โยนซะงั้น
เดม่อนนี่ สื่อในอังกฤษเขาเรียกแกด้วยคำว่า
"จับอะไรก็กลายเป็นทอง" (อ่านมาจากนิตยสารคิวน่ะ)
แล้วไอ้กอริลลาส ที่มันออกมาอย่างลงตัวระหว่างคาแรคเตอร์
งานสร้างสรรค์ด้านภาพกับดนตรี ก็ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า
เดม่อนกับเจมี่ฮิวเล็ตต์เป็นเพื่อนสนิทกัน และจริงๆในช่วงหลายปีหลัง
จนถึงตอนนี้นี่แหละ พวกเขาแชร์แฟลตกัน เจอกันทุกวันนั่นเอง

ไอ้มังกี้ส์ที่กันย์ว่า จริงๆมันไม่ใช่วงอะไรจริงจัง
มันคือละครเพลง สองคนนั่นร่วมมือกันทำละครเพลง
เดม่อนทำเพลงประกอบ มีฉากต่อสู้กันบนไหล่พระพุทธรูปด้วยนะ
นักแสดงก็ใช้นักแสดงจีนส่วนมาก เรื่องที่พวกเขาทำก็คือไซอิ๋วนั่นล่ะ
แต่ก็ออกมาในสไตล์เจมี่ ฮิวเล็ตต์ มันมีแสดงที่เมืองอะไรสักเมืองภาคเหนือ
ไม่ได้มีแสดงที่ลอนดอน แต่ก็มีโอกาสได้ดูสารคดีที่เขาเอามาออกทางทีวีอยู่
ดูวุ่นวายเลยเชียว เพราะนักแสดงที่คัดมาเป็นนักกายกรรมชาวจีนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย
ส่วนเดม่อนสำหรับผมนั้น ค่อนข้างจะมีส่วนร่วมในชีวิตผมอยู่เยอะถึงเยอะมาก
ไล่ตั้งแต่ช่วงที่ดังๆ ก็คู่ขนานมากับชีวีตมัธยมนั่นแหละ
จะว่าไปวงเบลอหลายต่อหลายเพลงมันมีความหมายแบบปางตายกับชีวิตมากๆ
หนึ่งในเพลงที่เศร้าที่สุดของชีวิตก็เพลงนึงของวงเบลอนี่ล่ะ
(คือได้ทำเหมือนสิ่งที่อยู่ในเพลงนี้ ในฤดูหนาวปีนึงในลอนดอนด้วย)
แต่นั่นแหละ มันส่วนตัวจนผมไม่บอกหรอกว่าเพลงอะไร (แต่ไอ้กันย์รู้นี่หน่า)

สไตล์ของพี่เดม่อน ที่ชัดๆน่าจะเป็นกระบอกเสียงของคนจนในเมือง(Parklife)
การต่อสู้ของคนตัวเล็กๆในโลกของทุน(Modern Life is Rubbish) และชีวิตวัยรุ่น(อันนี้อื้อ)
แกชอบเล่าเรื่องไกล้ตัวง่ายๆ ผมว่าเหมือนจีทีเอชอะ เป็นอะไรที่ทุกคนแชร์ได้
แต่แกแค่เล่ามันด้วยสำเนียงค็อกนีย์ ซึ่งเป็นสำเนียงชาวกรุงแบบจนๆท้องถนน
ซึ่งมันได้ใจคนมากๆ จริงๆก็ไม่ใช่ค็อกนีย์จริงๆหรอก แต่เขาแค่ชอบล้อวงเบลอแบบนั้น
นอกนั้นเรื่องการทำเพลง ผมว่าพี่เดม่อนแกเด่นที่การเรียบเรียงคำง่ายๆ
และเสียงประสานได้ลงตัว ความคิดสร้างสรรค์ทางดนตรี สัญชาตญานทางศิลปะที่แม่นยำ
ที่สำคัญพวกเบลอทำอะไรที่เท่สุดๆได้โดยไม่ต้องเสแสร้งหรือปั้นตัวเองให้เป็นอะไร
แค่ทำอย่างที่อยากทำ แต่บังเอิญคนอื่นมองว่ามันเท่เองอะไรแบบนั้น
แต่มันก็โคตรเท่จริงๆนั่นแหละ
ว่าจะพิมพ์เสริมนิดเดียว ยาวอีกละ
