หน้า: 1 ... 21 22 23 24 25 26 27 [28] 29 30 31 32 33 34 35 ... 43
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ถอดเพลง  (อ่าน 443210 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
เหอๆ ๆ พลาดซะแล้วลุงเป็ด  ยิ้มเหี้ยมเกรียม ดันจะมาแปลเพลงเทพระดับโรงแรมแคลิฟอเนีย
หะแรกก็เคยคิดว่าไม่น่าโหดร้ายเกินไปนัก แค่ต้องตามหาสัญลักษณ์บางอย่างที่อยู่ในเพลง  หมีโหด~
แต่มันมีหลายตำราเหลือเกิ๊นนนน   โวย โวย ต่างคนต่างตีความ ทั้งเรื่องของโรงแรมผี ไปจนลัทธิบูชาซาตาน  อู้ย..
ศัพท์แต่ละคำล้วนแฝงการเล่นคำ เล่นความหมาย และ เป็นสัญญะ ถ้าจะแปลจริงๆ คงต้องใส่เชิงอรรถกันเลยทีเดียว
ดังนั้นเตรียมดิกลุงซันไว้ด้วยครับ ถ้าสงสัยคำไหนจะได้คลิกเลย เพราะแปลแบบถอด แบบสังเคราะห์เอง
ผมเลือกแปลแบบการเปรียบ "โรงแรมแคลิฟอเนีย" คือ วงการอุตสาหกรรมเพลง 70's
หรูหรา ฟุ้งเฟ้อ แต่จะดูดกลืนวิญญาณศิลปินของคุณไปจนไม่เหลือ อธิบายแค่นี้  ที่เหลือลุยโลด  โวย โวย โวย
ผิดถูกยังไง เดี๋ยวอาจารย์เก้อ อาจารย์ณตก็ตามมาเป็นเชิงอรรถให้เองแหละ  อ๊าง~

อ้อ แล้วจะแปลแบบเยิ่นเย้อเอาความด้วยนะเก้อ  เกย์ออก

Hotel California / Eagles

โรงแรมแคลิฟอเนีย โดย คณะนกอินทรีย์


On a dark desert highway, cool wind in my hair
Warm smell of colitas, rising through the air
Up ahead in the distance, I saw a shimering light
My head grew heavy and my sight grew dim,
I had to stop for the night

มุ่งไปบนถนนไฮเวย์ที่ตัดผ่านทะเลทรายอันมืดมิด สายลมเย็นพัดแทรกผ่านเส้นผม
กลิ่นหอมอุ่นอวลของดอกโคลิตัส ตลบฟุ้งไปในอากาศชวนมึนเมา
ผมมองเห็นแสงระยิบระยับอยู่ไกลๆ
ตอนนี้เริ่มหัวหนัก และ สายตาก็เริ่มหรี่ลาง
ผมคงต้องหยุดพักการเดินทางหาที่พำนักนอน


There she stood in the doorway, I heard the mission bell
And I was thinking to myself: this could be heaven or this could be hell
Then she lit up a candle and she showed me the way
There were voices down the corridor,
I thought I heard them say:

ที่นั่น เธอยืนอยู่ตรงทางเข้าประตู ผมได้ยินเสียงกริ่งเรียกพนักงาน
ขณะนั้นผมครุ่นคิดกับตัวเองว่า..นี่อาจจะป็นสวรรค์ หรืออาจเป็นนรกกันแน่
แล้วเธอก็จุดเทียน แสงสว่างทำให้ผมเห็นทางข้างใน
พลันมีเสียงดังลงมาทางเดิน
ผมว่าผมได้ยินพวกเขาพูดว่า..


Welcome to the Hotel California
Such a lovely place (such a lovely place), such a lovely face
Plenty of room at the Hotel California
Anytime of year (any time of year), you can find it here

ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมแคลิฟอเนีย
ที่นี่ช่างสวยงาม (ที่นี่ช่างสวยงาม) ผู้คนก็น่ารัก
โรงแรมแคลิฟอเนียมีห้องให้คุณเหลือเฟือ
ไม่ว่าฤดูไหน ช่วงไหนของปี (ไม่ว่าฤดูไหน ช่วงไหน) คุณก็จะหาห้องได้เสมอ


Her mind is Tiffany twisted, she got the Mercedes bends
She got a lot of pretty, pretty boys, that she calls friends
How they dance in the courtyard, sweet summer sweat
Some dance to remember, some dance to forget

จิตใจเธอช่างคดโกง แสวงหาแต่ผลประโยชน์ เธอมีของหรูหราตราเมอเซเดสที่โค้งงอ
เธอมีหนุ่มๆ หน้าตาดีมากมายห้อมล้อม ซึ่งเธอเรียกว่า “เพื่อน”
พวกเขาเริงระบำกันอยู่ที่สนาม ท่ามกลางอากาศอบอุ่นของคืนฤดูร้อนกันเหงื่อหยด
บางเพลงก็น่าจดจำ..แต่กับบางเพลงก็ถูกลืมเลือนไป


So I called up the captain, "Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"
And still those voices are calling from far away
Wake you up in the middle of the night, just to hear them say:

ผมจึงเรียกหัวหน้าบริกร “ช่วยเอาเหล้าไวน์ให้ผมที” เขาตอบว่า..
“เหล้า หรือจิตวิญญาณล่ะที่คุณอยากได้ แต่มันก็หมดไปจากที่นี่ตั้งแต่ปี 1969 แล้วล่ะ”
และเสียงเหล่านั้นยังคงเรียกมาแต่ไกล
ปลุกคุณให้ผวาขึ้นมากลางดึก เพียงเพื่อได้ยินพวกเขาตอกย้ำว่า


"Welcome to the Hotel California
Such a lovely place (such a lovely place), such a lovely face
They livin' it up at the Hotel California
What a nice surprise (what a nice surprise), bring your alibis"

ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมแคลิฟอเนีย
ที่นี่ช่างสวยงาม (ที่นี่ช่างสวยงาม ) ผู้คนก็น่ารัก
พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างหรูหราที่โรงแรมแคลิฟอเนีย
คงแปลกใจมากสินะ (คงแปลกใจมากสินะ) คุณเองก็เตรียมหาข้ออ้างที่ต้องอยู่ที่นี่ต่อเถอะ


Mirrors on the ceiling, the pink champagne on ice, and she said
"We are all just prisoners here, of our own device"
And in the master's chambers, they gathered for the feast
They stab it with their steely knives but they just can't kill the beast

ในห้องเพดานกระจกหรูหรา กับแก้วใส่เชมเปญสีชมพูเย็นฉ่ำ เธอพูดว่า
"พวกเราทุกคนต่างถูกจองจำไว้ที่นี่..ด้วยสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง"
และ ในห้องประชุมใหญ่ พวกเขามาร่วมงานฉลองอันบ้าคลั่ง
พวกเขาจ้วงแทงด้วยมีดที่ดีที่สุดแล้ว แต่พวกเขาก็ยังฆ่าเจ้าสัตว์ร้ายที่ครอบงำพวกเขาไว้ไม่ได้อยู่ดี


Last thing I remember, I was running for the door
I had to find the passage back to the place I was before
"Relax," said the night man, "We are programmed to receive
You can check out any time you like, but you can never leave"

สิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้คือผมวิ่งหาประตูทางออก
ผมต้องหาทางกลับไปสู่สิ่งที่ผมเคยเป็นเมื่อก่อน
"ใจเย็นไว้" บุรุษสนธยากล่าว "เราถูกป้อนคำสั่งเอาไว้ให้ได้แต่ต้องยอมรับ
ว่าคุณสามารถเดินออกไปได้ทุกเมื่อนั่นแหละ แต่คุณไม่มีวันหนีไปได้พ้นหรอก"  ยิ้มเหี้ยมเกรียม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มี.ค. 2009, 14:10 น. โดย ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด » บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
แปะลุงไว้ก่อน เด่วมาแจม งานกำลังเข้าเยอะ
แต่มีหลายจุดจะแจมด้วย  หมีโหด~
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
ขอเบิ้ลนะแจ๊ะ  หมีโหด~

อันนี้ขอส่งเสียงแว่วๆหน่อยนะลุง
บางอันลุงแปลแล้วผมรู้สึกแปลกๆ  ไหว้

Then she lit up a candle and she showed me the way
There were voices down the corridor,
I thought I heard them say:

น่าจะเป็น

จากนั้นเธอก็จุดเทียน แล้วออกเดินนำทางผมไป
ตลอดที่เดินไปตามระเบียง แว่วเสียงลอยดังมา
เหมือนพวกเข้าจะพูดว่า
...

How they dance in the courtyard, sweet summer sweat
Some dance to remember, some dance to forget

ดูที่พวกเ้ขาเต้นรำกันในสวน เหงื่อโทรมกาย
บ้างก็เต้นเพื่อที่จะให้จดจำ, บ้างก็เต้น เพื่อที่จะให้ลืม


"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"

Spirit ตัวนี้ น่าจะหมายถึงไวน์ครับ  เพราะมันแปลว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ได้เหมือนกัน
เราไม่มีไวน์ตัวนี้ ตั้งแต่ปี 1969 แล้ว...

You can check out any time you like, but you can never leave"
คุณจะเช็คเอาท์เมื่อไหร่ก็ได้นะ , แต่คุณจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก

เพลงนี้ หลายคนตีความไปต่างๆนาๆ
บ้างก็ว่า เขียนเสียดสีวงการเพลง เสียดสีวงการดนตรี
แต่จำได้ว่า สมัยก่อนดู บันเทิงคดี ของพี่ซัน มาโนชย์ พุฒตาล
แกก็ว่า อย่าไปคิดอะไรมาก แค่นักร้องไปเจอผี เลยมาแต่งเพลงนี้ แค่นั้นแหละ  กร๊าก
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
ไอ้ "spirit" นี่ มันแปลได้ว่าเหล้า และ จิตวิญญาณ นั่นแหละ
เข้าใจว่าเขาเล่นคำ เลยแปลมันทั้งสองคำลงไปเลย  กร๊าก

จริงๆ ถ้าเอาข้อมูลอันนึงที่เจอมามาอ้างอิง และชอบมากจนเชื่อว่าหมายความว่าอย่างนี้จริงๆ  กร๊าก
คือ อีเกิ้ล จะเสียดสีวงการเพลงช่วง 70 แล้ว 1969 คือปีที่เกิด คอนเสิร์ตวู้ดสต๊อกซึ่งเป็นจิตวิญญาณของร้อค
ซึ่งหลังจากนั้น วู้ดสต๊อกก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ อีก คือมีการจัดแต่ไม่มีจิตวิญญาณอย่างนั้นอีกแล้ว
อเมริกันกลายเป็นบริโภคนิยมไปหมดทุกอย่าง แม้แต่เพลง..

So I called up the captain, "Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"

ผมจึงเรียกหัวหน้าบริกร “ช่วยเอาเหล้าไวน์ให้ผมที” เขาตอบว่า..
“เหล้า หรือจิตวิญญาณล่ะที่คุณอยากได้ แต่มันก็หมดไปจากที่นี่ตั้งแต่ปี 1969 แล้วล่ะ”


ส่วน.."Some dance to remember, some dance to forget" นั้นตูตีความว่า
ถ้าคนในโฮเต็ลแคลิฟอเนียคือคนที่ขายจิตวิญญาณให้แก่อุตสาหกรรมเพลงไปแล้ว
"dance" คือ การ "perform" ของพวกเขา ซึ่งงานที่ออกมานั้นก็มีทั้งที่มีคุณภาพ และ ห่วยแตก
เลยแปลว่า "บางเพลงก็น่าจดจำ..แต่กับบางเพลงก็ถูกลืมเลือนไป"

แล้ว "You can check out any time you like, but you can never leave"
อืมมม น่าแปลใหม่เหมือนกัน

รอหลายๆ ความเห็นก่อนดีกว่า จริงๆ แปลไว้อีกแบบด้วย ไปไกลกว่านี้อีก  กร๊าก กร๊าก
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
โอ้ว ขอบคุณมากๆครับ
กรี๊ดดดดด

ว่าแต่ ไอ้เมอเซเดสเบ๊นซ์​นั่นหมายถึงรถเบ๊นซ์ ไม่ใช่เหรอครับ
Benz น่ะครับ
บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R
เนื้อจริงๆ เข้าเขียน bends น่ะครับ ให้มันล้อกับ twisted ข้างหน้า
ทิฟฟานี่ ก็เป็นยี่ห้อเครื่องเพชร เมอเซเดสก็เป็นยี่ห้อรถชั้นสูง

"Her mind is Tiffany twisted, she got the Mercedes bends"

ดังนี้เองครับ

เออ อ่านแล้วก็อยากแปลใหม่อีกทีแฮะ
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
โอ้ว กรี๊ดดดดด อย่างนี้นั่นเองอ้า ขอบคุณ ครับผม
(เป็นโคลงเลยนะเนี่ย)
บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R
โอ้ว เพลงนี้ชอบมากๆ  กรี๊ดดดดด

เคยแปลเพลงนี้ส่งอาจารย์ แปลแบบตามมีตามเกิด ไม่ได้รู้เลยว่าในเพลงมันมีอะไรแฝงไว้

อาจารย์ส่งคืนให้แล้วบอกว่าไปหาเพลงอื่นมาแปล เพลงนี้มันเกินความสามารถของเธอที่จะแปลและของครูที่จะตรวจ  ไอ้มืดหมี
บันทึกการเข้า

อืมมม...
อ่านๆไป ติดใจคล้ายๆที่พี่โอว่า
แต่พอฟังคำอธิบายแถของพี่ร่มแล้ว ก็เข้าใจเจตนารมย์ครับ
อย่างประโยคที่ว่า Some dance to remember, some dance to forget
จริงๆแม้แต่ในภาษาอังกฤษเอง ความหมายแบบตรงตัวก็ยังคิดได้หลายแบบ
เอาแบบตรงๆตัวเลย มันเข้าใจได้ทั้ง บางเต้นเพื่อที่จะจดจำ, บางเต้น เพื่อที่จะลืม
และได้ทั้ง บางการเต้นก็น่าจำ, บางการเต้นก็ลืมไปซะก็ได้
แต่นั่นก็ทำให้เพลงมีสเน่ห์ เพราะเพลงอมตะๆส่วนใหญ่ก็มักจะยังงี้
ให้คนคิดไปได้แล้วแต่

อีกอันก็ตรง Spirit แต่อ่านคำอธิบายก็เข้าใจ
เพราะแนวทางการถอดความพี่ร่มบอกไว้แต่แรกว่า ทำให้เข้าใจด้วย
(ถ้ารักษาต้นฉบับเป๊ะนี่ ก็คงจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง)

ตอนแรกสุด เมื่อตอนเด็กๆ ผมเข้าใจว่า เพลงนี้พูดถึง
ความโรแมนติกของแคลิฟอร์เนีย ประมาณว่ารณรงค์ท่องเที่ยวแคลิฟอร์เนียอะไรแบบนั้น
เหมือน California dreamin ของ มาม่าแอนด์ปาป้า
พอโตมาหน่อยมัธยม ฟังออกว่ามันไปเจอผี ก็งงมากถึงมากที่สุด
ว่าเพลงคลาสสิคที่คนฟังกันทั้งบ้านทั้งเมืองทั้งโลกเนี่ย
เป็นเพลงนักร้องเจอผีไปได้ยังไง มันฟังไร้สาระมาก

จน ม.ปลาย นี่มั้งมานั่งๆแปลดู ว่าทั้งหมดมันว่าอะไรมั่ง
เนื้อเรื่องก็พูดถึงนักร้องเจอผีนั่นแหละ แต่ก็เริ่มเห็นภาพมากขึ้นว่า
พวกเขาคงแทนค่ามันถึงอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับชีวิต
ตอนนั้นคิดว่ามันคงเกี่ยวกับการเดินทางของชีวิตผ่านสังคมอเมริกัน

พอผ่านไป พอได้อ่านอะไรๆเกี่ยวกับเพลงนี้มาบ้าง
บวกกับความเข้าใจเดิม ก็เข้าใจเพิ่มเติมคล้ายๆลุงร่ม
ว่ามันคงพูดถึงสังคมอเมริกัน อเมริกันดรีมที่เริ่มเน่าเฟะ วิญญานของแคลิฟอร์เนีย
ของอเมริกันที่บริสุทธิ์ มันได้ตายไปแล้ว พวกเขาจึงกลายเป็นผีวนเวียนอยู่อย่างนั้น
หนีไปไหนไม่ได้ แคลิฟอร์เนียคือทุกความหมายของอเมริกันดรีม
โรงแรมที่นั่น จึงแทนโลกใบนั้นไว้ทั้งหมด ผีที่นั่น จึงเป็นผู้คนที่เวียนว่าย
ค้นหามั่วซั่วกันอยู่ในเมืองแห่งนั้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นชีวิตที่มีอิสระ เช็คเอาท์ตอนไหนก็ได้
You can check out any time you like, but you can never leave
แต่จริงๆแล้ว ทุกคนก็ติดกับทางวิญญานเดียวกันหมดเลย ไม่มีทางหลุดไปจริงๆ

ส่วนคำที่ไขกุญแกเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาน ที่หายไปจากแคลิฟอร์เนีย
ก็เหมือนที่พี่ร่มอธิบายไว้ชัด So I called up the captain,
"Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"


จนสุดท้าย ปัจจุบันนี้ ก็กลับไปเข้าใจความหมายเหมือนเมื่อตอนแรก
ว่านักร้องไปเจอผี ก็เลยเอามาเล่าให้พี่ป๋องฟัง แค่นั้นแหละ กร๊าก

บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM

ตูชอบ California Dreamin นะ
มีแผ่นเสียงชุดนี้ของ มาม่าแอนด์ปาป้าด้วย  กรี๊ดดดดด


แต่สงสัยว่า ตรงไหนที่ทำให้คิดว่านักร้องไปเจอผีเหรอ  งง
บันทึกการเข้า
ก็อีตรงวิ่งหนีกันป่าราบตอนท้ายนี่ไงครับ กร๊าก
(เป็นเพลงไทย อาจมีลงตุ่ม)
บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
ยังไม่เข้าใจอยู่ดีแฮะ 

ตอนท้ายบอกว่า

If I didn't tell her I could leave today
California dreamin' on such a winter day
on such a winter day, on such a winter day

ตูแปลความประมาณว่า
นี่ถ้าไม่ได้สัญญงสัญญากับเธอไว้
(เหมือนประมาณว่า นัดใครไว้แถวนี้)
ฉันคงไปแล้วล่ะ

ฝันถึงฤดูร้อนในคาลิฟอร์เนีย
ในวันที่โคตรหนาวๆ


แต่เพลง Hotel California ที่ลุงร่มแปลนี่แหละ
ตูว่านักร้องเจอผีหลอกในโรงแรมของแท้แน่นอน  หมีโหด~

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 มี.ค. 2009, 03:05 น. โดย iamnot » บันทึกการเข้า
คนละเพล๊ง โวย

ประเด็นตอนนี้คือ โฮเต็ลแคลิฟอร์เนียนะครับ
อัน แคลิฟอร์เนียดรีม ผมอาจจะเขียนงงเอง
พอดีอยากยกตัวอย่างประกอบว่า ตอนเด็กๆคิดว่าโฮเต็ล
มันเป็นเพลงเนื้อหาใสๆ ชวนมาแคลิฟอร์เนีย แบบแคลิฟอร์เนียดรีม

เรื่องก็เป็นเช่นนี้แล (เหงื่อแตกพลั่ก)
แบบนี้พี่ณตต้องแปล แคลิฟอร์เนียดรีม ทั้งเพลงแล้วล่ะครับ
ไหนๆก็ไหนๆ กร๊าก
บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
เอ้า ตูอ่านหนังสือไม่แตกเอง  กร๊าก
เพราะนึกว่าพูดถึง  California Dreamin' ด้วย

ไหนๆ ก็ไหนๆ (อันนี้ไม่เป็นกลอนนะ
เพราะรู้สึกว่าเคยแปลเพลงนี้เป็นกลอนบาทสั้นๆ อยู่
แต่ไม่รู้ไปเก็บไว้ไหนแล้ว )

California Dreamin' - The Mamas & The Papas

All the leaves are brown and the sky is grey,
I've been for a walk, on a winter's day
I'd be safe and warm  If I was in L. A.
California dreaming on such a winter's day

เดินผ่านความหนาว ในวันที่ฟ้าหมองมัว
รอบตัวมีแต่ความหดหู่และใบไม้แห้งที่ร่วงหล่น
น่าจะดีกว่านี้ ถ้าอยู่ที่ L.A.
ฝันกลางวันถึงคาลิฟอร์เนียหน้าร้อนในวันหนาว

Stopped into a church I passed along the way
Well, I got down on my knees and I pretend to pray
You know the preacher lights the coal
He knows I'm gonna stay
California dreaming on such a winter's day
หนีหนาวเข้าไปในโบสถ์
ที่ไม่เคยได้เหยียบย่างมาแสนนาน
แสร้งคุกเข่าภาวนา

ไม่อยากเชื่อ คุณพ่อจุดเตาผิงให้ด้วยเว้ยเฮ้ย
เขาคงรู้แหละว่าตูคงไปไหนไม่รอด
(ซึ่งในความจริง คงไม่มีที่ไป)
ฝันกลางวันถึงคาลิฟอร์เนียหน้าร้อนในวันหนาว

All the leaves are brown and the sky is grey
I've been for a walk on a winter's day
If I didn't tell her I could leave today
California dreaming on such a winter's day
On such a winter's day
On such a winter's day
California dreaming...

วันหนาว ที่ฟ้าหมองมัว
ออกมาเดินเล่น รอบตัวมีแต่ความหดหู่และใบไม้แห้งที่ร่วงหล่น
ถ้าตูไม่ได้บอกกับเธอไว้ว่าจะมา ตูกลับ แอลเอไปแล้ว

ฝันกลางวันถึงคาลิฟอร์เนียหน้าร้อนในวันหนาว
ในวันที่โคตรหนาว
ในวันที่โคตรหนาว
หนาวโว้ยยยยยย

....................

ตูว่าคนที่เคยออกมาเดินเล่น
ในช่วงต้นหน้าหนาวเหมือนในเพลงนี้คงเข้าใจ
(ที่รู้ว่าเป็นต้นหน้าหนาว เพราะในเพลงพูดถึงใบไม้ที่ร่วงเป็นสีน้ำตาล)
เพราะมันจะเดินอยู่ได้แป๊บเดียวเท่านั้น
ก็ต้องหาที่อุ่นๆ ซุก เพื่อหลบหนาว
แล้วบรรยากาศในฤดูต้นหนาวนี่ แม่งหดหู่ที่สุดแล้ว  อี๋~
(เข้าใจว่าเพลงนี้พูดถึงนิวยอร์คในหน้าหนาว)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 มี.ค. 2009, 20:34 น. โดย iamnot » บันทึกการเข้า
จัดให้ทันที กร๊าก
จะว่าไป ตำนานเกี่ยวกับเพลงนี้เห็นเขาว่ามีเยอะ
เคยอ่านเมื่อนานนนนมากมาแล้ว ประมาณว่า
เป็นเพลงที่เป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มสาวในยุคนั้น
ต่างหลั่งไหลมาตามหาความฝันกันที่แคลิฟอร์เนีย
พูดง่ายๆว่า เป็นเพลงที่มีส่วนในการก่อตัวของยุคบุพผาชนที่ยิ่งใหญ่ต่อมา
(จำได้เท่านี้) เหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาวเหล่านั้น ออกมาค้นหาแสงแดด
ที่อ่อนโยนของแคลิฟอร์เนีย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากท่อนที่ว่า

หนาวโว้ยยยย  นี่แหละ กร๊าก
บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
หน้า: 1 ... 21 22 23 24 25 26 27 [28] 29 30 31 32 33 34 35 ... 43
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!