เอามั่ง
พิมพ์ยาวๆ จะได้ไม่มีคนอ่าน
อนุบาลเป็นชีวิตที่จำไม่ค่อยได้แฮะ
คงกินนม นอน ตีกะเพื่อนละมั้ง
จำได้เลาๆ ว่า โดนใครหยิกไม่รู้ แล้วมาฟ้องพ่อ
พ่อไปหาครูด้วยความรักลูกสุดชีวิต แล้วก็โวยวายๆ
ครูก็บอกว่า ลูกคุณนั่นแหละ ไปหยิกเค้าก่อน

เรียนก็ไม่ดีล่ะ ได้ที่ 20-30 กว่าๆ ของห้อง
ประถมเรียนดีมากๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ไม่เคยได้เกินที่ 4 ของห้อง ยกเว้นตอนป.5 เทอมสอง ที่แม่หอบพาหนีไปเชียงราย
ตอนอยู่เชียงรายระยะเวลาสั้นๆ กลับได้รู้จักชีวิตมากกว่าเรียนเอกชนหลายปี
ตอนเรียนเอกชนนี่ ไม่ได้ใช้เงินเองเลย จะซื้ออะไรพ่อก็เป็นคนซื้อให้
ข้าวก็ไม่ต้องซื้อกินเอง ไปเรียนก็มีรถรับส่ง
ชีวิตเปิดโลกได้อย่างเดียวเพราะหนังสือในห้องสมุด
เขียนตามคำบอกได้เก่งกว่าคนอื่นเพราะชอบอ่านเรื่องย่อละครในหนังสือพิมพ์
ของเล่นไม่ได้เล่น แอบซื้อตุ๊กตากระดาษได้ซักพักแม่ก็หอบไปทิ้ง
การ์ตูนไม่ได้ดู ทุกวันต้องนอนสองทุ่ม ยกเว้นศุกร์กะเสาร์เข้านอนหลังละครจบ
เรื่องคอม ได้เล่น windows 3.11 (ป่าวฟะ) ตอนป.4
ที่มันเป็น DOS มั้ยก็ไม่รู้ จำไม่ได้เหมือนกัน
กิจกรรมก็มีเชียร์ลีด เป็นผู้นำเชียร์ (คือนำให้ร้องเพลงน่ะนะ ไม่ได้เต้นนำ)
เล่านิทานประกอบภาพ (พากย์เสียงเลียนตัวการ์ตูนด้วย ชอบมาก)
บรรยายธรรมได้รางวัล 2 ปีซ้อน
ช่วงอนุบาลกับประถมนี่สนุกนะ
แบบว่ากัดกะใครก็บอกไปเลย ชั้นโกรธเธอ ไม่ชอบเธอ
ต่อให้มันมีขนมที่เราอยากกิน เราก็จะไม่สนใจ

แต่โตมานี่ บางทีก็ต้องรักษาผลประโยชน์ใช่มะ เพราะมันไม่ใช่แค่ขนมละ
มัธยมต้นเรียน Microsoft Office ตอนม.1
กิจกรรมก็ไม่ค่อยมี ธรรมดาๆ (จริงๆ เกือบได้เป็นพวงหลีดอีกนะ แต่หนี ค่าชุดแพง)
เรียนก็ยังเรียนดีเหมือนเดิม
อ้อ เกือบได้มีปั๊บปี้เลิฟด้วย แล้วก็เป็นตราบาปฝังใจจนทุกวันนี้
มีเขียนนิยายเน่าๆ ตอนม.2
ระยะนี้เริ่มอ่านการ์ตูนตาหวาน แล้วก็ชอบเป็นชีวิตจิตใจ
ม.3 ไปแข่งทักษะเขียนภาษาอังกฤษได้เหรียญทองด้วย

ส่วนนอกโรงเรียน ก็เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นโดยไม่ต้องมีใครสอน
แต่ msn นี่มีคนสอนให้เล่น หลังจากไปคลุกๆ กับ Pirch (ไร้สาระมากๆ)
มัธยมปลายเรียน: เรียนก็ยังดีแหละ แต่ขี้เกียจขึ้น
กิจกรรม: ได้เป็นหัวหน้าห้อง ได้ทำค่าย เป็นพี่ค่าย เข้าค่าย เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างทั้งด้านดีและไม่ดี
มีถือป้ายเดินพาเหรด แข่งละคร เข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ เรียนพิเศษ
ตอนม.6 เหลวแหลกมาก เล่นโอเทลโล่แบบบ้าเข้าขั้น (เคยแข่งแล้วได้ที่ 11 จากกี่คนไม่รู้ จำไม่ได้)
นอนไม่ตื่น มาเรียนสาย แต่เกรดก็ยังดีอยู่
โชคดีที่เพื่อนดี เพื่อนดีมากๆ คอยช่วยเหลือ คอยเติมเต็มในชีวิต
แล้วก็ซวยที่เจอเพื่อนไม่ดี เลยทำให้ทะเลาะกะคนๆ นึง จนตอนนี้อยากคุยแค่ไหนก็คุยด้วยไม่ได้
อ้อ คนในอินเทอร์เน็ตก็ดีล่ะ
ช่วงนี้เป็นระยะแรกของการเข้าเวปฟร้อน
ตอนนั้นมีช่วงเวลางุงิด้วย
เข้าเว็บแต่งของในไดอารี่ เริ่มจับโฟโต้ฉอป เล่นนั่นเล่นนี่ (แต่กว่าจะเข้าใจนี่ นานมาก)
ไปเขียนนิยายในเว็บด้วย
มหาวิทยาลัยติดทุน (และก็เกือบหลุดทุนมาหลายรอบละ)
กิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะทำในนามนักศึกษาทุน (เช่นไปเที่ยวมาเลย์ ไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย)
มีจัดนิทรรศการ แบล็บๆๆ เป็นกรรมการชมรม
เคยเดินพาเหรด (และก็เกือบเป็นหลีดอีกแล้ว

แต่ก็หนีมา ตอนนั้นติดเน็ตเลยไม่อยากเป็นหลีด ซ้อมดึก
นึกๆ ดูแล้วเสียดาย ตอนนั้นถ้าเป็นป่านนี้อาจจะมีจริตจะก้านกะเค้ามั่งแล้วก็ได้นะ)
คอมพิวเตอร์นี่ก็ยังเล่นอินเทอร์เน็ตเหมือนเดิม
ปั่นบอร์ดมากขึ้น เล่นโอเทลโล่น้อยลง

เริ่มสนใจอะไรงุงิๆ เช่น ทำบล็อก งม วพ
ทำฮิห้า อ่านพันติ๊ป อ่านบล็อก เข้าชีซ่า
โหลดของเถื่อนตีปังย่า เล่น PSP
เป็นโลกที่เพื่อน (มีเพื่อนแบบหัวกะทิคณะทั้งนั้น) ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ (มั้ง - ก็มันเอาแต่คุยเอ็มกะเข้าเว็บกะปุกอ้ะ)
กิจกรรมล่าสุดคือทำฟ้อนสุดฯ
รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ระหว่างโลกวิทย์กับโลกศิลป์
ถ้าปิดคอม ปิดบอร์ด ไปเรียน ก็จะเจอบรรยากาศ geek วิทย์สุดขั้ว
เรียน อ่านหนังสือ ทำเล็กเชอร์ใหม่ มีดิ๊ป มีอินทิเกรต มีเค็ตเวกเตอร์ มีกะด๋งกะด๋อยอะไรไม่รู้ น่างงมาก
ในขณะที่ถ้าเข้าบอร์ดมา ก็จะเจอ geek คอม geek ศิลป์
ซึ่งก็น่างงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ตอนนี้ก็กำลังหาสมดุลในตัวเองอยู่ค่ะ
ยังไม่รู้เหมือนกันว่า ไอ้สิ่งที่เราชอบที่สุดนี่มันคืออะไร
(ชอบเล่นเน็ตอ้ะ

มีอาชีพเล่นเน็ตมั่งมะ)