หน้า: 1 ... 71 72 73 74 75 76 77 [78] 79 80 81 82 83 84 85 ... 440
 
ผู้เขียน กระจู๋: หมอแมวเค้าถามอะไรหน่อยสิ -..-  (อ่าน 1053640 ครั้ง)
0 สาวก และ 1 ขาจร กำลังดูกระจู๋นี้
 เอือม
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
กินไปขย่มไปก็หน้ามืดสิครับพี่น้อง หมีโหดดดด/

พิมผิดครั้งเดียวถึงกับถูกตราหน้าชั่วชีวิต  เอือม
    ช่วยด้วยผู้ใหญ่แกล้ง 
บันทึกการเข้า

อันโตนิโอกะเมโระ ~~
ผู้ใหญ่แกล้ง ขย่ม เหรอ
บันทึกการเข้า
มึนกันไปเลย  หื่น
บันทึกการเข้า
เปล่าหนูไปแกล้งขย่มผู้ใหญ่ต่างหาก  กร๊าก กร๊าก    
บันทึกการเข้า

อันโตนิโอกะเมโระ ~~
กลัวหมอแมวว่างงาน
แต่ไปหาข่าวมาอ่านดูแล้วครับ ^^

http://www.consumerthai.org/displace_board/view.php?id=1068

“เกิดมาเป็นมนุษย์ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะทุกข์ได้ขนาดนี้ "

งั้นขอถาม หมอแมว ถนัดการรักษา ด้านไหน สุด ครับ
บันทึกการเข้า

i'll walk until i find u.
 ง่ะ เอือม
ลองเสพข้อมูลสองด้านดูนะครับ
เพราะข้อมูลอันน่ารันทดนั้น เธอเขียนเอง
สำหรับคนที่อ่านตามลิงก์แล้ว รบกวนมาอ่านข้างล่างนี้นะครับ ใครไม่ได้อ่านก็อย่าอ่านแล้วกัน เพราะที่ผมเขียนนี้เป็นข้อมูลด้านเดียว (ความน่าเชื่อถือพอๆกับ เขาเล่าว่า)

1. เด็ก 4000 กรัม ยังอยู่ในเกณฑ์ที่คลอดได้ครับ (ถ้าเป็นต่างประเทศบางที่ เกิดผ่าไปแล้วเกิดปัญหาแม่ก็ใช้เหตุผลว่า 4000กรัมเองทำไมต้องผ่า)... ระยะหลังนี้ หมอไทยผ่าคลอดติดอันดับแรกๆของโลก (15%ของการคลอด) ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เค้าตกใจกันหมดเพราะปกติเค้าผ่ากัน3% .... เคสดลพร เป็นกรณีที่ทำให้แพทย์ต้องลำบากใจครับ เพราะไปสร้างมาตรฐานว่า "4000ต้องผ่า".... น้องชายผมก็4000กว่ากรัม คลอดปกติ

2.ปกติส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการคลอดเด็กคือ "หัว"ปกติถ้าเด็กเอาหัวออกได้ก็ต้องเอาตัวออกได้  ถ้าหัวออกมาได้ แต่ตัวไม่ออก เราจะเรียกว่า Shoulder Dystocia ในทางการแพทย์แล้วทั่วๆไปเรียกภาวะพวกนี้ว่าภาวะซวย เพราะคาดเดาไม่ได้ ไม่มีอะไรจะบอกได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด เด็กหนักแค่2000กรัมก็เกิดได้

3. หลังจากนั้นเด็กคนนี้มีรอยปูดที่หัว เพราะต้องใช้เครื่องดึงช่วยตอนช่วยคลอด รอยปูดนี้จะมีเลือดไปขังอยู่ และเมื่อเลือดในก้อนนี้สลายตัว จะทำให้เด็กตัวเหลืองและอาจมีอันตรายได้ แพทย์ก็เลยตัดสินใจให้เลือดทางสายสะดือเพื่อช่วย(ถ้าไม่ทำ เด็กคนนี้อาจจะตายไปแล้ว)
การให้เลือดทางสายสะดือนี้ ความเสี่ยงสูงสุดคือเกิดการติดเชื้อ ซึ่งแม้ป้องกันเต็มที่ก็สามารถเกิดได้
กรณีนี้ดลพรบอกว่าแพทย์ทำไม่ดี ลูกเลยติดเชื้อ ซึ่งหมอคนไหนก็บอกไม่ได้ว่าหมอคนที่ทำ ทำดีหรือไม่
แต่รู้หรือไม่ว่าการติดเชื้อพวกนี้ในเด็ก เกิดได้ง่ายมาก.... เด็กบางคนแค่หกล้ม ไม่มีแผลก็ติดเชื้อแบบนี้ได้แล้ว....

4. หลังจากนั้นเด็กมีไข้ ทางหลักฐานทางการแพทย์ที่ตอนนั้นมี บอกว่าตอนแรกหมอยังไม่แน่ใจว่าเด็กติดเชื้อหรือไม่ เพราะอาจจะมีไข้จากการให้เลือดปกติก็ได้ ก็เลยเจาะเลือดตรวจและรอดูอาการ
ผลเลือดก็ไม่แน่ชัด โดยมีเม็ดเลือดขาวมาก (เม็ดเลือดขาวมากในผู้ใหญ่ เรานึกถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ในเด็กปกติแรกเกิดจะมีผลเลือดแบบนี้เช่นกัน)
....
แพทย์ให้การและมีในเวชระเบียนว่า แนะนำให้อยู่ต่อเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่ดลพรไปเซ็นชื่อไม่ยอมนอนรพ. พาลูกออกไปทั้งที่มีไข้
รายการสมัยหนึ่ง ดลพรบอกประมาณว่า เพราะตอนนั้นไม่มีเงิน ก็เลยเอาลูกออก...ซึ่งเป็นประเด็นที่แพทย์เอามาบอกว่า "แล้วทำไมไม่ยอมอยู่ต่อ"
ต่อมาดลพรกลับคำ พูดประมาณว่า จริงๆจะอยู่ต่อเพราะลูกมีไข้ แต่แพทย์ไม่ให้อยู่ต่อ (คิดดู เอกชนไม่ให้คนไข้อยู่ต่อ แปลกดี)
.... เอือม หลังจากวันนั้นผมซึ่งเคยดูรายการทั้งสองครั้ง รู้เลยว่าการโกหกหน้าตายมีจริงๆ

5. เธออ้างในหลายแห่งว่าเธอไม่รู้เลยว่าลูกเป็นอะไร
แตดันมีหลักฐานที่ชี้ว่าเธอเคยพาลูกไปตรวจรักษาเรื่องข้อสะโพกนี่แหละ แถมรักษาไม่ต่อเนื่อง

6. อ้างว่าไม่เคยเรียกร้องอะไร
เคยยอมรับในถึงลูกถึงคนว่าไปเรียกเงิน4แสนจากรพ.ดังกล่าว
ซึ่งทางรพ.นั้นหนักใจที่จะให้เพราะดลพรพาลูกออกไปทั้งที่แพทย์ไม่อยากให้ออก พาไปแทนที่จะพาไปหาหมอคนอื่นทันทีตามสัญญาก็ไม่พาไป แล้วพอลูกพิการก็จะมาร้องเรียน... แต่กรรมการรพ.ก็จะจ่ายให้
พอตกลงจะจ่ายดลพรดันบอกว่าหลังจากจ่ายแล้วจะเอาเวชระเบียนด้วยเพื่อเอาไปฟ้องอาญา ...  ง่ะ  การเจรจาก็เลยจบลง... รพ.ไม่จ่าย

7. มันมีปัญหาเรื่องการฟ้องแพ่งและอาญา ประมาณว่าเรื่องอายุความในการฟ้องแพ่งนั้นจะหมดลงหรืออะไรเนี่ยแหละ ... เธอเล่นไปบังคับให้รพ.เอาเวชระเบียนมาให้โดยที่ไม่มีการติดต่ออย่างเป็นระบบ ทั้งที่มีช่องทางตามปกติ
เธอก็เลยไม่ได้เวชระเบียนเอาไปฟ้องแพ่ง (ถ้าขอเร็วกว่านี้ และขอดีๆ ก็จะได้ ... นี่เล่นไปขอตัวจริง และไปขอก่อนคดีหมดอายุความไม่นาน แจ้งเรื่องไม่ถูกที่ ไม่มีใครที่ไหนจะเตรียมให้ได้ทัน)

8. มีแพทย์บางที่ เสนอช่วยรักษาลูกชายของดลพร
แต่เธอไม่รับการรักษานั้น แต่เอาลูกไปออกรายการต่างๆ บอกว่าไม่มีคนช่วยเหลือ ลูกต้องทรมาน
....

9. เธอคนนี้กล่าวหาในรายการสรยุทธว่า ในหลักสูตรแพทย์ปัจจุบัน มีการเอาชื่อของเธอและกลุ่มผู้เสียหายไปสอนให้นักศึกษาแพทย์ บอกว่าถ้ามีคนชื่อนี้สกุลนี้เข้ามาในรพ. ให้แกล้งรักษาให้ตาย  เอือม
ใครจะไปทำ คิดได้ไง

ฟังแล้วโปรดใช้วิจารณญาณทั้งสองข่าวสารครับ ของผมก็เป็นการได้จากแพทย์ท่านอื่นๆ ซึ่งถือเป็นการเล่าสู่กันฟังในวงแพทย์ มีอะไรผิดพลาด มีอะไรถูกต้อง เราก็เล่าสู่กันฟัง
ผมไม่เคยเห็นหลักฐานจริง
แต่ที่เคยเห็ฯคือ การกล่าวอ้างหลักฐานจากปากของ"ดลพร"ในรายการทีวี เคยมัดตัวเธอเองและตอกย้ำว่า "เธอเป็นส่วนหลักที่ทำให้ลูกพิการ"
และเมื่อมีคนชี้ให้เห็นว่าเธอเคยพูดแบบนี้มัดตัวเอง
การออกรายการครั้งถัดๆมา เรื่องราวจากปากเธอก็เปลี่ยนไปทีละน้อย

นอกจากนี้ การรักษาทางการแพทย์ มีอะไรที่มากไปกว่าตัวเลขหรือตัวหนังสือในเวชระเบียน
การรักษาคนไข้ต้องดูเหตุการณ์และสิ่งที่พบขณะนั้น ไม่มีใครบอกได้ว่าเหตุการณ์ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครตัดสินได(ตามหลักจริยธรรมแพทย์สากล)้ว่าเรื่องที่เกิดกับกรณีดลพรนั้น ใครผิดใครถูก100%

แต่ที่ผมรู้แน่ๆคือ การแพทย์ไทย เปลี่ยนไปเยอะหลังจากกรณีนี้ .... และเป็นกรณีที่หลายประเทศในโลกเค้าจับตากันว่าทำไมเมืองไทยถึงมีคนไข้แปลกๆแบบนี้ทั้งที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา

จบแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 ธ.ค. 2006, 00:38 น. โดย หมอแมว » บันทึกการเข้า

ดราม่าอยู่รอบตัวเรา
นี่ละครับที่ต้องการ  เจ๋ง

+ ได้แล้ววว  ฮิ้ววว


ท่าทางหมอพิมพ์ยาว - -

ผ่า กับ คลอดเอง ถ้ามันยุ่งยาก ทำไมไม่ผ่าล่ะครับ
หรือ ผ่ามันมีผลเสียเยอะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 ธ.ค. 2006, 00:34 น. โดย ซือเน... » บันทึกการเข้า

i'll walk until i find u.
โอ้ว อ่านสีนวลๆ สบายตากว่าสีดำๆ ตามลิงก์เยอะเลย
บันทึกการเข้า

อาชีพปัจจุบันคือเปิดร้านสกรีนเสื้อครับ ช่วยอุดหนุนด้วยเด้อ


เข้าใจแล้วครับ หมอแมว

 
คนไทยจริงๆ หมีโหดดดด
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
น้องสาวโบว์ ลูกพี่ลูกน้องน่ะค่ะเกิดมาด้วยน้ำหนัก 5.2 โล
ด้วยการคลอดเอง แต่น่าเศร้าคือ น้องแขนข้างซ้ายเสีย
ใช้การไม่ได้ เพราะเกิดจากหมอดึงออกมา รู้สึกว่าตอนนั้น
คิดว่ายังไงเด็กก็คงไม่รอด แต่เด็กมันดันหัวแข็ง
ตอนคลอดเสร็จ ก็มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด
น้องตัวเขียวๆ เห็นแล้วสงสารมาก
ทุกคนเสียใจ ที่ทำไมหมอไม่ยอมผ่าทั้งที่เด็กน้ำหนักมากขนาดนั้น
อนาคตเด็กคนนึงที่ต้องพิการตลอดชีวิต (ไม่อยากใช้คำว่าพิการเลย)
ที่บ้านเป็นขาลุยค่ะ ทั้งแม่ทั้งน้า ตั้งแต่โบว์เล็กๆถ้ามีเพื่อนมารังแก เตะ ต่อย
แม่กับน้าถึงโรงเรียน จัดการทันที ดังนั้นใครเรียกน้องคนนี้พิการ ก็ลุยเหมือนกัน
ตอนน้องไปโรงเรียนแรกๆ สงสารมาก มีเพื่อนล้อเยอะไปหมด จนลุยไม่ไหว
แต่ตอนนี้อยู่ ม.1 แล้วค่ะ ทำใจได้แล้วแหละ เจ้าตัวก็สดใส ร่าเริง ไม่เดือดร้อนแล้ว
ขี่มอเตอร์ไซต์ได้อีกต่างหากแต่ก็คงมีปมด้อยเล็กๆในใจ
พวกเราที่บ้าน ไม่ได้ฟ้องร้องอะไรจากโรงพยาบาล
ถือว่าเป็นเวรกรรมของเราเอง แต่โบว์ก็แอบเคืองนะคะ
ตอนนั้นอยากให้เรียกร้องค่าเสียหายมากๆเลย
แต่น้าสาวบอกว่า ช่างเถอะมันคงไม่มีใคอยากให้เกิด
คุณหมอที่ทำคลอดเป็นหมอที่น้าเคยไปคลอดน้องมาแล้ว 2 คน
2 คนแรกน้ำหนัก 4 โลกว่า ก็คลอดเองไม่มีปัญหาอะไร
คนที่ 3 หมอคงไม่คิดมั๊งคะว่าจะน้ำหนักเยอะขนาดนี้
ก็เลยไม่ผ่าให้ เอวังด้วยประการฉะนี้
ปล.แต่โดยส่วนตัว โกรธหมอจังค่ะ
บันทึกการเข้า

 เฮ้ย!? 5.2กิโล
ถ้าหนักแบบนี้ ต้องไปถามหมอคนนั้นแล้วครับ ว่าด้วยการตรวจที่ตรวจไป ทำไมถึงคิดว่าให้คลอดทางช่องคลอดดีกว่าการผ่าคลอด
 ไหว้
แต่ว่าน้องอยู่ม.1 .... น่าจะอายุประมาณ11-12ปี .... จังหวัดไหนครับ
บันทึกการเข้า

ดราม่าอยู่รอบตัวเรา






 ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
ตอนนี้อยู่ที่ชะอำค่ะ บ้านน้าที่เลี้ยงวัวนมนั่นแหละ
แต่ก่อนหน้านี้ น้าก็อยู่ที่ปทุม
คลอดที่โรงพยาบาลกรมชล ที่นนทบุรีค่ะ
ถามอีกนิ๊ด ปกติแล้วหมอจะคำนวนน้ำหนักก่อนคลอดได้เลยรึเปล่าคะ
บันทึกการเข้า

วิธีการคำนวณน้ำหนักก่อนคลอดมี3วิธีครับ
1. คลำทางหน้าท้อง (ขึ้นอยู่กับท่าทางเด็กและผนังหน้าท้อง)
2. ใช้เครื่องอัลตราซาวน์ (มีประมาณ8เทคนิก ขึ้นกับว่าเด็กอยู่ในท้องท่าไหน)
3. ให้แม่กะเอง และใช้ข้อมูลจากส่วนสูงน้ำหนักอายุครรภ์ในสมุดฝากครรภ์มาคำนวณ

ตามงานวิจัยที่มีเป็นร้อยๆฉบับ สรุปเป็นแนวทางของACOG ...ของอเมริกาได้ว่า ไม่มีวิธีไหนที่เหนือกว่าวิธีไหนครับ

การประเมินน้ำหนักทารก ถ้าเด็กทารกน้ำหนัก2500-3500 ส่วนใหญ่ก็จะประเมินได้ค่อนข้างแม่นยำ คือผิดไม่เกิน 25%ของน้ำหนักตัว (นี่แม่นยำแล้วนะ)
ถ้าเด็กหนักเกิน3500 หรือน้อยกว่า 2500 จะเริ่มเป๋ อาจจะเป๋ได้1000กรัม!!

เหตุที่เป็นอย่างนี้ เพราะว่า ถ้าเด็กหนักมากกว่า3500 มารดามักตัวใหญ่ หน้าท้องมักใหญ่ การตรวจทางหน้าท้องและประเมินน้ำหนักก็ทำยากขึ้น การใช้อัลตราซาวน์ประเมิน ก็มีการใช้ขนาดกระดูกมาช่วย(แต่เด็กอ้วนขึ้นกระดูกก็ไม่ได้ยาวใหญ่ขึ้นมาก)
ถ้าเด็กน้อยกว่า2500 ผนังมดลูกก็บังมิดตรวจยาก การวัดขนาดด้วยอัลตราซาวน์ผิดไป1-2มม. ก็พาเข้าป่ากะน้ำหนักผิดไป200-300กรัมได่้

ที่ผมถามปีด้วย ก็เพราะ เครื่องอัลตราซาวน์ในสมัยก่อนทั่วๆไปความละเอียดไม่ดีเท่าเดี๋ยวนี้ การกะน้ำหนักโดยใช้เครื่องเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยฝีมือและโชคไปพร้อมๆกัน
1985
1990
1995


""""
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูในsettingนั้นๆครับ
บางกรณี ไม่ควรพลาด พลาดก็มี
บางกรณี เก่งแค่ไหนก็ควรแย่ ... แต่ทำออกมาได้ดีก็มี
บางกรณี ไม่ควรแย่ ... ออกมาแย่แต่ญาติคิดว่าหมอทำดีแล้วก็มี
บางกรณี ยังไงก็แย่ ... ออกมาแย่ ญาติคิดว่าหมอห่วยก็มี

ต้องดูเป็ฯกรณีจริงๆ... ดังนั้นคงบอกได้ประมาณนี้ครับ ไหว้

....
เข้ามาเสริมอีกนิดว่า ultrasoundของรพ.ผม ยังมีคุณภาพประมาณเครื่องปี1985อยู่เลยครับ ง่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 ธ.ค. 2006, 11:49 น. โดย หมอแมว » บันทึกการเข้า

ดราม่าอยู่รอบตัวเรา
หน้า: 1 ... 71 72 73 74 75 76 77 [78] 79 80 81 82 83 84 85 ... 440
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!