หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 [16] 17 18 19 20 21 22 23 ... 43
 
ผู้เขียน กระจู๋: ถอดเพลง  (อ่าน 429341 ครั้ง)
0 สาวก และ 1 ขาจร กำลังดูกระจู๋นี้
เพลงผีดิบ  กร๊ากกกก




สารรูปว่าตอนเรียนมหาลัย เพื่อนร้องเพลงนี้ให้ฟังทีไรไมเกรนขึ้นทุกทีเลยอ่ะ  กร๊าก
บันทึกการเข้า
เดี๋ยวหยุดหัวเราะจะพยายามร้องไห้จบนะคะลุงร่ม

 กร๊าก
บันทึกการเข้า

เพลงมันก็เจ๋งโคตรเลยนะ แต่พอมีคอนเสิร์ตประกวดดนตรีทีไร พ่อเล่นเพลงนี้เป็นสิบวง ง่ะ
บันทึกการเข้า

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~
ผีดิบ ผีดิบ ผีดิบ
บันทึกการเข้า

เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::
เดี๋ยวอัดเสียงมาโชว์ดีกว่า กร๊ากกกก
บันทึกการเข้า

เพลง I walk beside you
ศิลปิน Dream theater


There's a story in your eyes
I can see the hurt behind your smile
For every sign I recognize
Another one escapes me

มีเรื่องราวถูกถ่ายทอดออกมาจากสายตา
ฉันเห็นความเจ็บปวดที่อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเธอ
เท่าที่ฉันจะรับรู้ได้
แต่ก็ยังมีบางอย่างที่หลุดรอดไป

Let me know what plagues your mind
Let me be the one to know you best
Be the one to hold you up
When you feel like you're sinking

มีอะไรกวนใจเธออยู่ก็บอกให้ฉันรู้
ให้ฉันเป็นคนที่เข้าใจเธอมากที่สุด
เพื่อให้เป็นคนหนึ่งที่จะช่วยดึงเธอขึ้นมา
ในยามที่เธอกำลังเหนื่อยล้าไม่มีแรง

Tell me once again
What's beneath the pain you're feeling
Don't abandon me
Or think you can't be saved

บอกฉันอีกสักครั้ง
อะไรอยู่ภายใต้เจ็บปวดที่เธอรู้สึก
อย่าลืมว่ายังมีฉันอยู่
หรืออย่าคิดว่าฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย

I walk beside you
Wherever you are
Whatever it takes
No matter how far
Through all the may come
And all that may go
I walk beside you
I walk beside you

ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
หรือมันจะหนักหนาแค่ไหน
แม้ว่าจะไกลอีกสักเท่าไหร่
ทั้งที่กำลังจะมา
และที่กำลังจะผ่านไป
ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

Summon up your ghosts for me
Rest your tired thoughts upon my hands
Step inside this sacred place
When all your dreams seem broken

ปลุกจิตใจของเธอให้มาที่ฉัน
พักความเหนื่อยล้าวางไว้บนฝ่ามือ
แล้วเดินเข้ามาสู่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
เมื่อยามที่ความฝันของเธอพังทลาย

Resonate inside this temple
Let me be the one who understands
Be the one to carry you
When you can walk no further

ยินเสียงก้องกังวาลในที่แห่งนี้
ให้ฉันเป็นคนเดียวที่เข้าใจ
และเป็นคนที่ช่วยพยุงเธอ
ในยามที่เธอไม่อาจก้าวเดินไปได้

Tell me once again
What's below the surface bleeding
If you've lost your way,
I will take you there

บอกฉันอีกสักครั้ง
อะไรที่ทำให้โลหิตหลั่งริน *
ถ้าเธอสูญเสียทางที่เธอไป
ฉันจะพาเธอไปเอง

I walk beside you
Wherever you are
Whatever it takes
No matter how far
Through all that may come
And all that may go
I walk beside you
I walk beside you

ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
หรือมันจะหนักหนาแค่ไหน
แม้ว่าจะไกลอีกสักเท่าไหร่
ทั้งที่กำลังจะมา
และที่กำลังจะผ่านไป
ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

Oh, where everything is wrong
Oh, where hopelessness surrounds you
Oh, the sun will rise again
The tide you swim against
Will carry you back home
So don't give up
Don't give in

แม้ว่าทุกสิ่งจะผิดจากที่หวัง
แม้ว่าความสิ้นหวังจะรายล้อมเธอ
แต่ยังมีตะวันจะฉายในวันต่อไป
สายธารที่เธอยังแหวกว่ายไป
จะนำพาเธอกลับบ้าน
เพราะงั้นอย่ายอมแพ้
จงอย่ายอม...

I walk beside you
Wherever you are
Whatever it takes
No matter how far
Through all that may come
And all that may go
I walk beside you
I walk beside you

ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
หรือมันจะหนักหนาแค่ไหน
แม้ว่าจะไกลอีกสักเท่าไหร่
ทั้งที่กำลังจะมา
และที่กำลังจะผ่านไป
ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ
บันทึกการเข้า

ผีดิบ ผีดิบ ผีผีแพนด้า  กร๊าก

กดเพลงนี้ฟังในยูตูบแล้วหนาวมาก
เสียงร้องทรงพลังมาก ไม่มีตก เหมือนเอากระดาษทรายไปขัดลูกกระเดือก

เนื้อหาก็คงเสียดสี ด่าทอ ระบายความคับแค้นต่อสังคมตามขนบเพลงแนวนี้นี่ล่ะครับ
ขอภัยที่ขอแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อเพลงนี้ว่า แม้จะเล่นคำได้พอใช้
แต่เนื้อหาซ้ำ และช้ำ ตามขนบแนวเพลงมากครับ
สังคมที่เอาแต่ตามแฟชั่นที่ฟอนเฟะ ตัวตนจางหาย รอการไถ่บาป
แม้แต่ชื่อเอ็ง ก็ไม่มีใครจะจำหรอกจอห์น เมื่อกี้เอ็งบอกชื่อว่าไรนะ?
เอาแต่ไขว่คว้ากันไป มันไม่มีค่าอะไรเลย It's all for nothing
(ผมว่าฟังท่อนแรก ก็เดาเนื้อทั้งเพลงออก)

จอห์น จึงคือใครก็ได้ นาย ก. นาย ข.
เช่น จอห์น โด หมายถึง ไอ้จ้อน บุคคลสมมติ, นามสมมติ
(อย่างที่ได้ยินในหนังบ่อยๆ เวลามีคดี)
+ เก้อค่าแปลครับ ไหว้ กระจ่างมากแต่แอบรู้สึกผิดหวังกับเนื้อหาเล็กน้อย ง่ะ เหมือนเก้อว่าแหละ เนื้อหาตาแนวเพลงเกิน เอือม
บันทึกการเข้า

บังเอิญไปเห็นมาในจู๋ชมพู
จัดให้ลุงร่มครับ ไหว้

ขอยืมหน่อยครับตาณต..ใช่ซี้  ฮือๆ~

ที่จริงนี่เป็นหนึ่งในเพลงประจำตัวของตูนะ อย่างจริงจังเลย
อีกเพลงหนึ่งคือ "One" ของ U2 ซึ่งยังแปลได้เข้าใจไม่หมด
เก้อ และ ตาณต ช่วยหน่อยครับ บางอันไม่เข้าใจบริบทฝรั่ง
แต่ที่โดนเลยคือ
We're one,but we not the same.
We get to carry each other, carry each other one.

เห็นด้วยกับที่พี่ณตกล่าวไว้ในหน้านู้น
ว่าเพลงนี้ทำให้คณะยูทูก้าวข้ามกำแพงของตัวเองพ้น
ช่วงนั้นเขากำลังเถียงกันเรื่องแนวเพลงจนวงจะแตก
สองคนอยากลองอิเล็กทรอนิก อีกสองคนอยากให้ร็อกเดิมๆดิบๆ
จนกระท่ังได้เพลงนี้มา ทุกอย่างก็พุ่งฉลุย หาตัวเองเจอ


เพลง ONE-หนึ่ง
โดยคณะยูทู

Is it getting better
Or do you feel the same
Will it make it easier on you now
You got someone to blame
You say...

เธอเป็นยังไงบ้าง
หรือเธอยังเหมือนเดิมอยู่?
ก็มันง่ายเหลือเกินน่ะสิ
ที่เธอจะโทษใครต่อใครไปเสียหมด
เพราะว่า...

One love
One life
When it's one need
In the night
One love
We get to share it
Leaves you baby if you
Don't care for it

หนึ่งรัก
หนึ่งชีวิต
เมื่อใจเราหวังถึงสิ่งนั้น
ในค่ำคืนนี้
รักเพียงหนึ่งเดียว
ที่เราจะร่วมแบ่ง
แต่ถ้าเธอไม่แคร์
นั่นก็แล้วแต่เธอเถอะ


Did I disappoint you
Or leave a bad taste in your mouth
You act like you never had love
And you want me to go without
Well it's...

ฉันทำให้เธอผิดหวังมากใช่ไหม?
ฉันสร้างเรื่องให้เธอนักเหรอ?
เธอทำเหมือนว่าเธอไม่เคยมีความรักสักนิด
และดูเหมือนเดินกันไปคนละทางจะดีกว่า
ยังงั้นเหรอ?

Too late
Tonight
To drag the past out into the light
We're one, but we're not the same
We get to
Carry each other
Carry each other
One...
Have you come here for forgiveness
Have you come to raise the dead
Have you come here to play Jesus
To the lepers in your head

สายไปแล้วล่ะ
ตอนนี้
ที่จะรื้อฟื้นความเจ็บปวด
เราเป็นหนึ่งเดียวกัน, แต่เราไม่ได้เหมือนกันหรอก
เราจึงต้อง
โอบกอดกันและกัน
โอบกอดกันและกัน
เอาไว้...

เธอมาที่นี่เพื่อที่จะให้อภัยแก่กันหรือ
เธอมาเพื่อที่จะคืนชีวิตแก่ความตาย
เธอมาที่นี่เพื่อเล่นบทพระเจ้า
แก่เหล่าคนผู้ต้อยต่ำ...ในความคิดของเจ้า
อย่างนั้นน่ะเหรอ?


Did I ask too much
More than a lot
You gave me nothing
Now it's all I got
We're one
But we're not the same
Well we
Hurt each other
Then we do it again

ฉันถามมากไปหรือเปล่า
มากยิ่งกว่ามากอีก
แต่ความเงียบ
คือคำตอบที่ฉันได้ยิน
เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน,
แต่เราต่างกัน
เพราะงั้นล่ะ
เราถึงได้ทำร้ายกัน
แล้วก็ทำร้ายกัน...

You say
Love is a temple
Love a higher law
Love is a temple
Love the higher law
You ask me to enter
But then you make me crawl
And I can't be holding on
To what you got
When all you got is hurt

เธอว่า
รักเหมือนมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์
เป็นกฏสูงสุด
บอกให้ฉันเดินเข้ามาในนี้สิ
แต่ฉันต้องลงคลานเข่านะ
นั่นน่ะสิ่งที่เธอต้องการ
และฉันไม่อาจทำตาม
แล้วที่เราได้  ก็คือความเจ็บปวดไง



One love
One blood
One life
You got to do what you should
One life
With each other
Sisters
Brothers
One life
But we're not the same
We get to
Carry each other
Carry each other

One...life

One

หนึ่งรัก
หนึ่งหยดเลือดสีเดียว
หนึ่งชีวิต
เราต้องทำในสิ่งที่เราควรทำสิ
หนึ่งชีวิตนั้นน่ะ
เพื่อกันและกัน
...นะพี่น้อง



จบครับ

ถอดความยากเป็นภาษาไทยยากพอดู
คือฟังน่ะรู้ แต่ทำยังไงให้เป็นไทยวะ
ถ้าอ่านดู ก็จะเห็นว่า บางประโยคผมก็เล่าเป็นอย่างอื่นไปเลย

บางอย่างที่น่าสังเกต
- We get to share it และประโยคอื่นๆ ใช้คำว่า get to
ไม่ใช่ got to อย่างที่คนมักจะเข้าใจผิดและเอาไปร้องผิด(ได้ยินร้องงั้นประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์)
เขาไม่ได้บอกว่า "ต้อง" เขาบอกว่า เราน่าจะไปถึงสิ่งนั้น get to แปลว่า ไปถึง ไปที่
หรือมุ่งไป  เช่น get to the point - มุ่งไปที่ประเด็น

-leave a bad taste in your mouth แปลว่า
สร้างความทรงจำที่ไม่ดีให้ สร้างเรื่องไม่ดีให้จำ

- drag the past out into the light ก็คือฟื้นฝอยหาตะเข็บ
ในแง่ความหมายนะ แง่ความเพราะไม่ได้เลย

- Have you come here for forgiveness
Have you come to raise the dead
Have you come here to play Jesus
To the lepers in your head
อันนี้ทั้งท่อน มาจากไบเบิ้ลแหละ ที่วันพิพากษาใช่ไหม
ที่เหล่าคนตายจะฟื้นคืน อะไรจำพวกนั้น(ไม่กล้ามั่ว ไม่ใช่คริสต์)
แต่อันนี้ความหมายเสียดสีคนขาวที่คิดว่าตนเป็นนักบุญ
เราอ้างความรัก เรามาเพื่อปลดปล่อย ให้อภัย ไปจนคิดว่ามาให้ชีวิต
นี่เป็นพระเยซูคริสต์หรือไง มาเล่นบทพระเจ้ามาช่วยผู้เป็น
โรคเรื้อน-leapers(เนื้อเรื่องในพระคัมภีร์) ซึ่งทั้งหมด ก็เป็นแต่
ในจินตนาการในหัวของเราคิดเอาเองทั้งนั้น...in your head

จริงๆมันมีความหมายเชิงสังคมอย่างที่ว่ามาด้วย
มีความหมายเรื่องรักระหว่างคน 2 คนได้ด้วย
มันมีบอกในท่อนถัดๆมา

-  อย่างอเมริกา เราบอกว่าเรามีสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย
เดินมาตามทางเราสิ แต่ว่าต้องรับเอาทุนนิยม รับเอาโคคาโคล่า
ของเราไปด้วยนะ ก็เหมือนในท่อนนี้ ที่บอกว่า ...
Love is a temple
Love a higher law
Love is a temple
Love the higher law
You ask me to enter
But then you make me crawl
เธอว่า รักเหมือนมหาวิหารศักสิทธิ์ เดินเข้ามาสิ
แต่ว่าเธอต้องลงคลานมานะ

สองย่อหน้าที่ว่ามา มันหมายถึงสังคมโลกได้
แต่มันก็หมายถึง 2 คนได้ด้วย เหมือนกับคนรักกัน
คนนึงบอกว่า ฉันรักเธอ แต่เธอต้องทำยังงั้น ทำยังงี้ตามที่ฉันคิด
เรารักกันมาก แต่เธอต้องทำตามฉันนะ

ทั้งเพลงมันจึงบอกว่า we're one, but we're not the same
ถึงเราจะรักกันยังไง ก็ไม่มีวันเหมือนกันไปหมดหรอก
ถ้าเธอดึงดันจะให้ฉัน  you make me crawl - ลงไปคลาน
หรือทำตามเธอไปทุกอย่าง เพื่อที่เราจะได้เหมือนกัน
...all you got is hurt - ที่เธอก็จะได้รับจากความรัก
ก็คือความเจ็บปวดเท่านั้น

- ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำคือ
We get to
Carry each other
Carry each other โอบกอด ดูแล กันและกัน

จบการถอดความครับ
โบโนบอกว่า ตอนแต่งเพลงนี้ มันไม่ได้มาจาก
ความคิดโรแมนติกแบบฮิปปี้ๆที่ว่า โลกจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
มันต่อต้านแนวคิดนี้ด้วยซ้ำ ถึงยังไงคนเราก้ต้องต่างกัน
แต่เราจะต้อง ไปสู่(get to) หนทางที่เราจะดำรงอยู่ร่วมกันสิ
เลิกบังคับให้เราต้องคิดเหมือนกัน เธอไม่ต้องคิดเหมือนฉัน
อเมริกันไม่ต้องบอกให้ใครเดินตามอุดมคติคนขาว
มันเหมือนเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น เพื่อเราจะได้มีชีวิตอยู่ร่วมกันได้
มากกว่าจะเป็นอุดมคติที่ไม่มองความจริง


เขาว่าเพลงนี้แต่งตอนยูทูไปบันทึกเสียงที่เบอร์ลิน
ช่วงที่กำแพงเบอร์ลินไกล้ล่ม พูดถึงสองฝ่ายที่ต่างก็อยาก
จะให้อีกฝ่ายคิดแบบตนเอง ต่างก็รักชาติ อยากให้ทั้ง 2 ฝั่ง
กลับมารวมกันเป็นประเทศหนึ่งเดียวเหมือนกันแหละ
แต่ต่างก็ดื้อดึงให้อีกฝ่ายคิดตามตนเอง จนกระทั่งกำแพงล่ม
ในช่วงนั้น เราจึงต้องหาหนทาง ที่เราจะอยู่ร่วมกันได้

แต่ก็มีอีกนัยน์หนึ่งบอกว่า โบโน เขียนเพลงนี้ให้พ่อของตน
ที่ทะเลาะกัน ไม่ยอมพูดกัน พ่อแกหัวแข็ง เอาแต่โทษลูก
ท่อนแรกก็บอกนัยน์นี้ไว้ชัด Or do you feel the same
Will it make it easier on you now
You got someone to blame
You say...

และท่อนนี้
Did I disappoint you  ถ้าจะแปลแบบนั้นก็ยิ่งเข้าเค้า ว่า ผมทำให้พ่อผิดหวังนักเหรอ?
Or leave a bad taste in your mouth หรือได้แต่สร้างเรื่องให้พ่อ
You act like you never had love พ่อทำเหมือนไม่มีความรัก(ให้ลูก-นึกถึงพ่อหัวแข็งๆ)


ผมเชื่อว่าเป็นทั้ง 2 ความหมาย
แต่จริงๆ ถ้าโบโนยังไม่ได้เขียนเพลง One ออกมาก่อน
แล้วมาเขียนเพลงนี้ที่ประเทศไทยเรา ช่วงปลายปีที่แล้ว
ผมก็คิดว่าแกจะได้เนื้อเพลง One ออกมาเหมือนกัน

เนื้อแบบนี้เด๊ะๆเลยล่ะ
Well we...Hurt each other
Then we do it again.


แถมนิด ท่อนนี้ ...Sisters..Brothers...
แปลว่า ...นะพี่น้อง กร๊าก


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ม.ค. 2009, 03:09 น. โดย เก้อ » บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
 กรี๊ดดดดด +

ชอบตรงท่อนที่เอามาจากไบเบิล
นั่นแหละ เหมือนพยายามบอกว่า

The One นั่นคือพระเจ้า
แล้วคนเรา ก็ชอบทำตัวเป็นพระเจ้า

บันทึกการเข้า
ถอดมาได้สุดยอดจริงเก้อ  เหวอ


พึ่งนึกออก อยากรู้ว่าเพลง smell like teen spirit ของ nirvana นี้มีความหมายแฝงมั้ยครับ เห็นท่อนฮุคมันดูเสียดสีชอบกล
บันทึกการเข้า

+ เก้อ แปลได้อิ่มมาก เจ๋งสุดๆ  เจ๋ง
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
เชี่ย เก้อแม่ง สัตว์ว่ะ (นี่เป็นคำชม)  เจ๋ง

ชอบเพลงนี้มากโดยอย่างแรกก็คือชุดนี้เป็นยูทูชุดแรกที่เริ่มฟัง
และพอตามฟังก็เห็นได้ว่าเป็นการพัฒนารูปแบบเพลงแบบสุดตีนของวงนี้จริงๆ

และเรื่องความหมาย เก้อช่วยอธิบายได้เคลียร์มากๆ
ในหลายๆ บริบท ที่คนที่คุลกคลีเข้าใจบริบทฝรั่งเท่านั้นจะอธิบายได้
แถมสอนภาษาอังกฤษด้วย นี่มันรายการเรียนภาษาจากเพลงสินะ  กร๊าก
ขอบใจมากน้องเอ้ย บวกๆๆๆ

ใช่นะ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เราก็ไม่ใช่คนคนเดียวกัน
เราย่อมมีความแตกต่างกัน แต่เราต้อง...อะไรดี ไอ้ carry each other เนี่ย
เมื่อก่อนแปลแบบซาดิสม์ว่า เราต้องหอบหิ้วอีกคนหนึ่งไว้
เหมือนแบบต้องแบกรับความทุกข์จากความรัก และ การอยู่ร่วมกัน มองเพลงนี้สีหม่นๆ หน่อย
เพราะฝังใจตั้งแต่แรกว่าเพลงนี้เป็นเพลงคร่ำครวญเรื่องความรักตามประสาวัยรุ่น
(ฟังเพลงนี้น่าจะราวๆ ม.3 ไม่ก็ม.4)

พอเก้อแปลว่า"โอบกอดกันและกัน" ก้อแปลเอาความได้ดี คือเพลงแบบนี้มันต้องแปลเอาความนะ
ถ้าแปลแบบตรงๆ คำ ก็อาจได้แบบเพลงผีดิบ  กร๊าก

ตอนนี้รู้สึกอยากแปลมันว่า "ประคับประคอง" น่าจะดีกว่า
เพราะฟังดูไม่สุขหรือเศร้า้จนเกินไป
การไปด้วยกัน มันต้องมีทั้งสุข และ เศร้าอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องมีคือ การใช้ความพยายาม
ไม่ใช่สิ ฟังดูเหมือนต้องฝืนๆ ยังๆไงไม่รู้ ใช้คำว่าตั้งใจดีกว่า
น่าจะเข้ากับ "get to" ใช่ไหมเก้อ
ประคับประคองมันต้องตั้งใจ และเราใช้คำนี้กับสิ่งที่เราเห็นว่ามันมีค่า
ใช้ได้กับทุกอย่างนะ ความรัก ชีวิตคู่ มิตรภาพ ไปจนถึงการอยู่ร่วมกัน

เราเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เราก็ไม่ใช่คนเดียวกัน
เราจึงต้อง
ประคับประคอง กันและกัน
ประคับประคอง กันและกัน
เอาไว้..
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
ดีนะ พี่ร่มไม่เคยชม   แหยะ


พี่ร่มเก่งประกิตเหมือนกันนะเนี่ย   กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า
พี่ร่มชมเหมือนไอ้แจ๊คในเรื่องสายลับฯเลย  กร๊าก

-----------------------------------------------------
เอาเพลงที่พอแปลได้มาลงดีกว่า


MY CHEMICAL ROMANCE
"I'm Not Okay (I Promise)"
แปลเป็นไทยก็ "ตูไม่สบายดีหรอก สัญญา"  กร๊าก

Well if you wanted honesty, that's all you had to say. อ๊ะ ถ้าเธอต้องการความจริงใจจากทุกสิ่งที่เธอพูดมา เดี๋ยวจัดให้ เกย์ออก
I never want to let you down or have you go, it's better off this way. ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง และปล่อยเธอไป มันคงต้องเป็นแบบนั้นแหละ
For all the dirty looks, the photographs your boyfriend took, สำหรับทุกสิ่งที่ดูไม่ดี รูปแฟนใหม่ของเธอ
Remember when you broke your foot from jumping out the second floor? จำเอาไว้ เมื่อเธอขาหักเพราะกระโดดลงจากชั้นสอง? (น่าจะประชดว่า ทิ้งตูแล้วอย่ามาเสียดายหละ)

I'm not okay  ฉันไม่สบาย
I'm not okay  ฉันไม่สบาย
I'm not okay  ฉันไม่สบาย
You wear me out  เธอทำฉันปวดร้าว

What will it take to show you that it's not the life it seems?  ไม่รู้จะให้เธอเห็นอะไรนอกจากที่เป็นอยู่ตอนนี้
(I'm not okay) ฉันไม่สบาย
I've told you time and time again you sing the words but don't know what it means  ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าที่เธอพร่ำมามันฟังไม่รู้เรื่อง
(I'm not okay) ฉันไม่สบาย
To be a joke and look, another line without a hook  มันตลกเฟ้ย ที่พูดมาไม่มีใจความเลย
I held you close as we both shook for the last time take a good hard look! ฟังมานานละ เราทั้งคู่ก็เสียใจสำหรับช่วงเวลาสุดท้ายที่มันยากจะทำให้เป็นช่วงเวลาที่ดีได้่!!!

I'm not okay ฉันไม่สบาย
I'm not okay ฉันไม่สบาย
I'm not okay ฉันไม่สบาย
You wear me out เธอทำฉันปวดร้าวว

Forget about the dirty looks ลืมไปเถอะว่ามันจะดูไม่ดี
The photographs your boyfriend took กับรูปแฟนใหม่เธอ
You said you read me like a book, but the pages all are torn and frayed เธอบอกฉันว่าคบฉันเหมือนอ่านหนังสือที่ทุกหน้ามีแต่ความเศร้าและเก่าไปแล้ว

I'm okay ตูโอเคย์ยยยยยย
I'm okay! ตูโอเคย์ยยยยยย
I'm okay, now ตูโอเคย์ยยยยยย แล้ว (ดีมะ)
(I'm okay, now)  ตูโอเคย์ยยยยยย แล้วววว

But you really need to listen to me แต่เธอต้องการจะฟังอีกรอบ
Because I'm telling you the truth ฉะนั้น ฉันเลยจะพูดความจริงที่เธออยากฟัง
I mean this, I'm okay! มันหมายถึง ตูโอวเคย์!!! ห๊า
(Trust Me) เชื่อดิ

I'm not okay ตูไม่โอเคย์ยยย
I'm not okay ตูไม่โอเคย์ยยย
Well, I'm not okay ก็มันไม่โอเคย์ยยย(ว้อยยย)
I'm not o-fucking-kay ตูโคตรจะไม่โอเคย์
I'm not okay ตูไม่โอเคย์ยยย
I'm not okay ตูไม่โอเคย์ยยย
(Okay) ว้อยยยย



เพลงอกหักสไตล์วัยรุ่น มันส์ๆ กร๊าก ฮาดี ถ้าเพลงบ้านเราก็คงคล้ายๆเพลง สบายดี ของพี่ป้าง
<a href="http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V2CFFDB0PA0&amp;Autoplay=0" target="_blank">http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V2CFFDB0PA0&amp;Autoplay=0</a>
ภาคดนตรีมีส่วนผสมระหว่างพั้งค์ร็อคกับฮาร์ดร็อคเก่าๆมานิดนึง ชอบตอนโซโล่เจ๋งดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ม.ค. 2009, 09:24 น. โดย อู๋ดูอู๋ดูอู๋ดูอู๋ดู » บันทึกการเข้า

+อู๋ ชอบเพลงนี้เหมือนกัน  เกย์ออก

---------------------------------------------------------
เพลงนี้เป็นเพลงโปรดตั้งแต่สมัย ม.3
ฟังครั้งแรกรู้สึกว่ามันเหงา เหงาซะจนอึดอัดตาม
ในวันที่โลกทั้งโลกมีเราอยู่คนเดียว อยู่กับที่เดิมๆ
ในวันที่เราเหมือนจะพูดคุยได้แต่กับแผ่นหิน ท้องฟ้า และสายลม
และพวกเค้าก็เหมือนจะเข้าใจเรา แต่เพียงผู้เดียว
ในวันที่เราต้องร้องให้ อยู่คนเดียว
----------------------------------------------------------
Under The Bridge - Red Hot Chili Peppers
-----------------------------------------------------------
Sometimes I feel
Like I dont have a partner
Sometimes I feel
Like my only friend
Is the city I live in
The city of angel
Lonely as I am
Together we cry


บางครั้งฉันเหมือน
ที่จะต้องอยู่เดียวดาย
บางครั้งฉันคล้าย
จะมีเพื่อนแก้เหงา
เป็นตัวเมืองที่ฉัน อาศัยอยู่
เมืองแห่งผู้สูงส่ง
เมื่อยามฉันเหงาเปลี่ยว
เราร่ำให้ไปด้วยกัน

I drive on her streets
cause shes my companion
I walk through her hills
cause she knows who I am
She sees my good deeds
And she kisses me windy
I never worry
Now that is a lie


ฉันโลดแล่นตามเส้นทางของเธอ
เพราะเหมือนเธออยู่เคียงข้าง
ฉันเดินผ่านความยากลำบากของเธอ
เพราะเหมือนเธอจะรู้จักฉันดีพอ
เธอเห็นหลายสิ่งดีๆในตัวฉัน
และโอ้โลมฉันด้วยสายลม
ฉันไม่เคยต้องห่วงพะวง
และนั่นคือ เรื่องลวงตา...

I dont ever want to feel
Like I did that day
Take me to the place I love
Take me all the way


ฉันไม่อยากที่จะรู้สึก
เหมือนดั่งวันนั้นอีกแล้ว
พาฉันไปสู่ที่ที่ฉันรักที
พาฉันไปตลอดทางทีเถิด

Its hard to believe
That theres nobody out there
Its hard to believe
That Im all alone
At least I have her love
The city she loves me
Lonely as I am
Together we cry


มันยากที่จะเชื่อนะ
ว่าไม่มีใครอยู่ ข้างนอก นั่น
และมันยากที่จะเชื่อนะ
ว่า ฉัน อยุ่ตัวคนเดียวมาตลอด
อย่างน้อย ฉันก็ยังมีรักจากเธอ
เมืองใหญ่ เธอนั้นรักฉัน
เมื่อยามฉันเหงาเปลี่ยว
ที่เราร่ำให้ไปด้วยกัน

I dont ever want to feel
Like I did that day
Take me to the place I love
Take me all the way


ฉันไม่อยากที่จะรู้สึก
เหมือนดั่งวันนั้นอีกแล้ว
พาฉันไปสู่ที่ที่ฉันรักที
พาฉันไปตลอดทางทีเถิด

Under the bridge downtown
Is where I drew some blood
Under the bridge downtown
I could not get enough
Under the bridge downtown
Forgot about my love
Under the bridge downtown
I gave my life away


ที่ ใต้สะพาน กลางเมือง..
ที่ซึ่ง ฉันต้องหลั่งเลือด
ที่ ใต้สะพาน กลางเมือง..
(ที่ซึ่ง) เติมเต็มฉันไม่ได้พอ
ที่ ใต้สะพาน กลางเมือง
(ที่ซึ่ง) ฉันหลงลืมความรักไปแล้ว
ที่ ใต้สะพาน กลางเมือง..
(ที่ซึ่ง) ฉันทิ้งชีวิตไปแล้ว
------------------------------------
Is where I drew some blood -  ถ้าจำไม่ผิด นี่เป็นแสลง
ถ้าแปลตามตัวจะหมายถึง เราต้องสูบเลือดออกมา แต่ถ้าเป็นในเพลง จะหมายถึงการฉีดเฮโรอีนเข้าเส้น
สมัยนั้นยาบ้ายังไม่ระบาด ผงขาวหาง่ายและคุ้นเคยกว่า หนึ่งในสมาชิกในวงก็ตายด้วยการฉีดยาเข้าเส้นเกินขนาด
สุดท้าย ก็เสพยาตาย ใต้สะพาน...
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 [16] 17 18 19 20 21 22 23 ... 43
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!