หน้า: 1 ... 18 19 20 21 22 23 24 [25] 26 27 28 29 30 31 32 ... 43
 
ผู้เขียน กระจู๋: ถอดเพลง  (อ่าน 407211 ครั้ง)
0 สาวก และ 1 ขาจร กำลังดูกระจู๋นี้
ร็อคเกอร์๋   | หยี |
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ก.พ. 2009, 21:52 น. โดย Hideric » บันทึกการเข้า

"...ถ้าสายตาเราชินกับในที่มืดแล้ว คงยากที่จะเพ่งมองโลกภายนอกได้..."
วี วิว กุ๊กกู  โวย

ไว้มาคอมเมนท์พรุ่งนี้
ช่วงนี้งานยุ่ง ไม่ได้แปลอะไรเล้ย  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -






มากรี๊ดกร๊าด หมีโหด~


บันทึกการเข้า

งบน้อย
ร็อคลายคราม คือยังงี้นี่เอง กร๊าก
บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
ถุย ไอ้คนหนุ่ม  โวย โวย
ไอ้คนรุ่นใหม่ อาร์อีเอ็ม นี่มันวัยรุ่นมากเลยรึไงฟระ  โวย โวย
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>





มากรี๊ดกร๊าด หมีโหด~




อีโมอุ้ยกรี๊ดกร๊าดมาก..  อ๊าง~


พักนี้ต่อมมั่นใจเสื่อมค่ะ ไม่ค่อยได้แปลอะไรอีกเลย
ยิ่งทำงานกับฝรั่ง ทำไมยิ่งรู้สึกว่าภาษาแย่ลงทุกทีเลย  หยี
บันทึกการเข้า

ร็อคลายคราม คือยังงี้นี่เอง กร๊าก

บันทึกการเข้า

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~
ผมร็อครุ่นใหม่เหมือนกันย์นะ หมีโหด~
เพื่อยืนยันความวัยรุ่น แปลรับโอกาสพิเศษวันนี้

วงเอลบาว - Elbow
กรุณาอย่าเรียกชื่อไทย มันอุบาทว์ ไม่ล่ะ

ฉลองที่พวกเขา ได้รับรางวัลบริตอวอร์ดเมื่อวาน
หลังจากผมเป็นพ่อยกเชียร์มานานนม ในที่สุดพวกเขาก็ถึงฝั่ง
และนี่คือเพลงดังสุดของพวกเขา และอาจนับได้ว่า
เป็นเพลงที่ผู้คนในเทศกาลแกลสตั้นบิวรี่ปีที่ผ่านมา
เฝ้ารอมากที่สุด เพื่อที่จะตะโกนท่อนนั้นซ้ำไปซ้ำมาพร้อม
กับเสียงสากๆของคุณกาย ผมว่ามันเป็นเพลงรักที่บริสุทธิ์
สวยงามผุดผ่องที่สุดเพลงหนึ่ง นับตั้งแต่หูได้ยินเสียงมา
(เว่อมาก แต่รู้สึกงั้นจริง) คิดว่าตัวเองเคยน้ำตาไหลด้วยความสุข
เมื่อได้ฟังเพลงนี้ด้วย มันฟังแล้วเต็มไปด้วยความสุขจริงๆ

http://www.youtube.com/watch?v=ILxlVqf2fYU

Drinking in the morning sun
Blinking in the morning sun
Shaking off the heavy one
Heavy like a loaded gun

กลืนกินเอาแสงอาทิตย์ระเรื่อ
กระพริบตาให้กับแสงแดดที่เริ่มสาดส่อง
สลัดความง่วงงุนทิ้งไป
ขับไล่ความซึมเซาในดวงตา


What made me behave that way?
Using words I never say
I can only think it must be love
Oh, anyway, it's looking like a beautiful day

สิ่งไหนที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนี้กัน?
ถ้อยคำที่ไม่เคยวาดหวัง ก็ถูกเอ่ยออกมา
หรือนั่นจะเป็นที่เค้าเรียกกันว่า รัก
โอ้  จะเป็นอะไรก็ตามเถอะ, วันนี้มันช่างเป็นวันที่งดงาม


Someone tell me how I feel
It's silly wrong but vivid right
Oh, kiss me like the final meal
Yeah, kiss me like we die tonight

ใครสักคน บอกฉันได้ไหมว่าคาวมรู้สึกนี้คือสิ่งใด
ช่วยบอกมาเถอะ  ไม่ว่าจะมันจะใช่หรือไม่ใช่
โอ้ จูบฉันดั่งว่านี่คืออาหารมื้อสุดท้าย
จูบฉันดั่งว่าเรากำลังจะตายค่ำคืนนี้..
.

Cause holy cow, I love your eyes
And only now I see the light
Yeah, lying with me half-awake
Oh, anyway, it's looking like a beautiful day

เจ้าวัวอันศักดิ์สิทธิ์ ฉันลุ่มหลงแววตาดำขลับของเธอ
พริบตาเดียว  แสงระยิบ ส่องสว่างอยู่ในแววตานั้น
หลับอยู่ข้างกายฉันอีกสักหน่อย
โอ้  อะไรก็ตามเถอะ, วันนี้มันช่างเป็นวันที่งดงาม


When my face is chamois-creased
If you think I'll wink, I did
Laugh politely at repeats
Yeah, kiss me when my lips are thin

ใบหน้าของฉันดูไม่จืดเลยสินะ ในยามเช้า
เธอเห็นฉันแอบกระพิบตาเหรอ ก็จริงนั่นแหละ
เธอหัวเราะฉันไม่มีหยุด
จูบฉันสิ  ริมฝีปากฉันบางเฉียบอย่างนี้


Cause holy cow, I love your eyes
And only now I see you like
Yeah, lying with me half-awake
Stumbling over what to say
Well, anyway, it's looking like a beautiful day

เจ้าวัวอันศักดิ์สิทธิ์ ฉันลุ่มหลงแววตาดำขลับของเธอ
พริบตาเดียว  แสงระยิบ ส่องสว่างอยู่ในแววตานั้น
หลับอยู่ข้างกายฉันอีกสักหน่อย
โอ้  อะไรก็ตามเถอะ, วันนี้มันช่างเป็นวันที่งดงาม


So throw those curtains wide!
One day like this a year'd see me right!

โยนผ้าม่านพวกนั้นทิ้งไป ให้แสงสว่างจ้าเถอะ!
วันดีๆอย่างนี้ ยาวนานกว่าจะได้เจอ และฉันนี่ไงที่อยู่ข้างๆ!



เป็นเพลงที่ใช้คำได้งดงามเหมือนบทกวี
พวกเขาบรรยายถึงยามเช้าเวลาที่เราตื่นขึ้นมาข้างใครสักคน
ที่แสงแดดที่สดใสสาดส่องเข้ามา และอยู่ดีๆ เราก็พึ่งรู้สึกว่าทำไมเราถึงได้รักคนๆนี้อย่างนี้
ทำไมถึงได้มีความสุขแบบนี้ที่ได้อยู่ข้างๆกัน รู้สึกรักเอ่อล้นจนอยาก
โอบกอดโลกเอาไว้ทั้งใบ ทุกอย่างแจ่มชัด และอยากจะกระชากผ้าม่านทิ้ง

คำที่ผมชอบเป็นพิเศษก็อย่างเช่น
It's silly wrong but vivid right เป็นไปไม่ได้ที่จะแปล
เลยแปลไปตามเรื่องราว ไม่ได้แปลตามคำ คำนี้เอาจริงๆก็คงหมายถึง
อารมณ์รักที่เรามี มันไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ถูกผิดแน่นอน
ในใจเราเอ่อล้น แต่เราไม่รู้หรอกว่า แท้จริงมันคืออะไร
คิดว่ามันเป็นรักอันตลอดกาลเหรอ ก็ไม่แน่ คิดแต่แบบนี้ก็ดูโง่เง่านิดหน่อย-silly wrong
แต่ในชั่วขณะนั้นมันก็เป็นจริงอย่างแจ่มจ้าในใจเรานี่นา-vivid right

If you think I'll wink, I did
Laugh politely at repeats
Yeah, kiss me when my lips are thin
อันนี้ชอบทั้งท่อน เหมือนมันบรรยายชั่วขณะ ในขณะที่คนสองคน
อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นจริง เราหัวเราะให้กับเรื่องไร้สาระเล็กๆน้อยๆ
เราเก็บรายละเอียดในชีวิตของกันและกัน แค่เธอขยิบตานิดเดียว
ฉันก็สังเกตเห็นแล้ว และที่มันกวีที่สุดก็ที่ว่า kiss me when my lips are thin
จุมพิตฉัน เมื่อริมฝีปากที่บางเฉียบ
ทั้งท่อนนี้ มันเพราะจนผมต้องอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ
แกเขียนเพลงได้เหมือนเชิญร่างเชคสเปียร์มาทรงเลย
ทั้งหมดนี้บวกกับเมโลดี้ที่ชวนขนลุกแล้ว เป็นเพลงที่มีผลต่อร่างกายผมมากเลย

และมันก็มีผลต่อคนฟังทั่วไปอย่างสูง
ให้รู้สึกปิติ ยินดี ยิ่งมีคนอยู่ร่วมกันเยอะๆนะ
เพลงนี้ถูกใช้เปิดในสเตเดี้ยมฟุตบอลบ่อยครั้ง
บางครั้งเปิดในเวลาฉลองชัยชนะ(One day like this a year - ปีนึงมีครั้ง)
แน่นอน มันมักจะดังในแมนเชสเตอร์บ้านเกิดพวกเขา
(แต่เขาก็หาได้เป็นแฟนบอลไม่ บอกว่าพวกเขาเป็นคนอังกฤษที่แย่
เพราะไม่ค่อยดูบอลเอาซะเลย)

ผมชอบพวกเขา และบทเพลงของพวกเขา
เพราะท่าทีแบบกวีที่อยู่ในน้ำเสียงร้อง เสียงดนตรีและเนื้อเพลง
อัลบั้มล่าสุด พวกเขาทิ้งที่ว่างให้ความเงียบกับเสียงได้อย่างเหมาะเจาะ
จนบางครั้ง บางเพลงเราไม่ทันรู้ตัวว่าเพลงมันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
นี่ยังไม่นับความสามารถในการคิดเมโลดี้ที่เกาะหนึบกับหูคนฟังอีกนะ

พวกเขาเคยอยู่ในฐานะวงที่ยิ่งใหญ่ในแมนเชสเตอร์
(และเคยเป็นวงโคลด์เพลย์เวอร์ชั่นสากเหมือนเอากระดาษทรายมาขัดคริส มาร์ติน)
พวกเขาได้รับรางวัลบริตอวอร์ดสเมื่อคืนนี้
ในฐานะวงดนตรียอดเยี่ยมแห่งเกาะอังกฤษ
และขึ้นแท่นเป็นวงดนตรีระดับโลกโดยพลัน

ทั้งหมด ทำให้พ่อยกยาวนานอย่างผม ยินดีและรู้สึกว่า
วันนี้ช่างเป็นวันที่งดงามจริงๆ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ก.พ. 2009, 23:14 น. โดย เก้อ » บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
กรี๊ดดดด เอลบาวววว หยี

ฟังแล้วขนลุำกจริงๆ


เพลงนี้ออกปี 2008 แต่ฟังแล้วมันเหมือนกับว่าเป็นต้นกำเนิดของดนตรีแนวนี้อีกหลายๆ วงเลย

โคลด์เพลย์ อาร์อีเอ็ม ชิกูรอส ดาเมี่ยนไรซ์ ยูทู ต่างก็ลอยเข้ามาในหัวตอนฟังเพลงนี้

และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เปิดเพลงนี้แล้วต่อด้วยเพลงๆเพลงอื่น เพลงนั้นก็จะเพราะตามไปด้วย
ของเค้าแรงจริงๆ กรี๊ดดดดด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ก.พ. 2009, 23:20 น. โดย ขุนกันย์ » บันทึกการเข้า

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

เพลงนี้ออกปี 2008 แต่ฟังแล้วมันเหมือนกับว่าเป็นต้นกำเนิดของดนตรีแนวนี้อีกหลายๆ วงเลย

โคลด์เพลย์ อาร์อีเอ็ม ชิกูรอส ดาเมี่ยนไรซ์ ยูทู ต่างก็ลอยเข้ามาในหัวตอนฟังเพลงนี้

และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เปิดเพลงนี้แล้วต่อด้วยเพลงๆเพลงอื่น เพลงนั้นก็จะเพราะตามไปด้วย
ของเค้าแรงจริงๆ กรี๊ดดดดด

ฟังเหมือนเป็นต้นกำเนิดเพราะว่า ลุงแกหน้าแก่ไง กร๊าก

5 อันนั้น เหมือนควักใจเรามาเขียนเลยนะเนี่ย
ฟังวนๆพวกนี้ กับเอลบาวเป็นอาชีพหลักเลย
(หัดร้อง เดเมี่ยน ไรซ์ด้วยช่วงนี้)
 

บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
เพลงไพเราะดูขลังและมีพลังดีครับ เจ๋ง


แต่ทำไมไม่รู้สึกชื่นชอบเพลงแนวนี้ซักทีแหะ คือไม่ได้เกลียดนะ มีให้ฟังก็เออเพราะมาก แต่ไม่ได้ไปค้นหาเพลงอื่นมาฟังต่อ ตอนนี้ก็ยังชอบฟังแนวแหกปากโวยวายเหมือนเดิม ไม่รู้ทำไม เอือม
บันทึกการเข้า

เขาชื่อว่าเฟม เป็นเพื่อนๆแก๊งของรุ่นน้องอีกที
เขาเรียนอะไรก็ไม่รู้ที่เกษตร แต่ผมพบหน้าเขาเจอเสมอเวลามีงานที่มหาลัย
เขาเป็นวัยรุ่นนิสัยน่ารักน่าคบหาคนหนึ่ง

คืนวันศุกร์ที่ 13 ผ่านมา วันธรรมดาก่อนวันวาเลนไทน์
เฟมไปกินเหล้ากับเพื่อนตามประสาวัยรุ่น
กลับมาถึงบ้าน เขาหิว จึงหาอะไรกินก่อนนอน
เฟมเป็นคนที่หลับลึกมาก ขนาดที่ว่าแกล้งเอาอะไรเขียนหน้า
แกล้งเอาโค้กให้กินตอนหลับ เขายังไม่ตื่น บวกกับอาการมึน
เมื่อเขาหลับ อาหารที่กินเกิดย้อนขึ้นมาติดที่คอ
หากเราในอาการทั่วไป ก็คงแค่วิ่งไปคายทิ้งในห้องน้ำ

แต่เฟมหลับสนิท

เช้าวันวาเลนไทน์ เพื่อนที่นอนอยู่ข้างๆ
ก็ตื่นขึ้นมา เพื่อจะพบว่า

เฟมหลับไปตลอดกาล ...ไม่ตื่นอีก


เพลงนี้ มอบให้กับเฟมครับ
ประตูสวรรค์รอเราทุกคนอยู่



http://media.imeem.com/m/ZIOJnFVw9o

knockin' on heaven's door

Mama, take this badge off of me
I can't use it anymore.
It's gettin' dark, too dark for me to see
I feel like I'm knockin' on heaven's door.

แม่ครับ, หยิบเอาตรานี่ไปเถอะ
ผมคงไม่ได้ใช้มันอีกแล้วล่ะ
มันค่อยๆมืดลงทุกทีแล้ว, มืดลงจนผมมองแทบมองไม่เห็นอะไรแล้ว
แต่ผมสัมผัสได้ ประตูของสวรรค์รออยู่ข้างหน้าผมแล้ว


Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door

เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป


Mama, put my guns in the ground
I can't shoot them anymore.
That long black cloud is comin' down
I feel like I'm knockin' on heaven's door.

แม่ครับ, เก็บปืนของผมไปเถอะ
ผมคงไม่ได้จับมันอีกแล้ว
หมู่เมฆสีดำค่อยๆ ก่อตัวแล้ว มันกำลังพัดมาทางนี้
แต่ผมสัมผัสได้ ประตูของสวรรค์รอผมอยู่



Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door

เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์........รับเอาเขาไปที........


อธิบายเล็กน้อย เพลงนี้บ็อบ ดีแลนเขียนขึ้นสำหรับหนังคาวบอยเรื่องหนึ่ง
เล่าถึงนายอำเภอ บิลลี่ เดอะ คิด ผู้ถูกยิง และกำลังจะตาย
เขาจึงไม่อาจใช้ตรา(Badge) และปืนที่เขาใช้ต่อสู่กับเหล่าร้ายได้อีก
นั่นคือเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว และเพลงนี้ถูกนำไปร้องซำ้แล้วซ้ำอีก
หลายร้อยเวอร์ชั่น จนถึงปี 90 วง กันส์แอนด์โรสเสส จึงนำมาทำใหม่
และนำมันไปเล่นในสนามเวมบลีย์ต่อหน้าผู้ชมเฉียดแสน
ในคอนเสิร์ตไว้อาลัยเฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ ที่พึ่งตายไปด้วยโรคเอดส์
เขาตายในวัยยังมีพลังและในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดของชีวิต
คอนเสิร์ตนั้นอุทิศแก่กองทุนโรคเอดส์  สิ้นเสียงตะโกนของแอ็กเซิ่ล โรส
ที่ร่ำร้องต่อสวรรค์ให้รับวิญญานเฟรดดี้ไป
เพลงนี้ก็กลับมีชีวิตและโด่งดังไปทั่วโลกอีกครั้ง

และในโลกตะวันตก เพลงนี้กลายเป็นดั่งเพลงอันศักดิ์สิทธิ์
ที่ใช้เล่นในโบสถ์ ในงานศพ หรือใช้ในโอกาสไว้อาลัยผู้ล่วงลับ
เป็นการส่งวิญญานอันลึกซึ้งที่สุด ต่อคนที่เรารักผ่านเสียงดนตรี
ที่เต็มไปด้วยวิญญานไม่แพ้กัน

ร่างของเฟมถูกเผาเมื่อวานนนี้ ขออนุญาติใช้มันส่งเขาขึ้นสวรรค์บ้าง
เผื่อมันจะได้ยินไปถึงที่นั่น

ว่างๆไปเยี่ยมไฮไฟ้เขานะครับ http://bigmamasss.hi5.com
อันนี้ไฮไฟ้ไว้อาลัยของน้องอีกคน(ที่ทำรูปข้างบนนี้)
http://hereodd.hi5.com

แอบอ้าง
กุยังไม่เคยบอกมึงเลยว่ากุรักมึงแค่ไหน

ผมชอบข้อความนี้ เป็นคำง่ายๆ ที่กระตุกความนึกคิดผมได้มากมาย
และความจริงที่ว่า คนเราเข้าใจอะไรเมื่อสายเสมอ ก็ยังเป็นจริง
เราจะตายวันไหนก็ไม่รู้  ดังนั้นจะทำอะไรก็รีบๆทำกันนะครับ เจ๋ง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ก.พ. 2009, 17:54 น. โดย เก้อ » บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
 ไหว้ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น
 ไหว้
บันทึกการเข้า
บางทีชีวิตก็ดูบอบบางซะเหลือเกิน
น้องเขาไปอย่างสงบ คงไปพบกับความสงบยิ่งกว่าเบื้องหน้านะคะ  ไหว้
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 18 19 20 21 22 23 24 [25] 26 27 28 29 30 31 32 ... 43
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!