ผมก็เข้าใจว่าแบบนั้นนะ ว่าคำตอบแบบตีกรรเชียงแบบนี้
คือคำตอบของคนเป็นพระ หรือชาวพุทธชื่อดังและหัวก้าวหน้าแบบอ.ประมวล
คือคิดว่า อ.ประมวลเป็นคนที่น่าเคารพมาก ทุกอย่างที่แกพูด
ออกมาจากมุมของคำว่าเมตตาทั้งหมดเลย
ผมเข้าใจนะครับ ว่าแกบอกว่าถ้าจะมองเป็นมิติสังคมก็เป็นสังคม ถ้าจะมองเป็นปัจเจกก็มีมิติเป็นปัจเจก
จริงๆประโยคยังงี้ ฟังเผินๆจะพูดทำไมก็ไม่รู้ แต่มานึกดูอีกที
ผมว่า มันหมายถึงพุทธมันมีมิติที่ไกลไปกว่าเรื่องพวกนี้ทั้งสิ้น
แต่อยู่มิติไหน ไม่รู้เหมือนกัน

คือคำสอนมันไม่ได้จำเพาะตัวเองที่มิติใด
แต่คนเอาไปอธิบายในมิตินั้นๆเอง ตีความให้มันเอง
จริงๆแล้ว คำถามของผมคือ ชาวพุทธทั้งที่ก้าวหน้าและล้าหลัง
มักบอกว่า ศาสนาพุทธแก้ปัญหาสังคมได้ เอาธรรมนำหน้า ฯลฯ คงนึกออกกัน
เราก็ต้องสามารถถามได้สิครับว่ามันมีมิติทางสังคมยังไงมั่ง แล้วเอามาแก้ปัญหาได้ยังไงมั่ง
ซึ่งก็ต้องไปถามกับชาวพุทธที่มีชื่อเสียงหัวก้าวหน้าอย่าง อ.ประมวล แล้วก็มีคำตอบแบบจงกลมพูดวนไปเรื่อยๆแบบนี้
(หรือแม้แต่ บอกว่าพุทธพ้นมิติเหล่านั้น แล้วแต่คนจะตีความ)
ถ้าแบบนี้เราก็ไม่ต้องอ้างว่า พุทธสามารถแก้ปัญหาในมิติทางสังคมนี้นั้นนู้นได้ หรือยอมรับว่า
มีมิติทางสังคมที่อ่อนด้อย เพราะขนาด อ.ประมวล ยังตอบไม่ได้ชัด คือถ้ายอมรับ
เราก็มีโอกาสที่จะสังคยานาหรือปรับตนให้เหมาะสมได้ไงครับ
หรือยอมรับตรงๆว่า เป็นปัจเจก ใช้แก้ปัญหาของปัจเจก ใช้เรื่องสังคมไม่ได้มากนัก
แต่เรามีคำอธิบายเกี่ยวกับพุทธศาสนาหลายมิติเหลือเกิน เป็นศาสนาวิทยาศาสตร์ / สามารถแก้ปัญหาสังคม
เป็นศาสนาของเหตุผล / เป็นปรัชญาบริสุทธิ์ / เป็นทางหลุดพ้น ฯลฯ แต่ถ้าที่ว่ามาไม่สามารถตอบได้ชัดๆ
มันก็ไม่พ้นที่คนจะวิจารณ์ได้นั่นเองล่ะครับ