หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14 15 16
 
ผู้เขียน กระจู๋: สำหรับอายุ 15 ขึ้นไปเท่านั้น  (อ่าน 14824 ครั้ง)
0 สาวก และ 1 ขาจร กำลังดูกระจู๋นี้
จำไม่ได้ 15 มันนานง่ะ 15 อยู่ม.4 น่าจะเเอบหลับในห้องสมุดนะ วันๆมีแต่นอนกับนอน ปล.เรียน ญ ล้วน  หยี
บันทึกการเข้า

http://www.head2toeshop.com เครื่องสำอาง อาหารเสริม

ตอน 8 ขวบ ได้คอมเครื่องใหม่ เป็น Pentium !!! ลง Windows 98 เลยมีแรงจะลง Photoshop 5
ก็จับ Photoshop ครั้งแีรกตั้งแต่่นั้นมา

ละก็ 8 ขวบได้เล่นเน็ตครั้งแรก เลยมุ่งเสาะหาแต่เว็บโป๊


 กร๊าก
บันทึกการเข้า

ยิ้มน่ารัก น้องดำ
อยากเล่าบ้าง แต่ความหลังคนแก่ยาวนะคะ บอกก่อน!! (เราเตือนคุณแล้ว ลันล้า)


ตอนเด็กมาก -----  พ่อกับแม่สอนที่โรงเรียนบ้านนอกห่างไกลความเจริญ ด้วยความอยากให้ลูกได้ดีมีการศึกษา

รวมทั้งไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยง (อืม..ไม่ได้เลี้ยงเลยดีกว่าว่างั้นเถอะ) จึงต้องเข้าโรงเรียนตั้งแต่ หนึ่งขวบแปดเดือน (จริงๆ)

เป็นเด็กอะไรก็ไม่รู้ที่เรียนอนุบาล 1-2 ซ้ำ 2 รอบ  สรุปเรียนอนุบาลไป 4 ปี (เพราะตอนไปจะไปเข้าป.1 เค้าบอกอายุน้อยไปหน่อย)

ตอนโตมาหน่อย----------- เป็นความผิดพลาดของพ่อกับแม่อย่างมาก  ที่คิดว่าส่งลูกเข้าโรงเรียนคริสต์แล้ว

จะเก่งภาษาอังกฤษ 555  ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง  จำได้ว่าครูภาษาอังกฤษตอนป.1 โหดมาก ถูกตีทุกวันเพราะเขียนศัพท์ผิด

โกรธมาก!!คิดในใจทุกวัน...กรูเกลียดวิชานี้.... ซึ่งพอ ๆ กับวิชาคณิตฯ  มีปัญหากับไอ้เลขบวกลบคูณหารมากเลย (ตอนป.5 ไม่เคยทำการบ้าน

คณิตศาสตร์เลยตลอดทั้งเทอม จนถูกจับเข้าไปนั่งในห้องซิสเตอร์ครูใหญ่ ให้สารภาพบาป ..ซึ่งก็ดีมาก เพราะตั้งแต่นั้นเลยหัดลอกเพื่อน)


  ตอนโตมาอีกนิดหนึ่ง---------  จบป.6 มาอย่างสวยงาม เรียนได้กลาง ๆ ไม่เก่งไม่อ่อน วัน ๆ ก็รอแต่วันศุกร์

เพื่อจะได้ยืมนิยายกลับไปอ่านที่บ้าน   เพราะโรงเรียนนี้  ให้ยืมนิยายได้เฉพาะวันศุกร์!!!!!  โอ้..พระเจ้า

จำได้ว่าเริ่มอ่านนิยายครั้งแรกตอนป.4   แบบว่าแก่แดดแต่เด็ก อ่านปราสาทมืด

หมูแดง  คู่กรรม ฯลฯ แต่เรื่องที่ประทับใจที่สุดคือ ต้นส้มแสนรัก  พ่อซื้อให้ตอนป.5  อ่านครั้งแรก ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า

แล้วก็อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ร้องแล้วร้องอีกอยู่สองสามรอบ ( บ้าแต่เด็ก ) 


ตอนโตมาอีกพอประมาณ--------- จำเป็นต้องออกจากรร.หญิงล้วนอันเป็นที่รัก   

เพราะพ่อมีประกาศิตให้สอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัด  เพื่อไปเข้าม.1

ไม่อยากไปเลย..เพราะคิดว่าจะมีโรงเรียนไหนอีกบ้างวะ  ที่ตูสามารถถกกระโปรงจุกเสื้อไว้ใน 

โดยไม่ต้องเข้าห้องน้ำ (ยืนทำกลางห้องเลย)  แต่ก็..ไอ้เสือ..เอาวา  สอบก็สอบ ด้วยความโง่..เลยสอบได้ห้องคิงลี่ 

อยู่ห้อง 2 (ห้องคิงแท้จริงคือห้อง 10 ) สนุกมากกก...ชอบ..ร่าเริง...ใช้ชีวิตในห้องสมุดทุกนาทีที่ว่าง  เพราะโรงเรียนนี้ให้ยืมนิยายได้ทุกวัน

สวรรค์ของช้าน ฮือๆ~  อ่านจนบัตรยืมห้องสมุดหมดเร็วมาก เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก จนได้เป็นยอดนักอ่าน (ประมาณนั้น)

จากนั้นก็ก้าวเ้ข้าสู่วงการของนักตอบปัญหาธรรมะ  เหตุเพราะเค้าให้ส่งตัวแทนห้องไปตอบ  เพื่อนเห็นเก่งสังคมก็เลยถีบไป

พอไปสมัคร อ.หมวดสังคมฯ ผู้นั้นทำหน้าตาดูถูกเหยียดหยามมาก  ประมาณว่า อยู่ห้อง 2 เหรอ แน่ใจเหรอว่าจะสมัคร

(พร้อมยิ้มแสยะไปมา)  คิดในใจ  นาทีนั้นเลย !! กรูต้องสอบให้ได้ และต้องได้ที่ 1 ด้วย จำได้ว่าได้มงคลชีวิตเล่ม 1-2 มา

อ่านแล้วท่อง ท่องแล้วอ่าน  จนตอนนั้นนะ...นึกถึงมงคลข้อไหน รายละเอียดอะไร หน้าของหนังสือลอยเข้ามาในหัวเลย

แน่นอน..ความพยายามอยู่ที่ไหน  ความสำเร็จก็ต้องอยู่ที่ไหน  ได้ที่ 1  หัวเราะเยาะเย้ยเหวยๆฟ้ามาก เหล่าคณาจารย์งงไปเลย

ตอนม. 3  แหกรั้วสังกะสี  ปีนแทงค์น้ำ  โดดไปดูหนัง ฯลฯ ตอนนั้นรร.เริ่มจัดห้องใหม่ตามเกรดเฉลี่ย ได้ย้ายไปอยู่ห้อง 8

แต่กลับมาสมาคมกับห้อง 2 เหมือนเดิม  จนในที่สุด เพื่อนในกลุ่มซึ่งปกติมีด้วยกัน 13 คน ถูกไล่ออกไป 6 คน ด้วยหลายข้อหาด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็น กัญชา กาว เหล้าแห้ง ฯลฯ (น้อง ๆสร.ขา ที่พวกหนูได้รั้วปูนแทนรั้วสังกะสีเนี่ยเพราะพี่แอนด์เดอะแ๊ก๊งค์นะคะ)


ตอนโตมาก--------  อายุ15   ขึ้นม. 4  ที่โรงเรียนเดิม เิริ่มรายการล่ารางวัล เขียนเรียงความ แต่งกลอนโน่นนี่  พูดวิทยาศาสตร์

สุนทรพจน์  โต้วาที  เพราะพ่อกะแม่ติดสินบนด้วยการบอกว่า  ...ถ้ารายการไหนแ่ข่งได้ตังค์เท่าไหร่เบิ้ลให้เท่าตัว..ตอนนั้นเลยสู้ตาย!!

หัวการค้าแต่เด็ก  ..พ่อจ้างให้ไปเล่านิทานให้นักเรียนโรงเรียนเค้าฟังก็ทำ  ให้หัดสอนเด็กหน้าชั้นก็ทำ  รับจ้างคุมสอบก็ทำ

รับจ้างตรวจการบ้านก็ทำ  ตรวจข้อสอบก็ทำ(อีกนั่นแหละ)


จบอายุ 15  อย่างเหลวไหลไร้สาระ  ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  วัน ๆ ก็อ่านนิยาย หนังสืออ่านเล่น การ์ตูน  ทุกอย่างที่ไม่ใช่หนังสือเรียน

-----------------------------------------------จบค่ะ---------------------------------------------------------





บันทึกการเข้า
เหมือนกันเลยครับ
เคยเกลียดวิชาภาษาอังกฤษก็เพราะพ่อแม่ส่งไปเรียนโรงเรียนคริสต์ (ตอน ป.3)
แล้วเจอสภาพแวดล้อมแปลกแยก กับครูภาษาอังกฤษที่เกลียดที่สุด
เกลียดจนกระทั่งจำชื่อแกมาจนถึงทุกวันนี้ได้เลยแหละ
บันทึกการเข้า

เร็วๆ นี้จะกลับมาช่วยเมียรับสกรีนเสื้อละครับ ช่วยอุดหนุนด้วยเด้อ
เหมือนกันเลยครับ
เคยเกลียดวิชาภาษาอังกฤษก็เพราะพ่อแม่ส่งไปเรียนโรงเรียนคริสต์ (ตอน ป.3)
แล้วเจอสภาพแวดล้อมแปลกแยก กับครูภาษาอังกฤษที่เกลียดที่สุด
เกลียดจนกระทั่งจำชื่อแกมาจนถึงทุกวันนี้ได้เลยแหละ

 กร๊าก จำชื่อครูคนนั้นได้เหมือนกัน  แบบว่าโดนตีทุกวันอ่ะ จำฝังใจ แค้นฝังหุ่น!! หมีโหด~
บันทึกการเข้า
แต่ผมไปเจอครูดีตอน ม.1, ม.3 แล้วก็ ม.5
ก็เลยกลับมาชอบภาษาอังกฤษอีกที
แต่ชอบแค่ไหนก็ได้แค่หลักสูตรโรงเรียนรัฐบาลต่างจังหวัดน่ะครับ
ทุกวันนี้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย อืมมมมห์ แต่ถ้าพูดกะ Aoi นี่พอได้
บันทึกการเข้า

เร็วๆ นี้จะกลับมาช่วยเมียรับสกรีนเสื้อละครับ ช่วยอุดหนุนด้วยเด้อ
นั่นมันภาษาญี่ปุ่น โวย


อาจารย์พี่แอนสอนดีมากเลย
สอนภาษาอังกฤษ นักเรียนพูดญี่ปุ่นได้ด้วย กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

แต่ผมไปเจอครูดีตอน ม.1, ม.3 แล้วก็ ม.5
ก็เลยกลับมาชอบภาษาอังกฤษอีกที
แต่ชอบแค่ไหนก็ได้แค่หลักสูตรโรงเรียนรัฐบาลต่างจังหวัดน่ะครับ
ทุกวันนี้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย อืมมมมห์ แต่ถ้าพูดกะ Aoi นี่พอได้

 คริคริ  ไปเจอครูดีตอนม.1 เหมือนกันค่ะ เป็นแม่ลูกบุญธรรมกันมาจนทุกวันนี้

แต่..ความรู้ทางภาษาอังกฤษ ยังนิดน้อยเท่าหอยมดเหมือนเดิม กะว่าจะเอาดีด้วยการหาแฟนฝรั่งค่ะ

ใคร ๆ ก็ช่วยบอกว่า ดำได้แล้ว ขาดแต่ผอม  คงต้องลดน้ำหนักอีกซัก 20 กิโล ฮือๆ~
บันทึกการเข้า
แต่ผมไปเจอครูดีตอน ม.1, ม.3 แล้วก็ ม.5
ก็เลยกลับมาชอบภาษาอังกฤษอีกที
แต่ชอบแค่ไหนก็ได้แค่หลักสูตรโรงเรียนรัฐบาลต่างจังหวัดน่ะครับ
ทุกวันนี้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย อืมมมมห์ แต่ถ้าพูดกะ Aoi นี่พอได้

ม.3กับ ม.5 ใครวะ
บันทึกการเข้า

ตอนช่วงวัยรุ่นตอนต้นเหรอ
จำได้ว่า ช่วงนั้นตัวเตี้ยที่สุดในห้องเลยครับ เวลายืนเคารถธงชาติ 8 โมงเช้า จะยืนอยู่ท้าย ๆ แถวตลอด สูงประมาณ 150 นิดๆ เศร้า
พอเราตัวเตี้ย ใส่แว่น แล้วเป็นน้องใหม่ที่ย้ายโรงเรียนมา วัน ๆ ก็ไม่ต้องทำอะไรเลยครับ แรก ๆ ก็เรียนมันอย่างเดียว
พอปรับตัวได้ ครูเขาคงคิดว่าผมเป็นเด็กเรียน แต่ผมนี่ตัวโดดเลย เอะอะเป็น เห้ย ไปเตะบอล
ชีวิตช่วงนั้น เตะบอลทุกวัน สลับกับเล่นบาส ด้วยความที่เป็นโรงเรียนประจำอำเภอ มีสนามเยอะพอควร(สนามบาสนะ) ก็เตะมันอยู่ที่สนามบาสนี่แหละ และห้องผมถ้าอาจารย์มาสายเกิน 10-15 นาที แสดงว่า อาจารย์แกลืมหรือไม่มา พวกเราก็จะเหมาว่าแกไม่สอน
แล้วเราก็จะโดดกันยกห้อง แล้วก็แยกย้ายไปกันไปนั่งตามสวนหย่อมร่มไม้ อ่านหนังสือฟังเพลง ดีดกีต้า ประมาณนั้น

จำได้ว่า ช่วงนั้น ที่บ้านไม่มีคอมพิวเตอร์ มีแต่เครื่องพิมพ์ดีด เห็นคนอื่นเล่น ICQ กับ Pirch(สะกดอย่างนี้รึเปล่า) กัน โห เขาเล่นกันยังไงเนี่ย ไอ้เราจะไปทำคอมเขาพังไหม ร้านเกมส์ก็ไม่ค่อยได้เข้าครับ ด้วยความที่กลัวเขาไปแล้วไปทำเอ๋อใส่
อีกอย่างที่ทำช่วงนั้น ผมเล่นเกมส์เครืิ่อง ซุปเปอร์ครับ ที่ใส่แผ่นเหมือน Flooppydisk A หน่ะ
วัน ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เช้าขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรียน ครูมาสายนิดนึงก็โดดยกห้องไปเตะบอล เย็นก็กลับบ้านมาเล่นเกมส์ต่อ ชีวิตวนอยู่แค่นี้ครับ
บันทึกการเข้า

แอบเห็นของครูบัว อ่านต้นส้มแสนรักแล้วร้องไห้เป็นเผาเต่า
เหมือนกันครับ (แต่อ่านตอน ม.ต้น ไม่ได้แก่แดดขนาดครู (อิอิ))
จำได้ว่า ร้องตอนที่เซเซ่เก็บตังซื้อของให้พ่อ กับหน้าท้ายๆ
ตลอดระยะเวลาการอ่านสักยี่สิบหน้า น้ำตามันไหลตลอดเลย
ตอนที่ลุงโปรตุก้ากับมันการาติบ้า... (ถ้าจำชื่อไม่ผิด)
คิดว่าทุกคนคงแทบเป็นแทบตายกับตอนนี้เหมือนกัน

ถือว่าเป็นประสบการณ์วัยสิบห้าเหมือนกันนะเนี่ย
น่าจะเป็นหนังสือที่ทำให้เสียน้ำตาเยอะที่สุดแล้วในชีวิต



บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
นับจนถึงทุกวันนี้ ชีวิตช่วงวัยเด็กของแอ้ก็ถือได้ว่าค่อนข้างจะมีความสุขดี
(ก็ขอตังค์พ่อแม่ใช้ มันก็สุขพอประมาณนะคะ) แต่ว่าเรื่องไฮเทค ไอทีต่างๆ นี่
ไม่เคยได้สัมผัส ได้ใช้คอมพิวเตอร์แบบจริงจังครั้งแรกตอนเข้ามหาลัย..  หน้ามึน

สมัยก่อนไม่ได้ทำอะไรค่ะ เรียนกับเรียน ทำกิจกรรมต่างๆ ตามสภาพ แล้วก็
ช่วยงานบ้าน ช่วงใกล้เอ็นทรานซ์ก็ไม่ทำไรค่ะ อ่านหนังสืออย่างเดียว..

สิ่งที่ไม่เคยได้สัมผัสเลยก่อนเข้ามหาลัย
 - โรงหนัง
 - ร้านคอมพ์ (และบ้านไม่มีคอมพ์ด้วย ตอนนั้น)
 - สถานที่อโคจรต่างๆ เหล้ายาปลาปิ้ง (โอเค ปลาปิ้งอาจเคยได้กินบ้าง)
 - ไม่เคยลงสระว่ายน้ำ
 - เดินแต่ห้างเล็กๆ ไม่เคยกินสเวนเซ่นด้วยซ้ำ
ฯลฯ
แต่ชีวิตก็ไม่ได้ขาดอะไรนะคะ ก็รู้สึกว่าสมดุลดี
หลังจากเข้ามหาลัย ตอนอายุ 16 ขวบครึ่ง ก็เกเรสุดขอบไปเลย เนื่องจากเก็บกดมานาน.. หุหุ
บันทึกการเข้า


 
 
อายุ 15 คือ 10 ปีที่แล้ว
อยู่ม.4 โรงเรียนหญิงล้วน ใส่ประโปรงสีแดง
ติดเพิร์ทมากกกกกกกกก เล่นอยู่นั่น กับคำถามเดิมๆ
ชื่ออะไร เรียนที่ไหน อายุเท่าไหร่ มีแฟนหรือยัง?

 ง่ะ ไม่เข้าใจว่าวนเวียนซ้ำซากจะเล่นทำไม

ถ้าโดนพ่อ+แม่ดุ ก็จะนั่งฟังเพลง
เปิดเพลงฟังทั้งวัน อ่านหนังสือบ้าง
ชอบอ่านวรรณกรรมแปล พวกหนังสือแปลนี่ พี่ข้างบ้านสะสม
ไปอ่านของเค้าจนหมดตู้

อินๆ ก็นั้นก็พวกโรอัลห์ ดาร์ลนะ อ่านมันทุกเล่นเลย (แต่ไม่เคยซื้อ) 55+
กับพวกการตูนญี่ปุ่นตาหวานนั่นแหล่ะ มี 10 เล่มก็อ่าน 10 เล่ม
มี 40 เล่มก็อ่าน 40 เล่ม
 
 

ที่เป็นเรื่องเป็นราว ได้ประโยชน์ติดตัวมาถึงตอนนี้ก็ที่บ้านขายเหล้านอก
ต้อง check stock ของในบ้านทุกวัน
อันนี้เอามาใช้ได้จริงกับตัวเองตอนนี้ (ที่เปิดร้านเสื้อผ้า)

  ฮี่ๆ จบค่ะ
บันทึกการเข้า

ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข
เหมือนกันเลยครับ
เคยเกลียดวิชาภาษาอังกฤษก็เพราะพ่อแม่ส่งไปเรียนโรงเรียนคริสต์ (ตอน ป.3)
แล้วเจอสภาพแวดล้อมแปลกแยก กับครูภาษาอังกฤษที่เกลียดที่สุด
เกลียดจนกระทั่งจำชื่อแกมาจนถึงทุกวันนี้ได้เลยแหละ

 หมีโหด~/
ตูเรียนโรงเรียนคริสต์ตั้งแต่ ป.1
วิชาภาษาอังกฤษ เป็นวิชาที่ตูเกลียดที่สุด
โดนบังคับให้ท่องศัพท์วันละห้าสิบคำ
จำไม่ได้โดนตี ตูท่องไปน้ำตาไหลพรากไป  ฮือๆ~

.....................

สมัยที่ตูมาเรียนที่นี่ใหม่ๆ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษตูที่นี่บอกว่า
"คุณรู้ศัพท์(Vocabulary) มากกว่าคนอังกฤษอีกนะรู้รึเปล่า
แต่การออกเสียง(Pronunciation) ของคุณเนี่ยมันมีปัญหานะ"  อี๋~

ตูได้แต่บอกไปว่า ตูออกเสียงเหมือนอาจารย์ที่สอนตู
ตอนสมัยเด็กๆ เดะๆ เลย  ฮือๆ~
(ก็ถ้าออกเสียงไม่เหมือน ก็โดนตี  ฮือๆ~)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มี.ค. 2008, 12:41 น. โดย ณต » บันทึกการเข้า
ทุกวันนี้ยังขายเหล้าอยู่เปล่าครับฟ้า


ม.3กับ ม.5 ใครวะ

ม.3 เป็น อ.อะไรวะ จำชื่อไม่ได้ ฮือๆ~ ผู้หญิงน่ะ ใจดีๆ

ม.5 เป็น อ.สุเวทย์ คนอื่นไม่ชอบแต่กูชอบมาเลยขอบอก ขี้เมาดี
สอนแล้วเล่าทิปเจ๋งๆ จนต้องตื่นตัวตลอดเวลา
ทุกวันนี้ยังเก็บกระดาษเป็นแผ่นๆ ที่จดในวิชาเรียนไว้ที่บ้านเลย
(อ.แกไม่ให้ใช้สมุดใหม่ครับ ให้ใช้กระดาษเก่าเหลือๆ มาจด อ้อ.. ห้ามฉีกจากเล่มใหม่ด้วย โดนด่า)
บันทึกการเข้า

เร็วๆ นี้จะกลับมาช่วยเมียรับสกรีนเสื้อละครับ ช่วยอุดหนุนด้วยเด้อ
หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14 15 16
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!