หน้า: 1 ... 141 142 143 144 145 146 147 [148] 149 150 151 152 153 154 155 ... 157
 
ผู้เขียน กระจู๋: โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า  (อ่าน 120612 ครั้ง)
0 สาวก และ 1 ขาจร กำลังดูกระจู๋นี้
ผมว่าที่มันแก้ปัญหาสังคมไม่ได้ชัดเจน ก็เพราะมันเป็นสังคมนี่แหละครับ
สังคม คือ คนหลากหลายคน ที่มาพึ่งพิงเพราะหวังจะเอาอะไรจากสังคม
ผมว่าทุกคนเข้าใจ และเห็นทางแก้ปัญหากันหมด
แต่ใน  100 คนจะมีกี่คนที่ยอมเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหานั้น

สมมติ ลดละกันได้ 99 คน คนสุดท้ายเห็นว่า เอาวะ มีหนทางแล้วไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อไม่มีคนอื่นมาแย่ง สิ่งที่ได้ก็เป็นกอบเป็นกำ คนที่ 98 97 เริ่มหันมามองแล้วว่า
อ่าว ไอห้านี่ได้ดิบได้ดี สุดท้ายก็กลับมาเป้นเหมือนเดิมอีก

ผมว่าถ้าเมื่อไหร่ที่มันสามารถเปลี่ยนปัจเจกทั้งหมดได้แล้ว สังคมมันจะเปลี่ยนมาเองโดยอัตโนมัตินะครับ
บางทีผมก็ชอบสังคมเด็กเล็กๆที่มาอยู่รวมกันนะครับ ทั้งหมดมันยังไม่มีอะไรมาจุงใจให้ต้องได้มากกว่าคนอื่น
มันก็ไม่มีการเรียกร้องให้ดูแลมากกว่าคนอื่น มันก็เรียบร้อยได้ง่ายกว่าโดยไม่ต้องทำอะไรเลยครับ
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
ผมว่า ถ้าเราเข้าใจว่านั่นคือธรรมชาติของสังคม
ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็น เราก็ต้องเข้าใจว่า สิ่งที่จะมาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาเหล่านั้น
ต้องเป็นกฏกติกาบางอย่าง ที่รองรับความแตกต่าง ความดี ความเลวทั้งหมด
ไม่ใ่ชไปโทษว่า เพราะเป็นคน พุทธที่มีหลักการที่ดีเลยแก้ไม่ได้
ผมว่าก็เพราะพุทธยังด้อยเรื่องมิติทางสังคม ก็ชัดเจนดีนะ

จุดมุ่งหมายของคนสัมภาษณ์ คือมหาสุรพศ(เป็นอาจารย์และเป็นมหานะครับ)
แกว่า " ผมถามชัดว่าอัคคัญสูตรที่ปฏิเสธระบบชนชั้นได้เสนอว่ามนุษย์ควรมีเสรีภาพ ความเสมอภาคไหม พุทธศาสนามีมิติทางสังคมที่มองคุณลักษณะสากลของมนุษย์แล้วเอามาเป็นฐานคิดในการออกแบบกติกาที่ยุติธรรมในการอยู่ร่วมกัน (อย่างที่นักปรัชญาตะวันตกคิดกัน)ไหม ส่วนประเด็นเรื่องสถาบันก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ในเรื่องการตรวจสอบ ก็ถามตรงๆว่าใช้เกณฑ์ทศพิธราชธรรมตรวจสอบได้ไหม ผมต้องการรู้ว่าชาวพุทธฝ่ายก้าวหน้าเขามีคำอธิบายเป็นตรรกะอย่างไร "

คำถามมันน่าจะอยู่ที่ตรงนี้นะครับ ถ้าพูดว่ามันเป็นปัจเจก
สังคมจะดีได้เมื่อ เปลี่ยนคนปัจเจกที่เลว เป็นคนดีให้หมด-หรือให้ได้มากที่สุด
เมื่อนั้นแล้วสังคมก็จะดีเอง-ปัญหาสังคมก็จะแก้ได้เอง ยังงี้ผมว่าไม่ต้องเป็นศาสนาพุทธก็ได้ไง
การเป็นคนดี ก็มีหลักการเรื่องจริยธรรมอยู่ในทุกศาสนาอยู่แล้ว
เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่โกหก ไม่ลักทรัพย์ ฯลฯ รวมๆพวกนี้ คือแปลว่าทำแล้วเป็นคนดี สังคมดี
มันก็มีอยู่ในทุกศาสนา หรือไม่ต้องศาสนาก็ได้ หลักการทางสังคมตั้งมากมาย
ก็มีคำสอนแบบจริยธรรมพื้นฐานพวกนี้อยู่ รวมถึงกฏหมายก็มี

แล้วเราจะมีคำอะไรมายืนยันว่า พุทธศาสนาคือทางออกของสังคม
อย่างที่นักคิดมากมายนำเสนอกันอยู่ครับ หรือเป็นทางออกในที่นี้หมายถึง
ก็เรื่องศีลธรรมพื้นฐานนี่แหละ และเข้าใจดีว่าไม่ได้เฉพาะพุทธ แต่พอดีสังคมไทย
มีพุทธเป็นพื้นฐาน และมีพลังสูงสุดที่จะน้อมนำคนในสังคมไทยเรา น่าจะประมาณนี้ไหมครับ

ที่น่าสนใจคือ การพูดถึงเรื่อง"ธรรมาธิปไตย" หรือบอกว่าพุทธตอบได้หมด
หรือแม้แต่พอถามเรื่องแนวคิดทางสังคม ที่แน่นอนว่ามันต้องเชื่อมโยงไปถึงการเมือง
เพราะการเมืองเป็นส่วนหลักในการขับเคลื่อนสังคม พระส่วนมากที่อธิบาย
ก็มักจะบอกว่า ธรรมะอยู่เหนือการเมือง และเอาหลักการเรื่องศีลธรรมาจับ(ที่ศาสนาไหนหลักการทางสังคมไหนก็มี)
สรุปแล้วที่ว่าตอบได้ นั้นคือตอบได้ว่าอะไร ธรรมาธิปไตยที่ว่านี่คืออะไร




บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM



คือคนที่จะรวย และเป็นนายก สส. จะต้องเป็นคนดี
นั่นคือ ธรรมาธิปไตย

บริบทของศาสนาถ้าจับเอามาเป็นท่อนๆ ต่อนๆ แล้วเอามาตอบ มันไม่มีทางได้คำตอบแน่ๆ ครับ
เพราะนอกจากหลักการทำดีของ ผู้ปกครองแล้ว เรา็ยังมีหลักทำดีของชนชั้นใต้ปครองด้วย
ทั้งยังมีหลักการของทุกสรรพสิ่งด้วย

ศาสนาพุทธไม่ได้สร้างมาเพื่อปกครองและควบคุมใครๆ ด้วยซ้ำ
ยุคแรกๆ ของศาสนาคือ ขอแบ่งปันอาหารที่เหลืออยู่บ้าง แค่นั้นเอง


บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
สรุปจากคำอธิบายของเอ
หมายความว่าการเอามาตอบด้วยวาทกรรม ธรรมาธิปไตย
คือการพยายามมากไป?

อย่างที่พยายามเอาไปตอบในทุกเรื่อง ธรรมะพารวย ปฏิบัติธรรมแล้วสวยผ่องใส
พอบอกว่าแก้ปัญหาสังคมได้ ก็ต้องมีคนถาม

พุทธมองว่า สังคม = ผลรวมของจำนวนคนที่มารวมกัน (ดังที่ปรากฏในคำอธิบายของพี่โอ)
แต่สังคมสมัยใหม่นั้น สังคม = คน+โครงสร้างที่มองไม่เห็น
ไอ้อันหลังนี่แหละที่แนวคิดทางพุทธศาสนาไม่สามารถตอบได้
หรือว่าตอบได้ แต่ไม่มีคนส่งสารหรือคนศึกษา-นักปฏิบัติที่เก่งพอจะเอาหลักการพุทธนั้นมาจับ
(แต่ส่วนมาก คนที่บรรลุธรรม นักปฏิบัติ ก็จะมักจะไม่ใช่คนที่บอกว่าพุทธแก้มิติทางสังคมได้
หรืออธิบายอะไรมกาเรื่องพวกนี้ ส่วนมากจะบอกเพียงว่า ให้มาลองปฏิบัติเอง)

ส่วนคนที่ออกมาพูดประเด็นนี้ พูดถึงว่าจะแก้ปัญหาสังคม ก็ไปเทศน์ให้คนละกิเลสนี่นั่นนู่น
ซึ่งผมก็สงสัยว่าถ้าคนละกิเลสหมด สังคมทุนนิยมมีหวังพังครืน ระบบเศรษฐกิจจะดำเนินไปยังไง
ทีนี้จะสร้างโบสถ์สร้างวัดกันยังไงล่ะ หมีโหด~
บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
สำหรับตู สิ่งที่พุทธศาสนาสอนในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมก็คือ...
ให้คนเก่งมาเป็นเผด็จการ แล้วพวกที่เหลือก็เชื่อมั่นในผู้นำไป กร๊าก

พระพุทธเจ้านี่ไม่เคยประชาธิปไตยเล้ย "เธอจงทำตามคำที่ตถาคตบอกเถิด" ตลอด กร๊าก
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
สำหรับตู สิ่งที่พุทธศาสนาสอนในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมก็คือ...
ให้คนเก่งมาเป็นเผด็จการ แล้วพวกที่เหลือก็เชื่อมั่นในผู้นำไป กร๊าก

พระพุทธเจ้านี่ไม่เคยประชาธิปไตยเล้ย "เธอจงทำตามคำที่ตถาคตบอกเถิด" ตลอด กร๊าก

ใช่แล้ว  กร๊าก
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
โอ้ เป็นคำสรุปที่เมคเซนส์ที่สุดที่เคยอ่านมา กร๊าก เจ๋ง
บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
พระพุทธเจ้าเรียกคนอื่นว่าเธอด้วยเหรอครับ
ยังกะจ่าพิชิต
บันทึกการเข้า

เร็วๆ นี้จะกลับมาช่วยเมียรับสกรีนเสื้อละครับ ช่วยอุดหนุนด้วยเด้อ
สำหรับตู สิ่งที่พุทธศาสนาสอนในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมก็คือ...
ให้คนเก่งมาเป็นเผด็จการ แล้วพวกที่เหลือก็เชื่อมั่นในผู้นำไป กร๊าก

พระพุทธเจ้านี่ไม่เคยประชาธิปไตยเล้ย "เธอจงทำตามคำที่ตถาคตบอกเถิด" ตลอด กร๊าก

ข้อสรุปนี่สามารถอธิบายวิธีคิดและมองการเมืองของคนไทยได้แถบทุกยุคเลยนะ  กร๊าก
บันทึกการเข้า
ผมไม่เชื่อว่า คำพูดของพระพุทธเจ้าเป็นอะไรที่จะใช้ได้ทุกกาลสมัย

จึงถูกแบ่งออกเป็นพุทธวัจนะหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เหมือนปรัชญาใช้ได้เฉพาะกาล
แต่สิ่งที่ปรัชญาอธิบายอาจจะเป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอน
ผมเชื่อว่าพระพุทธเจ้า ก็น่าจะเชื่ออย่างนั้น ถึงได้มีเรื่องที่ว่า
การเสื่อมของพุทธศาสนาของพระองค์
ผมว่าที่เสื่อมคือเรื่องวิธีการอธิบายธรรมะของท่านนี่ละนับวันมันจะยิ่งถูกเพลิกแพลงไปเรื่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็นยุคไหนพุทธเจ้าพระองค์นี้หรือพระองค์ไหน
ก็คงมีคำสอนและวิธีการของตัวเองในยุคนั้นๆ แต่หลักความจริงน่าจะเป็นอันเดียวกันนี่แหละ

จริงๆแล้วหลักคำสอนในยุคนี้ ถามว่าถ้าเอามาใช้จริงๆ ช่วยได้ทุกด้าน ทั้งด้านสังคม การเมือง วัฒนธรรม
แต่คงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจกับคำสอนนั้นจริงๆ จังๆ ไม่ใช่ทำครึ่งๆกลางๆ พอทำแล้วไม่ให้ผลอย่างที่หวังก็โทษว่าไม่ดี
ถ้าไม่งั้นทุกสิ่งที่ปลุกฝังเรามาก็กลายเป็นแค่แพะ เหมือนที่เราชอบโบ้ยว่า นี่หรือเมืองพุทธ แต่ไม่ดูตัวเองว่าจริงจังจริงใจกับพุทธจริงๆ หรือเปล่า

พุทธศาสนาไม่เหมือนยาแก้ปวดที่กินแล้วหาย แต่เหมือนการออกกำลังกายที่ค่อยทำให้ร่างกายแข็งแรง
แต่ถ้าโดดตึกลงมาคอหักแล้วบอกว่า ออกกำลังกายไม่เห้นช่วยอะไรเลย นั่นมันโบ้ยกันชัดๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 มิ.ย. 2011, 14:15 น. โดย จักรี » บันทึกการเข้า

ความฮานั้นเป็นอุปสรรค์ที่ขัดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว
(แจ๋ว แจ๋ว)

เห็นด้วยครับ
คือพอถึงเวลาคนก็จะคาดหวังกับพระพุทธเจ้ามากไป
เหมือนกับบอกว่าแกเป็นพระเจ้าของศาสนาอื่น ที่ตอบได้ทุกคำถาม
ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ เพียงมันใช้ได้กับหลายๆ กาล หลายๆ ลักษณะของปัญหา

อย่างที่พระพุทธเจ้าไม่ได้มาสอนว่าจะต้องพัฒนาประเทศในโลกทุนนิยมในอีก 2500 ปีข้างหน้าอย่างไรนั่นแล เจ๋ง
บันทึกการเข้า

เร็วๆ นี้จะกลับมาช่วยเมียรับสกรีนเสื้อละครับ ช่วยอุดหนุนด้วยเด้อ


พระพุทธเจ้า ไม่ได้สอนเพื่อให้ปกครอง หรือดูแลมวลชนอื่นใดนะครับ

แต่เพียงเพื่อตัวเราเอง

การที่เค้าเอามาเพื่อประยุคใช้นั้นคือการยัดเยียดว่า คนที่เป็นผู้นำจะต้องทำให้เหมือนพุทธวจนะ
ซึ่งมันไม่ใช่
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
พวกที่บอกว่า พุทธศาสนาตอบได้หมด
พารวย หน้าใสสวย ธรรมาธิปไตยแก้ปัญหาสังคม ฯลฯ
น่าจะเป็นความพยายามมากไป

อย่างพระวินัย 217 ข้อที่ว่า ถ้าไปอ่านตัวพระวินัยจริงๆ
เราจะเห็นว่า มันคือการตอบโต้กับบริบทของเหตุการณ์ในยุคนั้นๆ
คือมีเหตุเกิดขึ้นก่อน แล้วพระพุทธเจ้าจึงสั่งห้าม แล้วก็ต่อเติมจำนวนข้อมาเรื่อยตามเหตุการณ์หรือปัญหาที่เกิดขึ้น
ไม่ใช่อยู่ดีๆตรัสรู้แล้วนั่งร่างขึ้นมา 217 ข้อเลย มันคือการตอบบริบทของสิ่งที่เกิดในตอนนั้น
ถ้าใครเคยอ่าน ก็จะพบว่าพระวินัยหลายๆข้อเกิดจากพระอุทายี
คือเป็นพระขี้ดื้อนี่แหละ พูดง่ายๆ เป็นพระคัลท์รูปนึงในพระวินัยเลย
เช่น แนะให้เพื่อนพระสำเร็จความใคร่ด้วยมือ อะไรพวกนี้เป็นต้น
จนนำมาซึ่งพระวินัยหลายข้อเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ คือถ้าไม่มีพระอุทายีเนี่ย
พระวินัยเกี่ยวกับเรื่องเพศคงหายไปหลายสิบข้อ กร๊าก

บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
แสดงว่าพอมีทักษิณก็เลยมีกฎหมายเพื่อกำราบทักษิณงี้สิครับ
บันทึกการเข้า

เร็วๆ นี้จะกลับมาช่วยเมียรับสกรีนเสื้อละครับ ช่วยอุดหนุนด้วยเด้อ
พี่ถลอกได้ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยยุคพุทธกาลแล้วสินะ  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

กินรอบวง
หน้า: 1 ... 141 142 143 144 145 146 147 [148] 149 150 151 152 153 154 155 ... 157
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!