อยากเล่าบ้าง แต่ความหลังคนแก่ยาวนะคะ บอกก่อน!! (เราเตือนคุณแล้ว

)
ตอนเด็กมาก ----- พ่อกับแม่สอนที่โรงเรียนบ้านนอกห่างไกลความเจริญ ด้วยความอยากให้ลูกได้ดีมีการศึกษา
รวมทั้งไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยง (อืม..ไม่ได้เลี้ยงเลยดีกว่าว่างั้นเถอะ) จึงต้องเข้าโรงเรียนตั้งแต่ หนึ่งขวบแปดเดือน (จริงๆ)
เป็นเด็กอะไรก็ไม่รู้ที่เรียนอนุบาล 1-2 ซ้ำ 2 รอบ สรุปเรียนอนุบาลไป 4 ปี (เพราะตอนไปจะไปเข้าป.1 เค้าบอกอายุน้อยไปหน่อย)
ตอนโตมาหน่อย----------- เป็นความผิดพลาดของพ่อกับแม่อย่างมาก ที่คิดว่าส่งลูกเข้าโรงเรียนคริสต์แล้ว
จะเก่งภาษาอังกฤษ 555 ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จำได้ว่าครูภาษาอังกฤษตอนป.1 โหดมาก ถูกตีทุกวันเพราะเขียนศัพท์ผิด
โกรธมาก!!คิดในใจทุกวัน...กรูเกลียดวิชานี้.... ซึ่งพอ ๆ กับวิชาคณิตฯ มีปัญหากับไอ้เลขบวกลบคูณหารมากเลย (ตอนป.5 ไม่เคยทำการบ้าน
คณิตศาสตร์เลยตลอดทั้งเทอม จนถูกจับเข้าไปนั่งในห้องซิสเตอร์ครูใหญ่ ให้สารภาพบาป ..ซึ่งก็ดีมาก เพราะตั้งแต่นั้นเลยหัดลอกเพื่อน)
ตอนโตมาอีกนิดหนึ่ง--------- จบป.6 มาอย่างสวยงาม เรียนได้กลาง ๆ ไม่เก่งไม่อ่อน วัน ๆ ก็รอแต่วันศุกร์
เพื่อจะได้ยืมนิยายกลับไปอ่านที่บ้าน เพราะโรงเรียนนี้ ให้ยืมนิยายได้เฉพาะวันศุกร์!!!!! โอ้..พระเจ้า
จำได้ว่าเริ่มอ่านนิยายครั้งแรกตอนป.4 แบบว่าแก่แดดแต่เด็ก อ่านปราสาทมืด
หมูแดง คู่กรรม ฯลฯ แต่เรื่องที่ประทับใจที่สุดคือ ต้นส้มแสนรัก พ่อซื้อให้ตอนป.5 อ่านครั้งแรก ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า
แล้วก็อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ร้องแล้วร้องอีกอยู่สองสามรอบ ( บ้าแต่เด็ก )
ตอนโตมาอีกพอประมาณ--------- จำเป็นต้องออกจากรร.หญิงล้วนอันเป็นที่รัก
เพราะพ่อมีประกาศิตให้สอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัด เพื่อไปเข้าม.1
ไม่อยากไปเลย..เพราะคิดว่าจะมีโรงเรียนไหนอีกบ้างวะ ที่ตูสามารถถกกระโปรงจุกเสื้อไว้ใน
โดยไม่ต้องเข้าห้องน้ำ (ยืนทำกลางห้องเลย) แต่ก็..ไอ้เสือ..เอาวา สอบก็สอบ ด้วยความโง่..เลยสอบได้ห้องคิงลี่
อยู่ห้อง 2 (ห้องคิงแท้จริงคือห้อง 10 ) สนุกมากกก...ชอบ..ร่าเริง...ใช้ชีวิตในห้องสมุดทุกนาทีที่ว่าง เพราะโรงเรียนนี้ให้ยืมนิยายได้ทุกวัน
สวรรค์ของช้าน

อ่านจนบัตรยืมห้องสมุดหมดเร็วมาก เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก จนได้เป็นยอดนักอ่าน (ประมาณนั้น)
จากนั้นก็ก้าวเ้ข้าสู่วงการของนักตอบปัญหาธรรมะ เหตุเพราะเค้าให้ส่งตัวแทนห้องไปตอบ เพื่อนเห็นเก่งสังคมก็เลยถีบไป
พอไปสมัคร อ.หมวดสังคมฯ ผู้นั้นทำหน้าตาดูถูกเหยียดหยามมาก ประมาณว่า อยู่ห้อง 2 เหรอ แน่ใจเหรอว่าจะสมัคร
(พร้อมยิ้มแสยะไปมา) คิดในใจ นาทีนั้นเลย !! กรูต้องสอบให้ได้ และต้องได้ที่ 1 ด้วย จำได้ว่าได้มงคลชีวิตเล่ม 1-2 มา
อ่านแล้วท่อง ท่องแล้วอ่าน จนตอนนั้นนะ...นึกถึงมงคลข้อไหน รายละเอียดอะไร หน้าของหนังสือลอยเข้ามาในหัวเลย
แน่นอน..ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็ต้องอยู่ที่ไหน ได้ที่ 1 หัวเราะเยาะเย้ยเหวยๆฟ้ามาก เหล่าคณาจารย์งงไปเลย
ตอนม. 3 แหกรั้วสังกะสี ปีนแทงค์น้ำ โดดไปดูหนัง ฯลฯ ตอนนั้นรร.เริ่มจัดห้องใหม่ตามเกรดเฉลี่ย ได้ย้ายไปอยู่ห้อง 8
แต่กลับมาสมาคมกับห้อง 2 เหมือนเดิม จนในที่สุด เพื่อนในกลุ่มซึ่งปกติมีด้วยกัน 13 คน ถูกไล่ออกไป 6 คน ด้วยหลายข้อหาด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็น กัญชา กาว เหล้าแห้ง ฯลฯ (น้อง ๆสร.ขา ที่พวกหนูได้รั้วปูนแทนรั้วสังกะสีเนี่ยเพราะพี่แอนด์เดอะแ๊ก๊งค์นะคะ)
ตอนโตมาก-------- อายุ15 ขึ้นม. 4 ที่โรงเรียนเดิม เิริ่มรายการล่ารางวัล เขียนเรียงความ แต่งกลอนโน่นนี่ พูดวิทยาศาสตร์
สุนทรพจน์ โต้วาที เพราะพ่อกะแม่ติดสินบนด้วยการบอกว่า ...ถ้ารายการไหนแ่ข่งได้ตังค์เท่าไหร่เบิ้ลให้เท่าตัว..ตอนนั้นเลยสู้ตาย!!
หัวการค้าแต่เด็ก ..พ่อจ้างให้ไปเล่านิทานให้นักเรียนโรงเรียนเค้าฟังก็ทำ ให้หัดสอนเด็กหน้าชั้นก็ทำ รับจ้างคุมสอบก็ทำ
รับจ้างตรวจการบ้านก็ทำ ตรวจข้อสอบก็ทำ(อีกนั่นแหละ)
จบอายุ 15 อย่างเหลวไหลไร้สาระ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน วัน ๆ ก็อ่านนิยาย หนังสืออ่านเล่น การ์ตูน ทุกอย่างที่ไม่ใช่หนังสือเรียน
-----------------------------------------------จบค่ะ---------------------------------------------------------