หมอแมวเค้าถามอะไรหน่อยสิ -..-

<< < (255/1320) > >>

icez:
แอบอ้างจาก: หมอแมว ที่ 10 ม.ค. 2007, 19:19 น.

เอาของIcezก่อน ....
ผมว่าหาคนที่ไว้ใจได้ ใกล้ตัว และคิดว่าจะไม่เอาความลับเราไปเปิดเผย ... เล่าทุกอย่างทางMSN โทรศัพท์ หรือสกายปี้ให้เค้าฟังเพื่อระบายความในใจออกไป ทันน่าจะตรงจุดกว่า
การใช้ยา... ผมเห็นว่ามันปลายเหตุเกินไป และถึงจะช่วยได้ตอนนี้จะไปหาที่ไหน
ส่วนวิธีอื่นๆอย่างเช่นการไปทำงานอื่นให้ลืมเรื่องพวกนี้ผมก็ว่าไม่น่าจะได้ผล.....

หาคนบ่นปัญหาให้ฟังเถอะครับ หรือไม่อย่างนั้นก็หมกมุ่นกับปัญหาที่ICEZเจออยู่ และหาsolutionในการแก้ปัญหาไปเลยก็ได้
ขอให้โชคดีครับ

หมอครับ ขอแสดงความยินดีครับ

คนที่หมอว่า สำหรับผม " ไม่มีเลย "

ถึงได้ถามหายาไง - -'

ปล. แม่บอกมา ยาชื่อ tranzene ไรเนี่ย เห็นว่าไว้แก้เครียด ลดอาการคิดมาก อะไรซักอย่างเนี่ยแหละ ให้ไปหามา -..-' พูดง๊ายง่าย

หมอแมว:
ของลั่น .... เหมือนว่าจะเป็น Schizophrenia หรือไม่ก็ Psychosis
เพราะมีลักษณะอาการของ
-การหลงผิด(delusion) เชื่อในเรื่องอะไรแบบยึดติดฝังใจแม้ว่าเราๆท่านๆจะเห็นว่าไร้สาระและไม่จริง
-มีการพูดจาไปหลายๆเรื่องที่มันไม่เข้ากัน Disorganized thinking เดี๋ยวพูดเรื่องนึง เดี๋ยวเปลี่ยนไปอีกเรื่องนึง
-สำคัญตนว่าตนเองยิ่งใหญ่ Grandiose behaviour พอผสมโรงกับdelusion ก็เลยสั่งยาย
-poor insight ไม่รู้ว่าตนผิดปกติ  ซึ่งส่งผลต่อการทะเลาะเบาะแว้งกับคนอื่นและอารมณ์ร้ายมองคนอื่นในแง่ไม่ดี Paranoid (จริงๆจะหมายรวมถึงการกลัวระแวงคนอื่นมาทำร้าย)

จริงๆเล่ามานี่ผมนึกถึงโรคPsychosisเลยครับ   :08:

การรักษานั้นปกติต้องใช้ยา ซึ่งรายละเอียดผมลืมไปหมดแล้ว แต่ว่าต้องเลือกยาและดูเป็นรายๆไปเพราะลักษณะบางคนเหมาะกับยาแบบหนึ่ง บางคนก็เหมาะกับยาอีกแบบหนึ่ง
ถ้าเป็นมากๆก็ต้องแจ้งโรงพยาบาลให้รู้ เพราะว่าคนกลุ่มนี้เค้าจะรู้ว่าถ้าทำตัวผิดปกติตอนไปหาหมอ หมออาจจะปรับยา
.... คือประมาณว่า เขารู้ว่าถ้าเขาไม่กินยา จะโดนจับฉีดยารักษาหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพ .... ดังนั้นทางรอดเดียวคือกินยา ... และแกล้งทำเป็ฯรู้ตัวว่าตัวเองบ้าและยอมรับการรักษา
เวลาอยู่บ้านจะแสดงออกเต็มที่ แต่เวลาไปโรงพยาบาลจะปกติ

สรุปคือแจ้งให้หมอรู้ครับ แล้วต่อไปก็ต้องปรับยา



........
เรื่องจิตเวชต้องอธิบายนิดนึง
ระดับของความรุนแรง
1. personality บุคลิกภาพ บางคนแค่ดูแปลกๆ แต่เป็นแค่นิสัย บางคนขี้ระแวง บางคนโกรธง่าย บางคนมีความคิดเป็นอุดมคติ บางคนยึดมั่นเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก ... บุคลิกนี้ยังมีเหตุและผลอยู่
2. disorder ระดับนี้ภาษาไทยจะมีเรียกเช่น โรคประสาท โรคเครียด ... ระดับนี้จะมีภาวะที่ผิดปกติแบบที่เกินความจริง แต่ยังอยู่ในระดับที่ใช้เหตุและผลได้ ... ตัวอย่างเช่นในคนที่ดื่มสุรามากๆจนเห็นภาพหลอน บางคนเห็นเชือกกลายร่างเป็นงู(เห็นเป็ฯงูไปเลย) บางครั้งถ้าเค้าใจแข็งพอนั่งคุยกับหมอไปเค้าก็ชี้ให้เห็นเลยว่าตอนนี้เห็นงูอยู่เต็มห้อง... เค้าก็กลัวแต่คิดว่าต้องเป็นภาพหลอน(นั่นคือใช้เหตุผลได้ว่าถ้ามีจริงหมอคงวิ่งไปแล้ว ดังนั้นมันคือภาพหลอน)
โรคจิตประสาทระดับนี้ ยังไม่หลุดโลก
3. disease กลุ่มนี้อาการควบคุมไม่ได้ คนที่เป็นไม่รู้ตัวว่าเป็น และมักจะไม่ยอมรับว่าตนเองเป็น กลุ่มนี้กลายเป็นโรคจิตไปแล้ว.......

กลุ่มที่3นี้จริงๆก็มีพอสมควร แต่ว่าไม่ค่อยเห็นในสังคม .... ส่วนที่เห็นในหนังน่ะ ของจริงไม่ค่อยมีหรอกครับ

เต่ามาก:
โรค "บ้ารักเธอ" นี่พอจะมียารักษาป่ะครับ  :25:

ART_:
แอบอ้าง

เอาโซเดียมคาบอเนต ผสมกับไวอากร้า สัก 10- 12 เม็ด เอาไปใส่แก้วน้ำ เติม โพแทสเซียม ไซยาไนด์ ไปสัก 1 ช้อนชา

รับประทาน 1 แก้ว วันเดียวเดี๋ยวหายเองครับ ได้ผลนะ

เปอร์แมงกาเนตก็ได้ครับ  :39:

หมอแมว:
แอบอ้างจาก: แป้งหวาน ที่ 10 ม.ค. 2007, 19:29 น.

ป้าปวดใต้ชายโครงด้านซ้าย จิ้มไปลึกๆแล้วปวดมาก ตอนนี้ลุกลามมาปวดด้านหลังเอวตรงด้านซ้านตำแหน่งเดียวกัน ปวดแล้วก็มีไข้ปานกลาง-สูง เช็คปัสสาวะแล้วไม่มีการติดเชื้อ

ได้ยา PREVACID FDT 30 มากิน 3เม็ด หลังอาหาร เช้าเย็น
กับ ARCOXIA 120 MG 3 เม็ด วันละ 1ครั้งหลังอาหารทันที

หมอที่รพ.พระราม9 อยากให้แอดมิดแล้วอุนตร้าซาวด์ เพราะกล้วว่าไข้สูงแล้วทำให้เครื่องในบวมน้ำ(ม้ามโต) แต่ป้าไม่อยากนอน เลยได้ยามากินแทน หมอบอกว่าถ้าพรุ่งนี้อาการไม่ดีขึ้น ให้ไปตรวจเลือดที่ รพลาดพร้าว ที่มีประกันสังคมแทน

คำถาม..ป้าอาการหนักมั้ย ไข้สูงทุกวันเลย รอไปอีกวันนึงมันจะแย่ไปรึเปล่า? ถ้าม้ามโตจริง จะอันตรายมั้ย? หรือว่า อาการแบบนี้น่าจะเป็นลำไส้อักเสบ...
ปล. ป้าไม่ท้องเสียนะ มีแต่ท้องผูก แต่ไข้สูงจนหนาวสั่นกึกๆๆๆๆ เนี่ย เป็นมาตั้งแต่วันจันทร์แล้ว
ปล. วันอาทิตย์ป้าไปวิ่งมาแค่ 3-4 รอบเอง เหงื่อยังไม่ทันออกเลย ไม่น่าจะกล้ามเนื้ออักเสปช่มั้ย?

ปล3 ตอนนี้ปวดมาก หายใจแรงๆก็ยิ่งปวด  เดินก็ปวดเพราะมันมีแรงกระแทก :05: ยังไม่ถึงกับจะตายใช่มั้ยเพราะยังมีแรงพิมพ์คีย์บอร์ดอยู่



อย่างแรก.... ยาทั้งสองตัวที่ว่าเป็นยากลุ่มลดกรดในกระเพาะ และยาลดการอักเสบ .... ถ้าบอกว่ามีไข้สูงตั้งแต่วันจันทร์ ผมว่ามันคงไม่ช่วยอะไรมากนัก
อย่างที่สอง ปวดตรงจุดนี้และหมออยากอุลตร้าซาวน์ แปลว่าเขาอยากดูว่าแถวนั้นเกิดอะไรขึ้น ม้ามหรือกระเพาะหรือลำไส้หรือไต.... อันไหนกันแน่ที่มีปัญหา (ที่จริงผมไม่ได้ตรวจ ผมไม่ร ไม่กล้าเดาู้)
อย่างที่สาม ม้าม... ถ้ามีไข้ ม้ามจะโตบวมได้หากเป็นไข้จากการติดเชื้อซึ่งเป็นเชื้อที่ติดทั่วร่างกายไม่จำเพาะตำแหน่ง (Systemic infection) ซึ่งก็มีเชื้ออยู่เป็ฯกลุ่มอยู่กลุ่มหนึ่ง ม้ามโตไม่อันตรายครับ แต่เหตุที่ทำให้ม้ามโตนั้นอันตรายกว่า
อย่างที่สี่ ... ป้าบอกว่ามีอาการปวดมาก หายใจก็ปวด เดินแรงๆก็ปวด....
จากข้อสี่ ผมว่าปิดคอมแล้วไปโรงพยาบาลเจาะเลือดและตรวจร่างกายดีกว่าครับ ... ไปตอนนี้เลยดีกว่า {หมีโหด}/

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว