขาจะก้าวข้ามสะพานลอยนี้ไปได้ แต่เขาจะสามารถก้าวข้ามชีวิตช่วงนี้ไปได้อย่างไร"
สมชายถอนหายใจแม้เป็นครั้งที่ร้อยของวัน สมชายเดินมาจนถึงช่วงกลางสะพาน
ก็ยังไร้วี่แววของผู้คน สมชายก้มหน้ามองปลายเท้าของตน  คอนเวิร์ดเก่าๆ ขาดๆ
มองเห็นหัวแม่เท้า มันโผล่ออกมาทักทายทุกครั้งที่ก้มมอง
เป็นสิ่งเดียวในตอนนี้ที่ทำให้สมชายยิ้มออกแม้จะมาพร้อมกับน้ำตาก็ตามที
สมชายตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสายตากวาดไปเห็นสิ่งหนึ่งโดยบังเอิญ
คนทั่วไปอาจเรียกสิ่งนั้นว่า กระเป๋าสตางค์ แต่สำหรับสมชายมันอาจเป็นดังเเสงไฟส่องทางให้ชีวิตเขา
สมชายตรงไปนั่งคุกเข่า ค่อยๆ บรรจงหยิบกระเป๋านั้นขึ้นมา เขาใช้สายตาสอดส่ายดูภายใน
แบงก์พันมากกว่า10 ถูกพับเรียงกันอยู่ในนั้น สมชายหันซ้ายหันขวา ลุกขึ้นซ่อนกระเป๋านั้นไว้ในเสื้อ
ทันใดนั้น มีตำรวจจราจรเดินขึ้นมาบนสะพานลอยพอดี สมชายค่อยๆ เดินสวนกับตำรวจ
พยายามอดกั้นความลุกลี้ลุกรนของตนไว้อย่างที่สุด เมื่อตำรวจเดินลงสะพานไป สมชายจึงรีบวิ่ง
ลงจากสะพานลอยทันที เขามาหยุดอยุ่ที่ป้ายรถเมล์ ผู้คนไม่เยอะเท่าไรนัก ที่ยืนรอรถอยู่
เขาหย่อนก้นลงนั่งบนที่นั่งรอรถ เขาคิดกลับไปกลับมาถึงเรื่องกระเป๋าเงินที่เพิ่งเก็บมา
สมชายสงสารตัวเองที่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับโชคชะตามาหลายวัน
แต่กระนั้นมันก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงเจ้าของกระเป๋าใบนี้มากขึ้นด้วย
         สมชายกลั้นน้ำตาไว้อย่างหนักหน่วง เขาเป็นเด็กจากบ้านนอกที่มีจิตใจดีมาโดยตลอด
เขา คนที่ถูกยกย่องจากเพื่อนฝูง ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในการเป็นผู้เสียสละ เขา อดทนกับความทุกข์
ได้เหนือกว่าใครๆ ถ้าหากมีเพื่อนคนใดที่ต้องทุกข์ทรมาน
สมชายจะเป็นคนที่ก้าวเข้าไปแบ่งเบาจากเพื่อนคนนั้นทันที เขาเป็นคนแบบนี้และเป็นมาตลอด
ไม่เว้นแม้กระทั่งวันนี้ สมชายอาจจะลังเลอยู่บ้างแต่สิ่งที่เขาตัดสินใจ ก็ยังคงไว้ซึ่งตัวตนของเขาเอง
เขาลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้ววิ่งไปขึ้นสะพานลอย ข้ามไปอีกฝั่งที่เขาเพิ่งข้ามมา เขาวิ่งไปถึงป้อมตำรวจ
ส่งกระเป๋าสตางค์ ให้กับตำรวจเพื่อสืบหาเจ้าของของมันต่อไป .....



////////

พอแต่งเสร็จ ก็โดนคอมเม้น  ว่า  มึงจะเยิ่นเย้อไปไหน  ง่ะ กร๊าก

อันนี้คือ บทแรกที่แกยังไม่ได้สอนอะไรพอมาถึงปุ๊ปก็ให้เขียนเลย
เราก็ละเลงเลยตามสไตล์ เว่นเว่อร์ ลิเก้ ลิเก กร๊าก


เดี๋ยวอีกบทหนึงจะค่อยๆ เอามาลง เรียนสนุกดีเหมือนกัน เพิ่งรุ้ว่าตัวเองก็ชอบด้านนี้
บันทึกการเข้า

ความฮานั้นเป็นอุปสรรค์ที่ขัดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว
บทที่สอง แต่งปูมหลังจากตีมเดิม

จากนิทานตำนานเทพเจ้า ของจีน 
ได้กล่าวถึงเทพเสินหนง ว่าเป็นบิดาแห่งการเกษตร
ใจความมีอยู่ว่า เทพเสินหนง ผู้มีกำลังมากและมีแส้เป็นอาวุธ
ได้ช่วยมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ หาพืชพันธ์ที่สามารถกินได้
และสอนการเพาะปลูก ครั้งหนึ่งมีปิศาจควายออกมาทำลายพืชพันธ์ของมนุษย์ที่ปลูกไว้
เทพเสินหนงเป็นเทพที่ทรงพลังจึงใช้พลังจับเขาของปิศาจควายให้งอ
และต่อสู้กันจนปิศาจควายฟันและเขี้ยวหลุดหมดปาก
เมื่อสยบได้แล้วจึงบอกให้ปิศาจควายไถ่บาป ด้วยการอยุ่ช่วยมนุษย์ทำการเกษตร
แต่ปิศาจควายไม่ยอม บอกกับเทพเสินหนงว่า โลกมนุษย แมลงรบกวนเยอะไม่สามารถอยุ่นานได้
เทพเสินหนงจึงใช้แส้เสียบไว้ที่ก้นปิศาจควาย เพื่อให้ปิศาจควายได้ใช้แส้ที่ก้นไล่แมลงที่มารบกวน



อ่าน จบก็เลยแต่งได้ดังนี้


แสงอาทิตย์อันร้อนเร่าส่องผ่านก้อนเมฆสีขาวนวล  ณ อาณาเขตแห่งทวยเทพผู้เสวยทิพย์เป็นอาหาร
ปรากฏร่างสูงใหญ่ส่องแสงสีเขียวอร่าม นั่งสง่างามอยู่บนทิพยวิมานแก้ว นามของท่าน คือ เทพ เกษตรา
ผู้ดูแล มังสธัญญาเทวาแคว้น หรือเมืองอาหารเทพ
                     เมืองอาหารเทพเป็นเทวาสถาน ที่เพาะปลูกพืชพันธุ์ทิพย์เพื่อเป็นอาหารเสริมพลังวิเศษ
ให้แก่หมู่มวลเทพทั้งหลาย ปกติเหล่าเทพจะเสวยอาหารทิพย์ส่วนตัว แต่ถ้าเมื่อไรที่ต้องการ แสดงพลังวิเศษ
ให้มีพลานุภาพสูงส่ง ก็จะใช้บริการอาหารทิพย์จากดินแดน มังสธัญญาเทวาแคว้นแห่งนี้
      พืชพันธุ์ทิพย์จะเจริญเติบโตด้วยไอแห่งคุณงามความดีจากทั่วทุกภพภูมิ
และที่ที่ส่งไอนี้มามากที่สุด ก็คือโลกมนุษย์ ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้เทพทั้งหลาย
คอยช่วยกันปกปักษ์รักษามนุษย์ผู้สร้างไอแห่งคุณงามความดีนั้นเสมอมา
      ภายใต้การดูแลแห่งมหาเทพเกษตรา เทวาทั้งหลายที่สถิตอยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้
ต่างมีหน้าที่เพาะปลูกและดูแลพืชพันธุ์ทิพย์ รวมถึงเทพดาราสองผัวเมียที่มีหน้าที่สำคัญในการเฝ้าดูแล
สวนหลวง  และวันนี้เทพดาราทั้งสองมาเข้าเฝ้ามหาเทพเกษตรา
   "เจ้าทั้งสองมีอะไรหรือ?"
มหาเทพที่นั่งองอาจอยุ่บนฐานทองคำกล่าวถามเทพดาราสองผัวเมีย
    "ถวายบังคม ข้าสองผัวเมียอยู่ดูแลสวนหลวงมานาน เสวยอารมณ์หนึ่งโดยมิทันรู้ตัว เจ้าค่ะ"
เทพดารา ซุนเหนียงผู้เป็นภรรยากล่าวตอบ
   "อารมณ์ใดเล่าที่เจ้ากำลังเผชิญ"
มหาเทพถามต่อ
เทพดาราผู้เป็นสามีมีนามว่า เจ้าเหว่ย กล่าวตอบบ้าง
   "พวกข้ากำลังเผชิญกับอารมณ์ที่มุนษย์โลกเรียกกันว่า ความเหงา พระเจ้าค่ะ"
   "ฮ่า ฮ่า"
มหาเทพแสดงอาการหัวเราะอย่างน่าเกรงขาม ก่อนจะถามเทพดาราสองผัวเมียวกลับไปว่า
   "แล้วเจ้าทั้งสอง ต้องการสิ่งใดจากข้า"
   "พวกเราทั้งสองต้องการบุตร มาช่วยงานและอยู่เป็นแก้วตาดวงใจของเราเจ้าค่ะ"
   "ได้ ถ้าเจ้าต้องการอย่างนั้น"
มหาเทพเกษตรากล่าวตกลงก่อนจะร่ายมนต์ประทานดวงแก้วสู่อ้อมอกของเทพดาราซุนเหนียง
   "ข้าจะตั้งชื่อให้กับบุตรของเจ้าว่า เสินหนง"

   เสินหนงเติบโตอยู่ในสวนหลวง ช่วยบิดามารดาดูแลพืชพันธุ์ทิพย์
และเนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้กำลัง เทพที่ดูแลพืชทิพย์ต่างก็อาศํยกินพื้ชทิพย์เพื่อเสริมกำลังอยุ๋ตลอด
เรียกได้ว่า เทพในดินแดนแห่งนี้เป็นเทพทีมีรูปพละหรือกำลังกาย เหนือกว่าเทพไหนๆ
ในชั้นรูปพรหม ก็ว่าได้
                  และในช่วงมหาสงครามเกิดขึ้น ประตูที่กั้น 3 โลกได้ถูกจอมมารจากนรกเกณฑ์ไพร่พลบุกทำลาย
การทำสงคราม ระหว่าง กองทัพนรกกับกองทัพสวรรค์จึงได้เริ่มขึ้น มีปิศาจจากนรกจำนวนมาก เล็ดรอดเข้ามา
ในเมืองของเทพชั้นต่างๆ ก่อความเสียหายและทำร้ายบรรดาเทพทั้งน้อยใหญ่ เมืองมังสธัญญาก็โดนเช่นกัน
ปิศาจแมลงได้บุกเข้ามาทำลายพืชพันธุ์เสียหายเป็นจำนวนมาก ครั้งนั้นมหาเทพเกษตราได้ถวายกระบองศํกดิ์สิทธิ์
ให้แก่ทวยเทพผู้ดูแลสวนใช้จัดการกับปิศาจ  เสินหนงใช้มันขับไล่ปิศาจ แต่เนื่องจากว่า กระบองที่มหาเทพประทานไม่อาจไล่แมลงปิศาจ
ไปได้หมด เทพเสินหนงจึงคิดวิธี ตีกระบองให้แตกเป็นเส้นๆ กลายเป็นแส้ ใช้ฟาดไล่แมลงปิศาจได้ครั้งละเยอะๆ
จนสามารถรักษาสวนหลวงเอาไว้ได้
                เวลาผ่านไปกว่าหลายร้อยปี เมื่อสงครามสามโลกจบสิ้นลง  การบูรณะสิ่งต่างๆ จึงเริ่มขึ้น
ในเมืองมังสธัญญาได้เกิดปัญหา พืชพันธ์ไม่ยอมเจริญเติบโต เพราะผลของสงครามทำให้โลกมนุษย์เกิดความเสียหาย
 มนุษย์ยุคหลังสงครามสามโลก หรือรู้จักกันในภายหลังว่า คือมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ หากินแบบสัตว์ป่าจิตใจต่ำ
เพราะได้รับอิทธิพลมาจากที่โลกมนุษย์เป็นสมรภูมิของปิศาจกับเทพอยุ่หลายร้อยปี มนุษย์ยุคนี้จึงหากินเยี่ยงสัตว์ป่า
เกิดความอดอยากไปทั่ว ไม่มีจิตใจที่ก่อให้เกิดไอแห่งคุณงามความดีที่จะส่งไปหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ทิพย์ได้
มหาเทพเกษตราจึงส่ง เทพเสินหนง ลงไปจุติเพื่อช่วยเหลือมนุษย์.....



///อันนี้ มีแอบลงไดอาล๊อก ไปด้วย
// สองเรื่องที่ลง คือแต่งในชั่วโมงเรียน คิดอะไรได้ก็แต่งๆ ไป บางทีจะดูข้อมูลมั่วๆไปหน่อย
บันทึกการเข้า

ความฮานั้นเป็นอุปสรรค์ที่ขัดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว
พี่จักรีไปเรียนที่ไหนคะ
บันทึกการเข้า

★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I
พี่จักรีไปเรียนที่ไหนคะ

\ปลื้ม
บันทึกการเข้า

Reading Learning & Sharing
จ้างครูมาสอนครับ  หยี
บันทึกการเข้า

ความฮานั้นเป็นอุปสรรค์ที่ขัดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว
ถามผ่านจู๋นี้เลยละกันครับ ว่าเดี๋ยวนี้ที่บริษัท ยังทำโปงลางละอ่อนอยู่มั้ยครับ เห็นมันเป็น 3D แล้วใช่มั้ยเดี๋ยวนี้  
ไม่ได้ทำภาค2ครับเรื่องตัดราคานั่นละ ไม่ล่ะ
บันทึกการเข้า

หาร้านกรอบรูปและงานศิลปะได้ที่ nasilpgallery.com ได้นะเอ้อ
วันนั้นขึ้นรถตู้กลับบ้านครับ

นั่งหลังสุด นั่งคู่กับคุณลุงท่านหนึ่ง หอบขนมมาเยอะแยะเลยครับ สงสัยจะเอาไปให้หลาน
แต่หน้าตาแกน่ากลัวมากเลยครับ เหมือนเพิ่งออกจาคุก   ง่ะ

วาดเป็นภาพละกันครับ จะได้ เหมาะกับจู๋นี้  หมีโหด~







สรุปแกกินขนมยันถึงบ้านเลยครับ  เวลาควักอะไรออกมาแต่ละอย่างทำเอาผมใจหายใจคว่ำ ทั้งฉีก ทั้งกัด ทั้งล้วง

คิดแล้วก็น่าเอ็นดูแบบแปลกๆ  อู้ย..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ธ.ค. 2009, 13:31 น. โดย จักรี » บันทึกการเข้า

ความฮานั้นเป็นอุปสรรค์ที่ขัดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว
 กร๊าก ตกลงแกซื้อมากินเอง
บันทึกการเข้า

★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I
หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14 15 16 17 18 19 ... 21
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!