หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 ... 43
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ถอดเพลง  (อ่าน 437171 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
 ฮิ้ววว ดีจัง ตกภาษาอังกฤษเหมือนกัน เดี๋ยวใครเอาเพลงที่ชอบตรงกันมาแปล จะบวกซะให้เข็ด
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ
เมื่อก่อนชอบเพลงนี้มาก  กรี๊ดดดดด



Hero - Mariah Carey
 

There's a hero, มีความกล้าหาญกรุ่นกาย
If you look inside your heart, หากเธอมองเข้าไปข้างในใจของเธอ
You don't have to be afraid Of what you are. ไม่จำเป็นต้องกลัวเกรงในสิ่งที่เธอเป็นเลยสักนิด
 

There's an answer, มันจะมีคำตอบซ่อนเร้น
If you reach into your soul, หากเธอค้นเข้าไปถึงข้างในจิตวิญญาณของเธอแล้ว
And the sorrow that you know ความโศกเศร้าที่เธอประสบอยู่นั้น
Will melt away. จะพลันหายไปในทันที
 
 
And then a hero comes along และแล้วความกล้าหาญก็จะก้าวออกมา
With the strength to carry on พร้อมกับความเข้มแข็งที่จะดำเนินต่อไป
And you cast your fears aside และเธอจะโยนความกลัวนั้นทิ้งไป
And you know you can survive. และเธอจะรู้ว่าเธอสามารถที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้

So when you feel like hope is gone. ดังนั้น เมื่อเธอรู้สึกว่าความหวังสูญสิ้น
Look inside you and be strong. ขอให้มองลึกเข้าไปในตัวเธอเอง และจงเข้มแข็งไว้
And you'll finally see the truth, แล้วท้ายที่สุดเธอจะรู้ความจริงว่า
That a hero lies in you. มีความกล้าหาญซ่อนอยู่ในตัวของเธอ
 
 
It's a long road, แม้เป็นถนนสายยาว
When you face the world alone, เมื่อถึงคราวที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับโลกเพียงลำพัง
No one reaches out a hand For you to hold. ไม่มีผู้ใดจะยื่นมือมาคอยหยุดดึงฉุดรั้ง

You can find love, เธอจะยังได้พบกับความรัก
If you search within yourself, หากเธอค้นหาความรักภายในตัวเธอเองแล้ว
And the emptiness you felt Will disappear. ความรู้สึกว่างเปล่านั้นจะพลันจางหายไป
 
 
And then a hero comes along และแล้วความกล้าหาญก็จะก้าวออกมา
With the strength to carry on พร้อมกับความเข้มแข็งที่จะดำเนินต่อไป
And you cast your fears aside และเธอจะโยนความกลัวนั้นทิ้งไป
And you know you can survive. และเธอจะรู้ว่าเธอสามารถที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้

So when you feel like hope is gone. ดังนั้น เมื่อเธอรู้สึกว่าความหวังสูญสิ้น
Look inside you and be strong. ขอให้มองลึกเข้าไปในตัวเธอเอง และจงเข้มแข็งไว้
And you'll finally see the truth, แล้วท้ายที่สุดเธอจะรู้ความจริงว่า
That a hero lies in you. มีความกล้าหาญซ่อนอยู่ในตัวของเธอ
 
 
Lord knows, พระผู้เป็นเจ้าทรงตระหนักว่า..
Dreams are hard to follow. เป็นเรื่องยากที่จะติดตามคว้าความฝัน
But don't let anyone, Tear them away. แต่อย่าให้ใครมาพรากมันไปจากเธอก็แล้วกัน
Hold on, There will be tomorrow. โปรดยึดมั่นไว้ เพราะในวันพรุ่งนี้ยังมีอยู่
In time, You'll find the way. และในเวลานั้น เธอจะค้นพบหนทางเส้นนั้นด้วยตัวเอง
 
 
And then a hero comes along และแล้วความกล้าหาญก็จะก้าวออกมา
With the strength to carry on พร้อมกับความเข้มแข็งที่จะดำเนินต่อไป
And you cast your fears aside และเธอจะโยนความกลัวนั้นทิ้งไป
And you know you can survive. และเธอจะรู้ว่าเธอสามารถที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้

So when you feel like hope is gone. ดังนั้น เมื่อเธอรู้สึกว่าความหวังสูญสิ้น
Look inside you and be strong. ขอให้มองลึกเข้าไปในตัวเธอเอง และจงเข้มแข็งไว้
And you'll finally see the truth, แล้วท้ายที่สุดเธอจะรู้ความจริงว่า
That a hero lies in you. มีความกล้าหาญซ่อนอยู่ในตัวของเธอ
 
That a hero lies in you. มีความกล้าหาญซ่อนอยู่ในตัวของเธอ
บันทึกการเข้า
โอ้ ขนกันมาให้ครึกครื้นเลยครับ จะรอชม กรี๊ดดดดด
ขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับ



(รูปนี้เอามาจากเวบอื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตอะไรทั้งนั้นครับ
ไม่ให้เครดิตด้วย เขาจับได้ค่อยขอโทษ)

เพลงที่ลุงโอ๋ลง ตกใจเลย
หนึ่งในเพลงโบราณที่ผมชอบมากเช่นกัน
คงเพราะชอบแวนโกะห์ด้วยนั่นแหละ
(ตอนเห็นภาพแจกันดอกทานตะวันของจริงครั้งแรก น้ำตาร่วง ฮือๆ~)
สำหรับท่านอื่นที่ไม่รู้จัก เพลงนี้แต่งจากภาพเขียน
Starry Night ของแวนโกะห์ครับ ดูภาพประกอบเพลงไปด้วย
ผมว่าชัดเจนดีนะ

ที่สำคัญ เพลงนี้ผมเคยแปลเล่นด้วย แต่ไม่กี่ท่อน
และไม่เท่าแฟนหนังสือลุงโอ๋แน่นอนครับ สวยงามหมดจดกว่าผมมาก
คือเรียกว่าหลายประโยคถอดไม่เหมือนในเนื้อฝรั่งตรงๆ
แต่สามารถถอดความหมายออกมาได้ไม่ผิดเพี้ยนเลย เจ๋ง

<a href="http://www.youtube.com/v/nkvLq0TYiwI&amp;hl" target="_blank">http://www.youtube.com/v/nkvLq0TYiwI&amp;hl</a>


ที่ว่าผมเคยแปลไม่กี่ท่อนนี่ ตอนนั้นเข้าใจว่าปี 2 หรือ ปี 3
เขาประท้วงเรื่องหอศิลป์กัน(ปลุกระดมกันในมหาลัยเลย)
แต่เหมือนไม่มีสัญญานตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก
(แล้วท่านคนนั้นก็กลายมาเป็นนายกตอนนี้)

นอกเหนือจากไปประท้วงกับเขา ผมก็ไปโพสเรื่อง
ค่อนข้างยาวไว้ที่ไหนจำไม่ได้ แล้วแปลท่อนสุดท้ายน่ะครับ
ผมคิดว่ามันบรรยายสถานการณ์ตอนนั้นได้ดีที่สุดแล้ว

Now I think I know
What you tried to say, to me
And how you suffered for your sanity
And how you tried to set them free:
They would not listen; they're not listening still --
Perhaps they never will.

ตอนนี้ ฉันคิดว่าฉันเข้าใจเธอแล้ว
ซาบซึ้งถึงสิ่งที่เธอพยายามจะบอกฉัน
ได้รับรู้ถึงความ อดทนในสิ่งที่เธอยึดมั่น
และรู้ว่าเธอเหนื่อยแค่ไหนที่จะให้พวกเขาเป็นอิสระ
พวกเขาไม่เคยเปิดใจรับฟังเธอ และยัง คงจะไม่รับฟัง
บางที พวกเขาก็ไม่คิดจะรับฟังเธอเลยก็เป็นได้

They would not listen; they're not listening still -
Perhaps they never will
คงเป็นคำเดียวที่ผมให้นายกคนปัจจุบันนี้ได้ในตอนนั้น
คนบางคนที่ไม่เข้าใจ ก็ไม่มีทางไปฉุดเขาขึ้นมาได้เลยจริงๆนะเออ

//ตัดหน้ากระจุย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 เม.ย. 2008, 10:45 น. โดย เก้อ » บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM


 กรี๊ดดดดด สุดๆ ไปเลย

ว่างๆ จะมาถอดด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
โอ้ว vincent  ฮือๆ~ เจอแล้วตกใจเลย เป็นเพลงที่ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ตื่นเช้ามาเปิดร้าน ฟังเพลงของลุงคนนี้แล้วดี จิตใจสงบ ทั้งน้ำเสียง การร้อง และเนื้อหา  อืมมมมห์

ขอบคุณเก้อเรื่อง

นังนี่ ง่ะ

ใครแปลสวยๆ คงต้องมีรีเควสเพลงกันมั่งล่ะงานนี้

ลืมไปเลย ตอนอธิบายเพลงอิมเมจิ้น
ว่าจะเล่าว่า ที่ลิเวอร์พูล บ้านเกิดของจอห์นและบีทเทิ่ล
ปรับปรุงสนามบินใหม่ และตั้งชื่อสนามบินว่า
สนามบินจอห์น เลนน่อน เคยเห็นใช่ไหมครับ
ที่เขาตั้งชื่อสนามบินตาม จอห์น เอฟ เคเนดี้
ชาร์ล เดอ โกล อะไรทั้งหลายนั่น แต่ทุกอันนักการเมืองทั้งนั้น
มีที่นี่แหละ ตั้งตามนักดนตรี

แล้วคำขวัญประจำเมืองลิเวอร์พูล
ก็ถูกเปลี่ยนเป็น Above us only sky
ตามเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของเพลงนี้อีกต่างหาก
เอากันเข้าไปสิ








+ เ้น้อ ถูกใจ กำลังคิดอยู่ว่าเมืองนี้ยังไงทำไมตั้งชื่อแบบนี้
โดยเฉพาะคำขวัญประจำเมือง เค้าคิดได้เท่จริงๆ ฮ่าๆๆๆ
 
 

ปล. ชอบๆๆๆ Hero ของน้องกวางก็ชอบ  ปลื้ม
 
ปอ. รออ่าน too much heaven นะพี่ออย  แป๊ะยิ้ม

ปฮ. เดี๋ยวเอาลุงบ๊อบ มาร์เลย์มาบ้าง แต่วันนี้ยังไม่ว่างรอไปก่อนนะ  อี๋~
 
 

บันทึกการเข้า

ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข
+กวางครับ ถึงผมจะเข้าไม่ถึง อาร์แอนด์บีก็เถอะ เจ๋ง
รอของป้าชอยและฟ้าด้วยนะ

ระหว่างรอของทุกท่าน ขออนุญาตลงก่อนไปนอน(เช้าแล้ว หน้ามึน)

เพลง โอเชียเนีย-มารดามหาสมุทร
(ลิเก๊ ลิเก ง่ะ) ของ บียอร์ค ครับ


<a href="http://www.youtube.com/v/sQ_Ec-oQGD4&amp;hl" target="_blank">http://www.youtube.com/v/sQ_Ec-oQGD4&amp;hl</a>

OCEANIA - Bjork

One breath away from mother Oceanía
Your nimble feet make prints in my sands
You have done good for yourselves
Since you left my wet embrace
And crawled ashore

อีกหนึ่งเฮือกของลมหายใจ จากมารดามหาสมุทร
เท้าที่ว่องไวของเธอฝังรอยลงบนทรายอ่่อนนุ่มของฉัน
เธอทำดีแล้วล่ะ ก้าวจากไปเถิด
เอ่ยคำลาโอบกอดที่เปียกชื้นของฉัน แล้วซบแผ่นดินเสีย

Every boy, is a snake is a lily
Every pearl is a lynx, is a girl
Sweet like harmony made into flesh

เจ้าเด็กหนุ่ม เธออาจเป็นดั่งงูพิษ ดั่งดอกลิลลี่ขาวบริสุทธิ์
และไข่มุกล้ำค่า แมวป่า อาจเป็นดั่งเธอ สาวน้อย
เธอเองนั่นแหละท่วงทำนองอันเปลือยเปล่า อ่อนหวานของโลก

You dance by my side
Children sublime
You show me continents
I see the islands
You count the centuries
I blink my eyes
Hawks and sparrows race in my waters
Stingrays are floating
Across the sky
Little ones, my sons and my daughters

เต้นรำรายรอบฉันเถิด
เด็กๆผู้แสนบริสุทธิ์
เธอทำให้ฉันได้สัมผัสคาบสมุทรแห่งทวีป
ยามฉันกระพิบตา
เหยี่ยวและฝูงนกโฉบผ่านผืนน้ำของฉัน
ขณะปลากระเบนลอยล่อง
...ข้ามเส้นขอบฟ้า
เจ้าตัวน้อย ลูกสาว ลูกชายของเรา

Your sweat is salty
I am why
I am why
I am why
Your sweat is salty
I am why
I am why
I am why

หยาดเหงื่อของเจ้าเค็มขมใช่ไหม
ฉันยังไงล่ะ
ฉันนั่นเอง
เพราะฉันเอง
หยาดเหงื่อของเจ้าเค็มขมสินะ
ฉันยังไงล่ะ
ฉันนั่นเอง
เพราะฉันเอง


ช่วงแนะนำนักร้องครับ


(เป็นไงครับชุดเดินเข้างานประกาศผลออสการ์ปีสองปีที่แล้วนี่มั้ง
หลุดมาจากเขาดินเหรอ อี๋~)

บียอร์ค (หรือชื่อเต็ม บีเยิร์ค กุ๊ดมึนสเดี๊ยทเตอร์)
ศิลปินหญิงจากเกาะไอซ์แลด์ประเทศเล็กๆบรรจุไว้ด้วยเอสกิโม
และหิมะประเทศนั้นแหละ ใครหลายคนกล่าวว่า นี่คือผู้หญิงที่สวยที่สุดในสามโลก!
เห็นด้วยไหมก็ลองดูเอาแล้วกัน แต่ใบหน้าที่เฉี่ยว
และสติสตังที่เฮี้ยนเหลือเกินนั้น เป็นที่สุดในสุริยะจักรวาลแน่ๆ

เธอคือคนที่ปฏิเสธการร่วมงานกับมาดอนน่าอย่างไม่มีเยื่อใย,
นักร้องที่ขายแผ่นได้แพลตตินั่มท็อปฮิตทั่วยุโรปและอเมริกา,
เป็นรูปเคารพที่ทั้งเปรี้ยวล้ำ และเห่ยลากในขณะเดียวกันของโลกแฟชั่น,
ได้รางวัลแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีคานส์ทั้งที่เล่นหนังแค่เรื่องแรก,
ร้องเดี่ยวในพิธีเปิดโอลิมปิก และตบนักข่าวที่ดอนเมือง!

(ตบจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน เนื่องจากนักข่าวสาวไทยท่านนั้น
เอาไมค์ไปจ่อหน้าลูกเธอเกินไป ด้วยสัญชาติญานของแม่หมา
เธอจึงตรงเข้าขย้ำ ลงหน้าหนึ่งไทยรัฐด้วย)

แต่ทุกคนก็รักในผลงาน เคารพในตัวตนและความคาดเดาไม่ได้เอาเสียเลยของเธอ
(ดูชุดห่านพันคอเป็นตัวอย่าง ง่ะ) และแม้เธอจะพยายามอธิบาย
ว่าตัวเองเป็นเพียงหญิงสาวเลี้ยงลูกอยู่บ้านธรรมดาคนนึงในกรุงเร็คจาวิกบ้านเกิด
แต่ประวัติแต่ละอย่างไม่บอกว่ายังงั้นเลยให้ตายสิ สะกดคำว่าธรรมดาไม่ออกเลย
และถ้าถามผม ผมคิดแต่เพียงว่า เธอเป็นมนุษย์ชนิดที่ควรอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง

เพลงนี้ โอเชียเนีย-พระแม่มหาสมุทร(แปลได้ลิเกอีกแล้ว)
ก็คือเพลงที่ว่านี่แหละ เพลงที่เธอร้องสำหรับพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
ของโอลิมปิกส์ที่เอเธนส์ จากอัลบั้ม เม็ดดัลล่า อัลบั้มก่อนล่าสุด
เพลงของเธอเป็นเหมือนการทดลองของสีบนเฟรมผ้าใบเสียง
การละเล่นกับระบบลำโพงซ้ายขวากวนประสาทคนฟัง ทดลองเครื่องดนตรีบ้าๆบอๆ
เช่น เอาเสียงสับไพ่มาเป็นเสียงดนตรี เสียงประสานชนเผ่าเอสกิโม
ที่ใช้จนเป็นเครื่องหมายการค้า และเครื่องอิเล็กโทรนิกส์อีกซับซ้อน
จนกระทั่งอัลบั้มเม็ดดัลล่านี้ เธอโละมันทิ้งลงถังทุกชิ้น
กลับไปใช้เครื่องดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติ
นั่นคือเสียงร้องที่เปล่งออกมาจากลำคอของมนุษย์นั่นเอง
ดังนั้นทั้งอัลบั้ม สาบานเถอะว่าทุกเสียงออกมาจากลำคอมนุษย์ล้วน!


เพลงนี้ก็เช่นเดียวกัน เสียงจังหวะถูกสร้างขึ้นโดยนักทำเสียงจังหวะบีทบ็อกเซอร์
ชื่อดังชาวลีดส์-อังกฤษ โดยปกติเธอจะแต่งเพลง ผลิตเพลงเองเสมอแทบทุกขั้นตอน
แต่เพลงนี้แต่งเนื้อโดย Sjón(อ่านไม่ออก อย่าพยายามอ่านเลย)
เพื่อนผู้เป็นกวีและนักเขียนชาวไอซ์แลนด์ของเธอ
ที่พูดจากมุมมองของมหาสมุทรผู้เป็นมารดาของมนุษย์
สิ่งมีชีวิตทั้งมวลและมนุษย์วิวัฒนาการก้าวขึ้นมาจากผืนน้ำของเธอ
เหมือนดั่งโอลิมปิกส์ที่เกิดแต่ครรภ์มาดาแห่งกรีกนั่นเอง
ผมเข้าใจของผมว่างั้นน่ะนะ มันไม่มีในเพลงหรอก ผมหาเหตุให้มันเกี่ยวกันเอง
เนื้อมันไม่มีตรงไหนเกี่ยวกับโอลิมปิกส์ หรือแม้แต่เกี่ยวกับกีฬาเลย
เป็นเพลงเปิดโอลิมปิกส์ปีเดียวที่ไม่เกี่ยวห่าอะไรเลยกับงาน
(หรือว่าจะเป็นกีฬาว่ายน้ำวะ)

ผมเห็นว่า มิวสิควิดีโอเพลงนี้ ที่กำกับโดย ลีนน์ ฟ็อกซ์
ศิลปินภาพเคลื่อนไหวชื่อดัง เป็นมิวสิควิดีโอที่งามตะลึงโลกที่สุดเพลงนึง
ดังนั้นเลยเอาแบบมิวสิควิดีโอมาให้ดู แล้วก็ยังมีอีกอัน
คือตอนร้องในพิธีเปิดเอเธนส์เกมส์นั่นแหละ เห็นเขาบอกว่า
ใช้ผ้าขาวกว่าเก้าร้อยตารางเมตรเพื่อให้บียอร์คสวมใส่คนเดียว!

ดูเองเองเถิดครับ ชุดที่ใช้ผ้าเปลืองที่สุดในโลก

<a href="http://www.youtube.com/v/iM7q7_5aztU&amp;hl" target="_blank">http://www.youtube.com/v/iM7q7_5aztU&amp;hl</a>



จบไปอีกเพลงครับ เดี๋ยวจะหามาตามมีตามเกิดนะครับ
รอดูของไอ้กันย์ถอดด้วยนะครับ อันนั้นถอดมาเป็นอัลบั้มยาวเลย


บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
 กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง
อ๊ะ เหมือนจะเคยถอด เพลง A Lover's Concerto ไว้ เดี๋ยวไปหามาโพสน์มั่ง  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า
No Woman No Cry

No, woman, no cry;
No, woman, no cry;
No, woman, no cry;
No, woman, no cry. ไม่เอาน่ะ คุณผู้หญิง อย่าร้องไห้..

Said - said - said: I remember when we used to sit พูดว่า ฉันยังจำได้นะ เมื่อก่อนเราเคยนั่งด้วยกัน
In the government yard in trenchtown, ในลานกว้างในเทรนช์ทาวน์

Oba - obaserving the ypocrites เฝ้าสังเกต พวกห่า หน้าไหว้หลังหลอก 
As they would mingle with the good people we meet. พวกเขาเข้ามาปะปน กับคนดีๆ ที่เราเจอ 
Good friends we have, oh, good friends weve lost เพื่อนดีๆ ที่เรามี และเพื่อนดีๆ ที่เราสูญเสียไป
Along the way. ตลอดเส้นทาง

In this great future, มีอนาคตที่แสนยิ่งใหญ่รออยู่
you cant forget your past;   แม้เธอไม่สามารถลืมอดีตของเธอได้
So dry your tears, I seh. ดังนั้น เช็ดน้ำตาของเธอให้แห้งเถอะ..

No, woman, no cry;
No, woman, no cry. ไม่เอาน่ะ คุณผู้หญิง อย่าร้องไห้..
ere, little darlin, dont shed no tears: สาวน้อย...อย่าให้น้ำตาไหลออกมา
No, woman, no cry. อย่าร้องไห้เลย คุณผู้หญิง

Said - said - said: I remember when-a we used to sit เอ้า ฉันยังจำได้นะ เมื่อก่อนเราเคยนั่งด้วยกัน
In the government yard in trenchtown. ในลานกว้างในเทรนช์ทาวน์

And then georgie would make the fire lights, แล้ว จอร์จี้ ก็กำลังจะก่อไฟ
As it was logwood burnin through the nights. ไฟที่เผาท่อนไม้ให้สว่างตลอดทั้งคืน
Then we would cook cornmeal porridge,แล้วเราก็ปรุงแป้งข้าวโพดต้ม
Of which Ill share with you; และตอนนั้น ฉันก็แบ่งปันให้กับเธอ

My feet is my only carriage, ฉันมีเพียงเท้าที่ใช้เดินทาง
So Ive got to push on through. ดังนั้นฉันจึงต้องย่ำออกไป
But while Im gone, I mean: แต่ทุกขณะที่ฉันย่ำออกไปนั้น มันหมายถึง

Everythings gonna be all right!
Everythings gonna be all right!
Everythings gonna be all right!
Everythings gonna be all right!

I said, everythings gonna be all right-a! เชื่อฉันเถอะ ทุกอย่างกำลังจะดีเอง


Everythings gonna be all right! ทุกอย่างจะดีเอง
Everythings gonna be all right, now! ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
Everythings gonna be all right! ทุกอย่างจะดีเอง

So, woman, no cry; ดังนั้น คุณผู้หญิง อย่าร้องไห้ไปเลย

No - no, woman - woman, no cry. อย่าร้องไห้ คุณ อย่าร้องไห้เลย

Woman, little sister, dont shed no tears; สาวน้อย เช็ดน้ำตาเถอะ

No, woman, no cry.


I remember when we used to sit
In the government yard in trenchtown.
And then georgie would make the fire lights,
As it was logwood burnin through the nights.
Then we would cook cornmeal porridge,
Of which Ill share with you;
My feet is my only carriage,
So Ive got to push on through.
But while Im gone:

No, woman, no cry;
No, woman, no cry.
Woman, little darlin, say dont shed no tears;
No, woman, no cry.

Eh! (little darlin, dont shed no tears!
No, woman, no cry.
Little sister, dont shed no tears!
No, woman, no cry.)

 



แอบอ้าง

“บ็อบ มาร์เลย์” หรือชื่อจริงว่า "โรเบิร์ต เนสต้า มาร์เลย์"
เป็นนักดนตรีเพื่อชีวิตเพื่อการต่อสู้ของประชาชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลคนหนึ่งของโลก

เกิดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1945 ในเกิด ในชุมชนคนผิวดำ
ในเมืองเชนต์เเอนน์ ของประเทศจาไมกา
ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่อยู่ระหว่างหลักไมล์ที่แปดกับเก้าระหว่างทางมุ่งสู่อัลวาเรียก
ตามภาษาคนท้องถิ่นว่า หลักเก้า ณ ประเทศ จาไมก้า



เป็นบุตรของ นางซีเดลล่า กับ ร้อยเอก นอร์วัล มาร์เลย์ เติบโตท่ามกลางชุมชนทาสเเละครอบครัวที่เเตกเเยกพ่อเป็นคนผิวขาวชาวอังกฤษที่ทำงานอยู
่กับราชนาวีอังกฤษ แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้เป็นพ่อ


พ่อจึงเป็นเพียงแค่คนรู้จักที่มาเยี่ยมเยียนในบางโอกาสเท่านั้น เขาจึงเติบโตมากับแม่
ปี 1957 มารดาพาอพยบสู่เมืองหลวง คือกรุงคิงสตัน อาศัยอยู่ในสลัม "เทรนช์ทาวน์" ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนจน

มีวิถีตามความเชื่อดั่งเดิมของคนดำ คือ เชื่อว่าตนเป็นลูกหลานของกษัตริย์ โซโลมอน
เเละเป็นชนชาวยิวพลัดถิ่นรอวันกลับสู่เเผ่นดินของตน ถิ่นนี้เป็นเเหล่งกำเนิดวัฒนธรรมและลัทธิ รัสตาฟาเรียนิสม์

ชีวิตวัยเด็กบ๊อบมีนิสัยเห็นเเก่ตัว เเต่ไม่มีนิสัยลักขโมยเเบบเด็กสลัมทั่วไปเขารักเพื่อนเเละทำเเทบทุกอย่างเพื่อเพื่อน


อายุ 17 ปีก็เริ่มทุ่มเทให้กับการร้องเพลง เเละฝึกฝนอย่างจริงจัง
โดยเริ่มจากการร้องในโรงภาพยนต์
เเละไช้เวลาหลังจากเลิกเรียนหัดร้องเพลงกับเพื่อนๆเเทนการทำการบ้าน
จนได้มีโอกาสเรียนรู้ด้านดนตรี จาก โจฮิกก์ส ศาสตราจารย์ข้างถนนที่มีความสามารถทางดนตรี อย่างเยี่ยมยอด


เริ่มก่อตั้งวงดนตรีกับ บันนี เเละ ปีเตอร์ เเมคอินทอช เล่นเพลงป๊อปอเมริกาเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพในระหว่างฝึกฝนด้านดนตรี เเละมีเเผ่นเสียงของตนเองออกจำหน่ายในปี 1962

ปี 1963 ก่อตั้งวง เดอะ เวลลิงรูดบอยส์ กับเพื่อน 6 คน
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1966 เเต่งงานครั้งเเรกกับ ริต้า เเอนเดอร์สัน
ปี 1960 จังหวะเพลงสกาเริ่มช้าลงเปลี่ยนเป็น ร็อคสเตดีจนผสมผสานระหว่างอเมริกากับจาไมก้า
กลายมาเป็น ดนตรีที่เรียกว่า"เร็กเก้"เเต่ยังไม่เป็นที่นิยมเพราะกระเเสเพลงร็อคยังร้อนเเรงอยู่
เวลาผ่านไปบทเพลงเร็กเก้เริ่มเป็นที่นิยม

เพลงเร็กเก้ เพลงเเรกที่บันทึกเสียงออกสู่ตลาดในปี 1968 เป็นผลงานของทูตส์ ฮิบเบิร์ต เเห่งวง เดอะ เมย์ตัลส์
จังหวะเร็กเก้เป็นจังหวะที่เน้นความสำคัญของกลองเเละเบส การให้จังหวะของกลองเเละเครื่องเป่า จังหวะการเคาะที่เเตกต่างจากจังหวะร็อคคืออยู่ที่จังหวะ 1-3 ไนขณะที่ร็อคอยู่ที่ 2-3
เนื้อหาของบทเพลงสะท้อนถึงลัทธิรัสตาฟาเรียน เเละ วิพากษ์วิจารณ์สังคมตามมุมมองของชาว รัสตา


ปี 1966 ประเทศจาไมก้าตกอยู่ในภาวะร้อนระอุบทเพลงเนื้อหาเริ่มร้อนเเรงขึ้น
อันเป็นผลมา จากการปราบจราจลระหว่างผิวในปี 1965 ติดตามด้วยกระเเสต่อต้านคนดำ
เเละการไล่รื้อสลัมทำหมู่บ้านจัดสรร

ในเดือนกรกฎาคม 1966 เเละการประทะของกลุมชนที่เข้าข้างฝ่ายรัฐบาลเเละฝ่ายค้าน
อันได้เเก่พรรค อนุรักษ์นิยมเเจเเอลพี เเละพรรค สังคมนิยมพีเอ็นพีฝ่ายค้าน

วันที่ 17 เมษายน 1980 บ๊อบได้รับเชิญไห้ร่วมเล่นดนตรีในพิธีเฉลิมฉลองเอกราชของประเทศ ซิมบับเว
ที่เคยป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งเเต่ปี 1965 ซิมบับเว เป็นประเทศเอกราชลำดับที่ 50 ของทวีปอัฟริกา

เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวจาไมกาคนแรกที่ผลักดันเอาดนตรีพื้นเมืองจาไมกา หรือ “เร็กเก”
ออกสู่ตลาดโลก และกลายเป็น “ราชาเพลงเร็กเก” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

บันทึกเสียงครั้งแรกในเพลง Judge Not เมื่อเขาอายุ 16 ปี โด่งดังทั่วอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
ครั้งแรกในปี 1973 ในอัลบั้ม Catch a Fire ได้ออกโทรทัศน์ BBC

สิ่งพิเศษที่มีอยู่ในตัวเขาก็คือวิธีการประพันธ์เนื้อเพลงที่สะท้อนมุมมองทางการเมือง ชีวิต และสังคมที่เฉียบแหลม คมคาย
และหยั่งรากลึกสู่จิตวิญญาณ สถานการณ์พื้นฐานในทศวรรษที่ 1960-1970 นั้น
ความขัดแย้งเรื่องสีผิวยังมีอยู่สูง คนผิวสีจึงเป็นเพียงพลเมืองชั้น 2

ท่ามกลางระบบความคิดแบบเหยียดผิวของพวกแองโกล-แซกซอน (Anglo-Saxon)นั้น
เขาใช้ดนตรีเป็นสื่อในการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ผ่านกีตาร์ตัวหนึ่ง กับฮาโมนิการ์คู่ใจ ร้องเพลงเพื่อสะท้อนปัญหาอย่างทรงพลัง

ดนตรีเร็กเก้ที่บ็อบนำมาขับกล่อมนั้น ถูกขบวนการคนผิวดำและต่อต้านลัทธิเหยียดผิวบางกลุ่มนำมาใช้เป็นเครื่องมือ
ในการแสดงออกถึงประเด็นทางสังคม เช่น กลุ่มรัสตาฟารี (Rasta Farians)

และต่อมาเร็กเก้ก็เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนผิวขาวในตอนปลายทศวรรษ 1960
บ็อบ มาร์เลย์ทำให้ดนตรีเร็กเกเฟื่องฟูมากที่สุดในทศวรรษที่ 1970 เขาตั้งวงชื่อ "บ็อบ มาร์เลย์ แอนด์ เดอะ เวลเลอร์ส"
(Bob Marley and the Wailers) ขึ้นในปี 1964 นับเป็นศิลปินเพลงเร็กเกคณะแรกที่โด่งดังไปทั่วโลก
ในปี 1975 ได้ไปเปิดการแสดงที่ลอสแอนเจลิส ผู้คนคลั่งไคล้มาก
เพลงฮิตเพลงแรกในอังกฤษคือ No Woman No Cry ในปี 1975 และ Jamming ในปี 1977
และ One Love ในปี 1984

บ็อบ มาเลย์แต่งงานกับริต้าในปี 1975 ประธานาธิบดีไมเคิล แมนเลย์แห่งจาไมกาสนับสนุนให้เขาจัดคอนเสิร์ตฟรี
 ในวันที่ 5 ธันวาคม 1975 นั้นเอง แต่ปรากฎว่าก่อนหน้า 2 วัน มีกลุ่มมือปืนมาดักยิงตัวเขา ริต้า และผู้จัดการวงดนตรี
แต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต เขายังคงเดินหน้าแสดงคอนเสิร์ตต่อไปทั้ง ๆ ที่ใช้ผ้าคล้องแขนกับคอเพราะบาดเจ็บ
ปี 1976 บ็อบ มาเลย์ต้องงดรายการคอนเสิร์ตทัวร์ทั่วยุโรป เนื่องจากตรวจพบเป็นมะเร็งที่เท้าขวา อันเนื่องมาบาดแผลระหว่างการเล่นฟุตบอลในอดีตแล้วละเลยไม่รักษา

บ็อบ มาเลย์กลับมาแสดงคอนเสิร์ต One Love ที่จาไมก้าอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1978
และได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการให้ประธานาธิบดี และผู้นำฝ่ายค้านขึ้นไปจับมือกันบนเวที และจับมือกัน

เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาได้รับรางวัล The United Nations' Peace Medal ในเดือนมิถุนายน 1978 นั่นเอง


ปี 1980 เป็นผู้นำในการเฉลิมฉลองการประกาศอิสรภาพของซิมบับเวย์
เดือนกันยายน 1980 บ็อบ มาเลย์ล้มลงขณะที่กำลังจ้อกกิ้งใน Central Park สวนสาธารณะกลางมหานครนิวยอร์คที่พำนักอยู่ ตรวจพบว่ามะเร็งลุกลามไปยังปอดและสมอง

บ็อบ มาเลย์ยังคงบินไปแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในชีวิตที่ Stanley Theatre นครพิตสเบิร์ก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 1980 ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่นิวยอร์ค คณะแพทย์ก็ลงความเห็นว่าหมดหวัง

บ็อบ มาเลย์อยากจะกลับจาไมก้าบ้านเกิด แต่ไปไม่ไหว จึงแวะพักที่นครไมอามี
และจากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 1981 ด้วยวัยเพียง 36 ปีเท่านั้นศพถูกนำกลับมาฝังไว้ที่บ้านเกิดในจาไมก้า

ศพของบ๊อบ มาร์เลย์ ถูกนำไปฝังบ้านเกิดที่หลักเก้า ศพนอนภายในโลงสีบรอนซ์สวมเจ็คเก็ตผ้าเดนิม
 นิ้วมือขวาวางบนคัมภีร์ไบเบิลเปิดกางไว้ที่ บท psalm 23
ส่วนมือซ้าย วางทาบบนกีตาร์ กิ๊บสัน - เลสพอล สีเเดงเพลิงกีตาร์คู่ใจของเขา...อำลาเจ้านกสันติภาพ




 
อ้างอิง http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=64473&highlight=&sid=374e9a92c8c9191ac99aa4afbd6cc8ef

 




เดี๋ยวแปล One Love ต่อ อิอิ
 
ปล. เพลงฟังได้ไหมคะ?  งง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 เม.ย. 2008, 14:04 น. โดย seacrazy » บันทึกการเข้า

ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข
 แล้วเพลงไหนหละครับ ที่พี่ วิลล์ สมิทช์ เอามาเล่นเป็นมุกในหนังเรื่อง ข้าคือตำนานฯ  ที่ร้องว่า ฉันยิงนายอำเภอ
แต่ฉันไม่ได้ยิงผู้ช่วย บลา บลา บลา ... 
บันทึกการเข้า

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น
 
<a href="http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V24700DPD&amp;Autoplay=0&quot;&gt;" target="_blank">http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V24700DPD&amp;Autoplay=0&quot;&gt;</a>

บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ขอบใจจ๊ะ  เกย์ออก คนสวยยยย

 

 
แล้วเพลงไหนหละครับ ที่พี่ วิลล์ สมิทช์ เอามาเล่นเป็นมุกในหนังเรื่อง ข้าคือตำนานฯ  ที่ร้องว่า ฉันยิงนายอำเภอ
แต่ฉันไม่ได้ยิงผู้ช่วย บลา บลา บลา ... 
  เหลือบ
 
(I shot the sheriff
But I didn't shoot no deputy, oh no! Oh!
I shot the sheriff
But I didn't shoot no deputy, ooh, ooh, oo-ooh.)
Yeah! All around in my home town,
They're tryin' to track me down;
They say they want to bring me in guilty
For the killing of a deputy,
For the life of a deputy.
But I say:

Oh, now, now. Oh!
(I shot the sheriff.) - the sheriff.
(But I swear it was in selfdefence.)
Oh, no! (Ooh, ooh, oo-oh) Yeah!
I say: I shot the sheriff - Oh, Lord! -
(And they say it is a capital offence.)
Yeah! (Ooh, ooh, oo-oh) Yeah!

Sheriff John Brown always hated me,
For what, I don't know:
Every time I plant a seed,
He said kill it before it grow -
He said kill them before they grow.
And so:

Read it in the news:
(I shot the sheriff.) Oh, Lord!
(But I swear it was in self-defence.)
Where was the deputy? (Oo-oo-oh)
I say: I shot the sheriff,
But I swear it was in selfdefence. (Oo-oh) Yeah!

Freedom came my way one day
And I started out of town, yeah!
All of a sudden I saw sheriff John Brown
Aiming to shoot me down,
So I shot - I shot - I shot him down and I say:
If I am guilty I will pay.

(I shot the sheriff,)
But I say (But I didn't shoot no deputy),
I didn't shoot no deputy (oh, no-oh), oh no!
(I shot the sheriff.) I did!
But I didn't shoot no deputy. Oh! (Oo-oo-ooh)

Reflexes had got the better of me
And what is to be must be:
Every day the bucket a-go a well,
One day the bottom a-go drop out,
One day the bottom a-go drop out.
I say:

I - I - I - I shot the sheriff.
Lord, I didn't shot the deputy. Yeah!
I - I (shot the sheriff) -
But I didn't shoot no deputy, yeah! No, yeah!

ref. http://www.oldielyrics.com/lyrics/bob_marley/i_shot_the_sheriff.html

 
เพลงนี้ค่ะ (อย่าบอกนะ ว่าแปลด้วย  เอือม )
 
อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 เม.ย. 2008, 14:07 น. โดย seacrazy » บันทึกการเข้า

ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข
จะบอกว่า ผมแปลแบบภาษาอังกฤษรู้บ้างไม่รู้บ้างนะ  พอบอกมีคนรอดู เริ่มอาย กลัวแปลผิด  กร๊าก
บันทึกการเข้า

  ยิ้มน่ารัก ขอบคุณครับ ป้าชอยช่วยแปลให้หน่อยซิครับ  ลันล้า
บันทึกการเข้า

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น
  ยิ้มน่ารัก ขอบคุณครับ ป้าชอยช่วยแปลให้หน่อยซิครับ  ลันล้า

ตัวผมเองยังไม่ค่อยจะรอดเลย พี่ชายคลอง  กร๊าก
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 ... 43
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!