หน้า: 1 ... 15 16 17 18 19 20 21 [22] 23 24 25 26 27 28 29 ... 43
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ถอดเพลง  (อ่าน 439703 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
หัดสิจ๊ะพ่อคุณ
พี่ว่าพี่เก่งภาษาอังกฤษขึ้นจากการแปลเพลงนี่แหละ
แล้วการรู้เนื้อนี่มันทำให้การฟังเพลงสนุกขึ้นด้วยนะกันย์
ยิ่งถ้าได้รู้ประวัติของเพลง ที่มาที่ไป ทำไมมันมีสิ่งนี้เกิดขึ้น เพลงที่เราชอบมันจะยิ่งเพราะมากนะเฮ้ย

เริ่มจากเพลงง่ายๆ ที่เราพอรู้ความหมาย หรือ ศัพท์
หรือที่มีคนแปลไว้แล้ว เอามาแล้วเปิดดิกเช็ก แล้วเกลาเป็นภาษาเราเองสิกัน


พี่เก้อเค้ารอช่วยสอนภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชอยู่แล้ว  เกย์ออก
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
กรั๊บ เกย์ออก
บันทึกการเข้า

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~


ก็ลุงๆ เอาร๊อคมา สาวกลิงกินผักไม่กล้าเลย  เศร้า
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ภาษาอังกฤษของผมพัฒนาจาก

1.หนัง  20%
   ช่วงที่น้ากำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศซื้อDVD มาเยอะมากแล้วก็มานั่งดู ด้วยความอยากดูเลยต้องนั่งอ่านไปด้วย บางเรื่องแกเล่นเปิดซัพอังกฤษ แต่ยังดีที่ยังหยุดบางฉากแล้วแปลให้ฟัง

2. การ์ตูน 10%
  อ่านสปอย + animeบางเรื่องที่โหลดมามันไม่ทำซัพไทยแรกๆก็ดูไปหยุดไปเพื่อเปิดdic

3.เพลง 20%
  อิทธิพลมาจากน้าเหมือนกัน มักจะหาเพลงแล้วเอามาแปลให้ฟัง จำได้เพลงแรกที่สอน ตอนป.6 Hotel California ของวง Eagle จำได้เพราะเหมือนบรรยากาศในพวกหนังผีเลยเนื้อเพลง

สุดท้าย50% จากเกม
  เป็นพวกติดเกมมาก แรกๆแม่เห็นถามหาdic อยู่บ่อยๆ คิดว่าเอาไปทำอะไร สุดท้ายก็เอามานั่งแปลเกม เพราะเล่นไม่ผ่านซักที ทุกันนี้ก็ยังพยายามหาเกมภาษามาเล่นบ่อยๆอยู่

ตอนนี้ยังแปลพวกวลีกับคำเปรียบเทียบ ไม่เป็นเพราะบางคำแปลมาแล้วงงเอง

พูดถึงวง Eagle ก็นับว่าเจ๋งเหมือนกันนะครับ เพราะผมว่ามีวงที่นับได้เลยที่ร้องนำเล่นกลองด้วย  กรี๊ดดดดด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ก.พ. 2009, 10:24 น. โดย Hideric » บันทึกการเข้า

"...ถ้าสายตาเราชินกับในที่มืดแล้ว คงยากที่จะเพ่งมองโลกภายนอกได้..."






เปลี่ยนคลื่นเป็นแจ๊สเก่าๆ บ้าง




http://media.imeem.com/m/eREUKtBvPj


I Miss You Old Friend


I Miss You Old Friend,
Can I Hold You?
And Through It's Been A Long Time
Old Friend Do You Mind?

There Was So Many Things
I Wish I Had Said
I Ment To Love You
But I Hurt You Instead

I've Come Here Now
To Make Amence
Can I Sit Down Beside You
Can We Be Close Again

I Miss You Old Friend
Can I Hold You?
And Thought It's Been A Long Time
Old Friend Do You Mind?

I'm Hoping That You Will Feel
This Way To
Cause I Miss You Old Friend
I Miss You


คิดถึงเธอจัง เพื่อนรัก
ขอกอดหน่อยได้ไหม
ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
ขอกอดหน่อยได้ไหม

หลายสิ่งหลายอย่าง
ที่ทำไปตอนนั้น
เพราะฉันรักเธอ
แต่แล้วกลับทำเธอเสียใจ

วันนี้
ฉันมาแก้ตัว
ขอนั่งข้างๆ เธอ
ใกล้ชิดกันเหมือนวันวาน

ได้ไหม

คิดถึงเธอจัง เพื่อนรัก
ขอกอดหน่อยได้ไหม
ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
ขอกอดหน่อยได้ไหม

ยังหวัง
ว่าเธอคงคิดเหมือนกัน
เพราะฉันคิดถึงเธอ
คิดถึงเหลือเกิน


ตั้งแต่ได้ดู Dreamgirls ทั้งแบบภาพยนตร์และละครเวที (ทางยูทิวบ์) ชอบเพลงนี้ที่สุด

ในละครเพลงนี้ถูกถ่ายทอดโดยนักร้องในบาร์คนหนึ่งในโอกาสระลึกถึง Jimmy Early นักร้องผิวสี ที่ใช้ชีวิตหลากสีสันเหลือเกิน

ถ้าพิจารณาเฉพาะบทเพลง Old Friend อันนี้อาจหมายถึงใครก็ตามที่หายไปกับกาลเวลา แต่ยังมีความหมายกับเราอยู่

พยายามทำเป็นภาษาไทยให้ไม่น้ำเน่าแต่รู้สึกจะยังมีกลิ่นตุ่ยๆ อยู่แฮะ หมีโหด~


บันทึกการเข้า

งบน้อย
+ เก้ออีกแล้ว เจ๋ง  สุดยอดเว้ย (แจ๋ว แจ๋ว)

แปลไม่ค่อยเก่งอ่ะครับ ฮือๆ~

แบบว่าเป็นคนฟังเพลงที่ดนตรีง่ะ เศร้า

เมื่อก่อนผมก็เป็นนะ ฟังแต่เพลงฝรั่งแต่ไม่ได้แปลเลย แต่พอฟังไปเรื่อยๆ มันเหมือนกินข้าว กินแบบเร่งรีบ กินแบบไม่ดูว่ามันใส่อะไรบ้าง แต่พอเราเริ่มมองรายละเอียดดีๆ นึกถึงคนทำอาหารว่าเขาตั้งใจทำยังไง ข้าวที่กินทุกวันมันก็ดูมีคุณค่ามากขึ้นนะ

ได้ฝึกภาษา ได้รู้ถึงการใช้คำที่ต้องคิดต้องตีความออกมา(ผมชอบเพลงฝรั่งเพราะเหตุนี้ครับ มันแปลตรงๆไม่ได้ แต่เพลงไทยเดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีแล้วนะ)


เอ เพลงลิงกินผักก็ความหมายดีนะ ลองเอามาแปลดูดิ
บันทึกการเข้า

+ อุ้ยครับ เพลงเพราะดี ผมชอบ  เจ๋ง

เอเอ้ย หน้าก่อนๆ ผมยังเอา Slipknot มาแล้วเลย เอเอา ลิงกินผักมามั่งสิ
แล้วผมจะเอา ลิมป์ บิสกิต มาสู้  กร๊าก

มาวันนี้กับวงร๊อค 9 ชีวิต อยู่มาตั้งแต่ลูกสาวนักร้องนำยังไม่เกิด จนกระทั่งโตเต่งตึงเช่นปัจจุบัน  เกย์ออก

----- AEROSMITH -------

วงฮาร์ดร๊อคยืนยาวที่เล่นได้สุดมันส์ กับเพลงที่มีวิวัฒนาการได้ตัวจริง
และปรากฏตัวในหนังฮอลีวูดอยู่บ่อยๆ เช่น Wayne world  (ฮิ้ววว)  Be Cool! เป็นต้น
ไม่ก็โผล่ตามเกมส์ กีต้าฮีโร่ .. การ์ตูนซิมป์สัน

เอกลักษณ์ประจำวงคือ นักร้องปากกว้าง Steven tyler ซึ่งมีพลังเสียงสุดยอด
และลูกสาวหน้าตาพลังทำลายล้างสูงอย่าง Liv tyler ซึ่งเอามาเล่น MV ให้อยู่บ่อยๆ
Joe Perry ที่ขากีต้าร์ฮีโร่ ไม่น่าจะไม่มีใครไม่รู้จัก สุดยอดมือกีต้าร์ที่เ่ล่นได้ ปึ๊กมาก
สองหน่อที่นำแอร์โรสมิทข้ามกาลเวลามาสู่ปัจจุบัน

ผมเจอกับ แอโรสมิทครั้งแรกก็ อัลบัม Get a Grip
เจ๊ทแหมน มากๆ กับอัลบั้มนี้ มีเพลงโดนใจหลายเพลงเลย
ประกอบกับได้ดู MV หลายๆตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นมี Crazy เพลงที่เอาสาวน้อย อลิเชีย ซิลเวอร์สโตน กับ ลิฟ ไทเลอร์
ตั้งแต่ยังละอ่อน มาโชว์เนื้อหนังมังสา ยิ่งมัดผมกับวงนี้ไว้ติดหนึบเ้ลย  (ลองหาดูนะ หื่น)
ซึ่งมารู้ทีหลังว่าอัลบัมนี้ ทำการตลาดค่อนข้างมาก ได้ดาราเด็ดๆสมัยนั้นมาช่วยเล่น MV ให้หลายตัว
มีเด็กที่เล่นเป็น John o Corner ในคนเหล็ก 2 มาเล่น MV เพลง Livin' on the edge ด้วย  หมีโหด~

อัลบัมนี้จำได้ว่าซื้อเทปไว้สองม้วน เพราะม้วนแรกผมฟังจนยืด ยืดชนิดตู้เย็นก็ช่วยไม่ได้แล้ว
เลยต้องซื้อเก็บไว้อีกม้วนนึง

จากนั้น ผมก็ตามพัฒนาการมาเรื่อยๆ เพลงเค้าลึกขึ้นเรื่อยๆตามอายุ
แต่ก็มีเพลงตลาดที่ขายได้อยู่เสมอๆ แม้หลังๆจะแผ่วไปบ้าง ตามกระแสเพลงที่เปลี่ยนไป
แต่วงนี้ ก็มีสาวกที่เหนียวแน่นของตัวเองอยู่ และเพิ่มขึ้นบ้างเรื่อยๆ
ความที่วงเป็นบลูร๊อค มาก่อนงานเพลงเลยมีทำนองบลูผสมอยู่ ไม่มากก็น้อยในแต่ละอัลบัม
ซึ่งผมว่ามันเจ๋งมาก

ถ้าจะเริ่มติดตาม แนะนำให้ฟังชุด Get a grip เปิดแล้วก็ลองไล่ๆเก็บมา
ONE อัลบัมรวมที่ไม่น่าพลาดกับงานชุดเก่าๆ ที่ยังเป็น บลูฮาร์ดร๊อคจ๋าเลย
หรือถ้าจะให้เด็ด ลองหาคอนเสริทดูครับ พลังคนเฒ่า ที่ 5-60 แล้วยังโดดได้เป็นหนุ่มๆเลย  เจ๋ง

มาถึงเพลงสุดยิดประจำตัวผม ชอบมากถึงมากที่สุด

AEROSMITH - LIVING ON THE EDGE

เวอร์ชัน Japan Live ครับผม

http://www.youtube.com/watch?v=lzN0etdN7Ek&hl=th

There's somethin' wrong with the world today
I don't know what it is
Something's wrong with our eyes

โลกนี้แม่งแปลกขึ้นไปทุกวันๆ
กุก็ไม่รู้หรอก ว่ามันแปลกยังไง
คงเป็นมุมมองคนเราละมั้ง ที่มันแปลกไป


We're seeing things in a different way
And God knows it ain't His
It sure ain't no surprise

เราก็ต่างมีมุมมองของแต่ละคน
ซึ่งพระเจ้าก็รู้ ว่ามันก็ไม่เหมือนของท่าน
ก็แน่ล่ะ มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร


We're livin' on the edge
We're livin' on the edge
We're livin' on the edge
We're livin' on the edge

เรากำลังอยู่บนริมขอบเหว x 4

There's somethin' wrong with the world today
The light bulb's gettin' dim
There's meltdown in the sky

โลกนี้แม่งแปลกขึ้นไปทุกวันๆ
เหมือนแสงไฟ ที่เริ่มสลัว
เหมือนท้องฟ้า ที่เริ่มพังทลาย


If you can judge a wise man
By the color of his skin
Then mister you're a better man that I

ถ้ามึงจะวัดความสามารถคน
กันที่แค่สีผิวแล้ว
งั้น คุณครับ, มึงก็คงเจ๋งกว่ากูแน่นอน

We're livin' on the edge
You can't help yourself from fallin'
Livin' on the edge
You can't help yourself at all
Livin' on the edge
You can't stop yourself from fallin'
Livin' on the edge

เรากำลังอยู่บนริมขอบเหว
เป็นไปไม่ได้ ที่จะพยุงตัวเองไว้
ชีวิต บนริมขอบเหว
มึงช่วยตัวเองไม่ได้เลย
ชีวิต บนริมขอบเหว
เป็นไปไม่ได้ ที่จะหยุดตัวเองไว้
ชีวิต บนริมขอบเหว


Tell me what you think about your sit-u-a-tion
Complication - aggravation
Is getting to you

ตอบมาหน่อยสิว่า ชีวิตมึงเป็นยังไงบ้าง
วุ่นวายขึ้นมั๊ย - เลวร้ายขึ้นมั๊ย
เรื่องพวกนี้เข้าถึงตัวมึงรึยัง


If chicken little tells you that the sky is fallin'
Even if it wasn't would you still come crawlin'
Back again?
I bet you would my friend
Again & again & again & again & again

แล้วถ้ามีไอไก่อ่อนสักตัว มาบอกว่า ฟ้ากำลังจะถล่ม
และถึงจะไม่เป็นจริง มึงจะยังต้องคลานหลบอยู่อีกมั๊ยวะ ?
กุพนันว่ามึงจะทำอย่างนั้นว่ะเพื่อน
มึงก็จะหนีของมึง ไปเรื่อย ๆ


Tell me what you think about your sit-u-a-tion
Complication - aggravation
Is getting to you

ตอบมาหน่อยสิว่า ชีวิตมึงเป็นยังไงบ้าง
วุ่นวายขึ้นมั๊ย - เลวร้ายขึ้นมั๊ย
เรื่องพวกนี้เข้าถึงตัวมึงรึยัง


If chicken little* tells you that the sky is fallin'
Even if it was would would you still come crawlin'
Back again?
I bet you would my friend
Again & again & again & again

แล้วถ้ามีไอไก่อ่อนสักตัว มาบอกว่า ฟ้ากำลังจะถล่ม
และถึงจะไม่เป็นจริง มึงจะยังต้องคลานหลบอยู่อีกมั๊ยวะ ?
กุพนันว่ามึงจะทำอย่างนั้นว่ะเพื่อน
มึงก็จะหนีของมึง ไปเรื่อย ๆ


There's something right with the world today
And everybody knows it's wrong
But we can tell 'em no or we could let it go
But I would rather be a hanging on

หากวันนี้ มีสิ่งที่ถูกเกิดขึ้นในโลก
แต่ทุกคนเสือก คิดว่ามันผิด
มึงจะค้านเค้ามั๊ย หรือ ก็ช่างแม่งเถอะ
ถ้าเป็นกูก็คงจะต้องสู้กันสักตั้ง...


Livin' On the Edge
You can't help yourself from fallin'
Livin' On the Edge
You can't help yourself at all
Livin' On the Edge
You can't stop yourself from fallin'
Livin' On the Edge
Livin' On the Edge
Livin' On the Edge
Livin' On the Edge
Yeah, yeah, yeah, yeah, yeah, yeah, yeah

เรากำลังอยู่บนริมขอบเหว
เป็นไปไม่ได้ ที่จะพยุงตัวเองไว้
ชีวิต บนริมขอบเหว
มึงช่วยตัวเองไม่ได้เลย
ชีวิต บนริมขอบเหว
เป็นไปไม่ได้ ที่จะหยุดตัวเองไว้
ชีวิต บนริมขอบเหว x4


* Chicken little คำนี้แปลว่าคนขี้ขลาด ไอ้ไก่อ่อน อ้างอิงมาจากนิทานเด็กๆ
   ก็ไอเรื่องที่เอามาทำอนิเมชันเรื่องลูกไก่ ฟ้าถล่มนั่นแหละครับ
---------------------------------------

โลกสังคมเพี้ยนๆ ที่คนแม่งเออ ออตามๆกันไป ตื่นตกใจในสิ่งรอบข้าง
ลืมเลือนสิ่งที่อยู่ข้างใน ตัวตนของตัวเอง และ ความดีงามที่ยังไงก็เป็นความดีงามอยู่วันยังค่ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ก.พ. 2009, 11:35 น. โดย O.D.M. » บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
บทเพลงแห่งความวุ่นวายและสับสน
Papercut : Linkin Park

Why does it feel like night today?
Something in here's not right today.
Why am I so uptight today?
Paranoia's all I got left
I don't know what stressed me first
Or how the pressure was fed
But I know just what it feels like
To have a voice in the back of my head

ทำไมวันนี้โลกถึงได้ดูมืดมนอย่างนี้
มันต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับฉันแน่ๆ
ทำไมมันเครียดเหลือเกิน
หวาดระแวงกลัวทุกอย่างไปหมด
ฉันไม่รู้ว่ามีอะไรมาทำให้เครียด
และไม่รุ้ว่ามีอะไรมากดดัน
ที่ฉันรู้ก็แค่ตอนนี้ฉันรู้สึกอย่างไร
ที่มีเสียงดังก้องอยู่ในหัวของฉัน


It's like a face that I hold inside
A face that awakes when I close my eyes
A face watches every time I lie
A face that laughs every time I fall
(And watches everything)
So I know that when it's time to sink or swim
That the face inside is hearing me
Right underneath my skin

เหมือนอีกร่างหนึ่งของฉันที่ซ่อนอยู่ข้างใน
อีกร่างที่จะตื่นขึ้นมาเมื่อฉันหลับตาลง
อีกร่างที่จับตาดูทุกๆ ครั้งที่ฉันนอนลง (ตรงนี้สงสัยว่าจะ เป็นนอนหรือโกหก)
อีกร่างที่คอยซ้ำเติมเมื่อฉันล้มลง
(และคอยจับตาทุกๆ การกระทำ)
ฉันรู็้แล้วล่ะ ว่านี้คือเวลาที่จะเป็นหรือจะอยู่
อีกร่างหนึ่งที่ที่กำลังฟังฉันอยู่
ภายใต้ผิวหนังของฉันนี้เอง


It's like I'm paranoid lookin' over my back
It's like a whirlwind inside of my head
It's like I can't stop what I'm hearing within
It's like the face inside is right beneath my skin

เหมือนกับมีคนจับตาฉันอยู่จากข้างหลัง
พายุพัดทุกอย่างในหัวปนไปหมด
ไม่สามารถหยุดเสียงที่ดังในหัวไม่ได้
เหมือนมีอีกร่างหนึ่งที่อยุ่ภายในตัวฉัน



I know I've got a face in me
Points out all my mistakes to me
You've got a face on the inside too and
Your paranoia's probably worse
I don't know what set me off first but I know what I can't stand
Everybody acts like the fact of the matter is
I can't add up to what you can but

ฉันรู้แล้วล่ะ ว่ามีอีกร่างในตัวฉัน
คอยตอกย้ำซ้ำเติมทุกความผิดพลาดของฉัน
แกก็มีอีกร่างที่อยู่ในตัวแกเหมือนกัน
และแกอาจจะเป็นหนักกว่าฉันอีก
ฉันไม่รู้ว่าอะไรทำให้ฉันเป็นอย่างนี้แต่ฉันรู้ว่าอะไรที่ฉันทนไม่ได้
ฉันทนไม่ได้ที่จะถูกรวมเป้นพวกเดียวกับแก แต่..


Everybody has a face that they hold inside
A face that awakes when I close my eyes
A face watches every time they lie
A face that laughs every time they fall
(And watches everything)
So you know that when it's time to sink or swim
That the face inside is watching you too
Right inside your skin

ทุกๆ คนก็มีร่างที่ซ่อนอยู่ในตัวนั่นแหละ
ร่างที่ตื่นขึ้นมาเมือฉันหลับตา
อีกร่างที่จับตาดูทุกๆ ครั้งที่พวกแกนอนลง (ตรงนี้สงสัยว่าจะ เป็นนอนหรือโกหก)
อีกร่างที่คอยซ้ำเติมเมื่อพวกแกล้มลง
(และคอยจับตาทุกๆ การกระทำ)
แกก็ควรจะรู้แล้วล่ะ ว่านี้คือเวลาที่จะเป็นหรือจะอยู่
อีกร่างหนึ่งของแกก็กำลังแอบฟังแกอยุ่
ภายใต้ผิวหนังของแกนั่นแหละ


Chorus

The face inside is right beneath your skin (3x)
มีอีกร่างหนึ่งซ่อนอยู่ภายในตัวแกนั่นแหละ ภายในตัวแกนั่นแหละ ภายในตัวแกนั่นแหละ

The sun goes down
I feel the light betray me (Repeat until end)

ดวงอาทิตย์ก็กำลังจะลับลงไปแล้ว
แม้แต่แสงตะวันก็ยังทรยศฉัน ...


Chorus (Repeat until end)

-------------------------------------------------------------------

เพลงของ Linkin Park รุ่นแรกๆ แปลแล้วจะขัดกับจังหวะเพลงมาก
เพลงนี้ถ้าฟังในคอนเสิร์ทที่คนเยอะๆ จะกระเจิงมาก
เป็นบทเพลงที่ทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว

ปลดปล่อยอารมณ์บ้าคลั่งออกมา
เพียงเพื่อได้ระบาย
เพียงเพื่อได้พบเจอกับคนที่มีอีกร่างซ่อนอยุ่เหมือนกัน

เดาเอาว่าเป็นเพลงที่แต่งให้คนติดยา อารมณ์มันได้เลย กร๊าก

ฟังเพลงได้ที่นี้ครับ
http://linkinpark.com/
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
มาๆ มาแปลกัน

ลิงกินผักกูก็ฟัง ปั๊ดโธ่
แอโร่สมิธ นี่ก็ชอบ
ดรีมเกิลด์ ก็ดู อุ้ยชอบแจ๊สใช่ไหม เดี๋ยวเจอกัน  เกย์ออก

ชอบหมดนั่นแหละ + เกลี้ยง
อ่านแล้วแต่ยังไม่ได้นั่งละเลียดความหมาย งานเข้าอยู่

นี่ขนาดงานเข้า กร๊าก
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
papercut ชอบนะ กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า



คุ้ยเพลงไปมาเจอเพลงนี้

พึ่งรู้ว่าเป็นของ Fort minor
http://video.google.com/videoplay?docid=1414747251708876747&ei=OjKJSbC5EpOIwgP28dCIAw&q=fort+minor&hl=th



แล้วจะกลับมาแปล
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
อู้ย เพลงนี้ดูเอ็มวีแบบเต็มๆแล้วเพลงเพราะขึ้น 70% กร๊าก
บันทึกการเข้า

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~
เพลงนี้ชอบมาก..

รอคำแปลนะคะ ..  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า



 เกย์ออก เพราะมาก

เดี๋ยวมาแปล  เกย์ออก
บันทึกการเข้า

ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข
แอโรสมิธ ผมก็ฟังนะครับ
เริ่มฟังก็อัลบั้มแมว 9 ชีวิต Nine Lives ที่โคตรดังนั่นล่ะ
ก่อนหน้าที่พวกเขาจะดังคับโลกอีกทีด้วยเพลงหนังอาร์มาเกดดอน
และพอตอนนั้นผมก็หมั่นไส้ในความดัง เลยเลิกฟัง กร๊าก
(ปัญญาอ่อนมาก)

พูดถึงลิงกินผัก และนูเมทัล
ก็คิดอะไรต่อได้อีกเป็นวาเลยครับ

ลิงกินผักนี่ ต้องว่าไปถึงช่วงก่อกำเนิดของคำว่าฮาร์ดคอร์-นูเมทัล
ผมว่าผมเป็นคนนึงที่ได้เป็นประจักษ์พยานของการเกิดขึ้น
ของดนตรีแนวนี้ เมื่อวงคอร์น ออกอัลบั้ม Life is Preachy คำว่าฮาร์ดคอร์
ที่มีมาก่อนหน้านั้นพักนึงแล้วล่ะ แต่ไม่เคยปรากฏในกระแสหลัก ก็เริ่มฮิต
และอัลบั้ม Follow the Leader ก็ทำให้พวกเขาครองโลกพอดี
สมาชิกใส่ทองเต็มตัว จำได้ว่าเป็นครั้งแรกๆที่ผมเข้าเวบไซต์
ผมเข้าเว็บของคอร์นนี้ล่ะ ปกและกราฟิกในเวบสวยมาก
หลังจากนั้น เขาก็ก่อตั้ง "คณะครอบครัวอันทรงคุณค่า"
หรือ Family Values คอนเสิร์ตทัวร์ มีลิมพ์ บิซกิต, วงออร์จี้ และฮิปฮอปบางส่วน
ตอนนั้น การผสมข้ามสายพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมฮิปฮอปกับเมทัลก็เกิดขึ้น
และวงลิงมังสวิรัตินั่น ยังอยู่ไหนก็ไม่รู้ ยังไม่โผล่

ที่ว่านี้ มันคือช่วงปี 2000 ที่เพลงพวกนี้มารุกราน
วัฒนธรรมร็อคแบบกรันจ์และบริตร็อคที่ครองโลกมาในยุคก่อนหน้า
และพวกเขาก็ทำสำเร็จ

ตอนปี 1 จำได้ว่าคุยกับเพื่อนตอนกำลังเรียนวิชาปั้น
(โปรดนึกภาพตามประมาณการ์ตูนอาดาจิ)
ผมอยู่บนห้องที่เปิดโล่งบนชั้นดาดฟ้าของคณะชั้น 6
ทิวทัศน์รอบๆคือวัดพระแก้วและตึกรามบ้านช่อง พระอาทิตย์กำลังจะตก
ผมกำลังปั้นหน้าซีซาร์เบี้ยวๆมือเปื้อนดินเหนียว พร้อมกับเพื่อนๆในห้อง
บทสนทนาเราพูดถึงวงอังกฤษหลายวงที่แตกวง สเวด พัลพ์
เราคุยกันถึงคอลัมนิสต์ในหนังสือ GT เหตุการณ์ต่างๆในช่วงนั้น
และการมาถึงของเหล่าฮิปฮ็อปเมทัล

และก็ลงท้ายบทสนทนาว่า เออ ยุคสมัยวัยรุ่นของเรามันจบลงแล้วจริงๆว่ะ
ผมหมายถึง เพลงที่เราฟัง วงที่มันดัง ที่เราติดตาม ยุคสมัยที่มันยิ่งใหญ่มากๆ
มันจบลงจริงๆแล้วในตอนนั้น จริงๆมันก็จบมาก่อนหน้านั้นนานแล้วเหมือนกันล่ะ
แต่ดูเหมือนเราจะไม่ยอมรับ ตอนนั้นก็ต้องยอมรับแล้วล่ะนะครับ
และก็รู้สึกติดลบกับพวกนิวเมทัลที่มาใหม่ มาแทนที่กระแสโลก
มาแทนที่สิ่งที่มีคาวมหมายกับชีวิตเรามาก เรียกว่าอคติกับวงพวกนี้ได้เลย
เพราะจะมาแทนที่ทั้งที กลับมาด้วยรสนิยมที่ห่วยกว่า

ทุกวันนี้ ใครยังได้ยินชื่อวงออร์จี้ หรือลิ้มบิซกิตอยู่ไหม
โอเค คอร์น มันมาออกอัลบั้มใหม่ และเพลงก็เจ๋งดี
แต่ช่วงเวลาของพวกเขาก็จบลงแล้วเหมือนกัน และมันสั้นมาก

ก็คงเป็นวัฏจักรที่หมุนไปไม่หยุดล่ะนะครับ
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ก็เป็นยุคทองของอินดี้ร็อคฝั่งอังกฤษอีกครั้ง
พวกเขามาในมาดใหม่ และวัฒนธรรมแบบใหม่ที่ขอบเขตกว้างขวางกว่าเดิม
เอื้อต่อการสร้างสรรค์กว่าเดิม อันนี้คงเป็นผลลัพธ์ของยุคสมัยและอินเตอร์เน็ตด้วย
ตัวละครเดิมที่ผมเคยรู้จักก็กลับมาพร้อมหน้า จาร์วิส ค็อคเคอร์ก็ออกอัลบั้มเดี่ยว
และผมยกเครดิตพัฒนาการทางดนตรีของโลกให้พวกเขา มากกว่าอย่างอื่น
โอเค เพลงฮาร์คอร์พวกนั้นมันก็เจ๋งดี ไม่ใช่ว่าผมไม่ฟังเลย หรือไม่ปลื้มเลย
ผมก็มีเทปวงคอร์นหลายอัลบั้ม เทปอัลบั้มแสดงสดทัวร์แฟมิลี่ แวลูวส์ ครั้งแรกและครั้งที่ 2
ที่แฟนพันธ์แท้ฮาร์ดคอร์-นูเมทัล ไม่น่าจะมีในครอบครอง ผมก็มี
แต่ผมประเมินแล้วว่า พวกเขาให้อะไรกับวงการดนตรีโลกน้อยมาก
และสิ่งที่แตกแขนงมาจากพวกเขา อย่างในปัจจุบันก็ อีโม สครีโม อะไรพวกนี้
ยิ่งตอกย้ำความซ้ำซากทางดนตรี

ผมว่ามันเป็นแนวดนตรีที่เป็นปลายปิด หลักการของมันคับแคบ
วัฒนธรรมของมันไม่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ (เพราะการสร้างสรรค์
มันไม่ใช่หลักใหญ่ หลักใหญ่คือความกราดเกรี้ยวและการปลดปล่อย)
อย่าง วัฒนธรรมอีโมนั่นแหละครับ ซึ่งจริงๆอีโม สำหรับในอังกฤษ
ก็คือเด็กแว้นนั่นเอง เทียบได้ดังนี้เลย

ทีนี้ ข้อหาที่ผมจะเจอคือ ปิดกั้นทางดนตรี ไม่หลากหลายหรืออะไรทำนองนี้
ได้ยินค่อนข้างบ่อย ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเดือดร้อน เพราะผมไม่เชื่อว่า
นักฟังอีโมเหล่านั้นจะร้องเพลงของศรคีรี ศรีประจวบ หรือ พี สะเดิด
หรือซาบซึ้งในจอห์ โคลเทรนได้อย่างผม กร๊าก

แปลไม่ค่อยเก่งอ่ะครับ ฮือๆ~

แบบว่าเป็นคนฟังเพลงที่ดนตรีง่ะ เศร้า


เดี๋ยวมาต่อประเด็นนี้ พิมพ์ไปพิมพ์มา ท่าจะยาวอีกแล้ว กร๊าก



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ก.พ. 2009, 14:35 น. โดย เก้อ » บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
หน้า: 1 ... 15 16 17 18 19 20 21 [22] 23 24 25 26 27 28 29 ... 43
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!