ช่วงนี้ ไม่ค่อยมีงานเท่าไร
พอดีได้มีโอกาสไปเรียนเขียนบท ไปเรียนได้สองครั้งแล้ว
เอาเรื่องที่เรียนมาแปะเอาไว้ ดูพัฒนาการของตัวเอง
จากบทแรก เรียนจากวรรณกรรมจีน
-
จับนก
พวกเราไปจับนก
อา! จับได้ละ! จับได้ละ!
เป็นนกน้อยตัวเล็ก
ถ้า...แม่นกหาลูกไม่เจอ
คงกลุ้มกังวล
คิดแล้ว คิดเล่า
เราปล่อยนกน้อยบินไป
เด็กชายจาง จื้อ หมิง ป.๕ ก.แต่งจากคอนเซ็ปต์ จึงมาเป็น
บนถนนกลางกรุงที่วุ่นวายไปด้วยการจราจร
สมชาย เด็กหนุ่มจากบ้านนอก เดินมาตามถนนด้วยอาการเศร้าสร้อย
เขาไม่มีงานทำ เงินหมด ไร้ที่อยู่ สมชายเดินผ่านป้อมตำรวจอาชีพในฝันเมื่อครั้งยังเยาว์
เขาได้แต่เพียงทอดถอนลมหายใจแต่เพียวงเบาๆ เขาเดินก้มหน้าสองมือล้วงกระเป๋ากางเกง
ที่ที่ไร้ซึ่งของมีค่าหรือเงินตราแม้เพียงสตางค์แดงเดียว
สมชายเดินขึ้นสะพานลอยที่ไร้ผู้คน ก้าวย่างของเขาล้วนเต็มไปด้วยความหดหู่และสิ้นหวัง
เขาพูดกับตัวเอง "หากแม้เขาจะก้าวข้ามสะพานลอยนี้ไปได้ แต่เขาจะสามารถก้าวข้ามชีวิตช่วงนี้ไปได้อย่างไร"
สมชายถอนหายใจแม้เป็นครั้งที่ร้อยของวัน สมชายเดินมาจนถึงช่วงกลางสะพาน
ก็ยังไร้วี่แววของผู้คน สมชายก้มหน้ามองปลายเท้าของตน คอนเวิร์ดเก่าๆ ขาดๆ
มองเห็นหัวแม่เท้า มันโผล่ออกมาทักทายทุกครั้งที่ก้มมอง
เป็นสิ่งเดียวในตอนนี้ที่ทำให้สมชายยิ้มออกแม้จะมาพร้อมกับน้ำตาก็ตามที
สมชายตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสายตากวาดไปเห็นสิ่งหนึ่งโดยบังเอิญ
คนทั่วไปอาจเรียกสิ่งนั้นว่า กระเป๋าสตางค์ แต่สำหรับสมชายมันอาจเป็นดังเเสงไฟส่องทางให้ชีวิตเขา
สมชายตรงไปนั่งคุกเข่า ค่อยๆ บรรจงหยิบกระเป๋านั้นขึ้นมา เขาใช้สายตาสอดส่ายดูภายใน
แบงก์พันมากกว่า10 ถูกพับเรียงกันอยู่ในนั้น สมชายหันซ้ายหันขวา ลุกขึ้นซ่อนกระเป๋านั้นไว้ในเสื้อ
ทันใดนั้น มีตำรวจจราจรเดินขึ้นมาบนสะพานลอยพอดี สมชายค่อยๆ เดินสวนกับตำรวจ
พยายามอดกั้นความลุกลี้ลุกรนของตนไว้อย่างที่สุด เมื่อตำรวจเดินลงสะพานไป สมชายจึงรีบวิ่ง
ลงจากสะพานลอยทันที เขามาหยุดอยุ่ที่ป้ายรถเมล์ ผู้คนไม่เยอะเท่าไรนัก ที่ยืนรอรถอยู่
เขาหย่อนก้นลงนั่งบนที่นั่งรอรถ เขาคิดกลับไปกลับมาถึงเรื่องกระเป๋าเงินที่เพิ่งเก็บมา
สมชายสงสารตัวเองที่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับโชคชะตามาหลายวัน
แต่กระนั้นมันก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงเจ้าของกระเป๋าใบนี้มากขึ้นด้วย
สมชายกลั้นน้ำตาไว้อย่างหนักหน่วง เขาเป็นเด็กจากบ้านนอกที่มีจิตใจดีมาโดยตลอด
เขา คนที่ถูกยกย่องจากเพื่อนฝูง ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในการเป็นผู้เสียสละ เขา อดทนกับความทุกข์
ได้เหนือกว่าใครๆ ถ้าหากมีเพื่อนคนใดที่ต้องทุกข์ทรมาน
สมชายจะเป็นคนที่ก้าวเข้าไปแบ่งเบาจากเพื่อนคนนั้นทันที เขาเป็นคนแบบนี้และเป็นมาตลอด
ไม่เว้นแม้กระทั่งวันนี้ สมชายอาจจะลังเลอยู่บ้างแต่สิ่งที่เขาตัดสินใจ ก็ยังคงไว้ซึ่งตัวตนของเขาเอง
เขาลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้ววิ่งไปขึ้นสะพานลอย ข้ามไปอีกฝั่งที่เขาเพิ่งข้ามมา เขาวิ่งไปถึงป้อมตำรวจ
ส่งกระเป๋าสตางค์ ให้กับตำรวจเพื่อสืบหาเจ้าของของมันต่อไป .....
////////
พอแต่งเสร็จ ก็โดนคอมเม้น ว่า มึงจะเยิ่นเย้อไปไหน

อันนี้คือ บทแรกที่แกยังไม่ได้สอนอะไรพอมาถึงปุ๊ปก็ให้เขียนเลย
เราก็ละเลงเลยตามสไตล์ เว่นเว่อร์ ลิเก้ ลิเก
เดี๋ยวอีกบทหนึงจะค่อยๆ เอามาลง เรียนสนุกดีเหมือนกัน เพิ่งรุ้ว่าตัวเองก็ชอบด้านนี้