ในซองขนมตะวันนั้น
ทางเอเจนซี่ที่รับผิดชอบงานออกแบบ
ได้หา Font มาวาง ทำเป็น Layout หลายๆแบบให้ลูกค้าเลือก
และไม่มีแบบใดเลยที่ถูกใจลูกค้า (เป็ปซี่ อิงค์ : ลูกค้า/เจ้าของผลิตภัณฑ์ ตราตะวัน)
ทางทีมออกแบบจึงเสนอ Layout ที่ใช้ ฟอนต์ฟ้าทะลายโจรไปให้พิจารณา
ลูกค้าก็ชอบมาก และอนุมัติให้ผลิตจริง
ต่อมาทางเอเจนซี่ได้ติดต่อผม และแจ้งถึงวัตถุประสงค์ให้ทราบว่า
ต้องการนำ ฟอนต์ฟ้าทะลายโจรไปใช้บนซองขนมตราตะวัน
และแจ้งกับทางเป็ปซี่ อิงค์ ให้ทราบว่า ต้องจ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนการนำฟอนต์ตัวนี้ไปใช้งาน
ให้กับผู้ออกแบบ ซึ่งทางเอเจนซี่เป็นผู้ดำเนินการให้
ผมก็แจ้งกลับไปว่า ใตรๆก็เอาไปใช้กันฟรีครับ ไม่ต้องจ่ายก็ได้นี่ครับ
ทางเอเจนซี่ บอกว่า ไม่ได้ เพราะถือเป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบสมควรได้สิ่งตอบแทนในผลงานนั้น
ผมจึงได้เผยสิ่งที่ผมคิดไว้ให้ทางเอเจนซี่ทราบ
ความคิดของผมคือ ผมก็ไม่ได้ไม่ต้องการเงิน เพราะม้นก็จำเป็น
แต่เมื่อเริ่มแรกที่ฟอนต์ตัวนี้มันถูกทำขึ้นมา เพื่อนๆผม รุ่นน้องผม ลูกศิษย์ผม ตลอดจน
Designer ที่ผมรู้จัก ก็อยากได้ ฟอนต์ไปใช้งาน ซึ่งตอนนั้นสไตลฺ์แบบฟ้าทะลายโจรนั้น
ยังไม่มีเป็นฟอนค์ที่สามารถพิมพ์ได้ มันจึงเป็นฟอนต์เดียวที่มีบุคลิคที่ชัดเจนมากที่สุด
คนรู้จักทั้งนั้น จะเก็บเงินได้อย่างไร ผมก็ให้ใช้ฟรีกันไป แค่รอเวลาเจอเนื้อคู่เข้าสักวัน
เนื้อคู่ที่ว่าก็คือ คนที่มีกำลังพอที่จะจ่าย
คนที่เพิ่งเริ่มรับงานก็ใช้ฟรีก่อนได้ รวยแล้วก็ว่ากันใหม่
กรณี เป็ปซี่ อิงค์ เป็นบริษัทข้ามชาติ เอเจนซี่เขาบอกว่า พี่เก็บเงินเถอะ เอาเงินเข้าประเทศเรา
ถึงไม่มากแต่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ... นั่นจึงเป็นเหตุให้ผมได้เงินใช้สำหรับฟอนต์ตัวนี้
หลังจากรอเนื้อคู่มาสิบปี
ผมมาเล่าให้ฟัง เอาไปพินิจพิเคราะห์กันต่อนะครับ
ทำฟอนต์เพื่ออะไร?
ขอบคุณครับ เป็นคำตอบของหลายคำถามได้เลย
