หน้า: 1 ... 31 32 33 34 35 36 37 [38] 39 40 41 42 43
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ถอดเพลง  (อ่าน 446070 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
วงเมทัลสมัยใหม่นี้ฟังเอาดนตรีกับความมันส์ล้วนๆ เนื้อหาถ้าแปลได้ก็อินกับเพลงหน่อย
แต่น้อยเพลงที่จะเจ๋งถึงขั้นขึ้นหิ้งอะ
บันทึกการเข้า

ส่วนใหญ่ก็จะฟังเอาดนตรีก่อน  เพลงไหนดนตรีมันโดนก็จะมาหาเนื้อถอดเพลงอีกที

ถ้าว่าถึงเนื้อหาเพลงยุคเก่ายุคใหม่  ผมว่ามันก็เปลี่ยนไปตามยุคนั่นแหล่ะ  ไม่ต่างกับเพลงไทย
บันทึกการเข้า

ที่ไม่ฟัง Rock สมัยใหม่ เหตุผลง่ายๆ แก่แล้ว  หมีโหด~
ฟังแล้วเหนื่อย  กร๊าก กร๊าก

ตอนนี้ฟัง Jazz  อ๊าง~
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
เมทั่ลสมัยใหม่ๆ หาได้ยากซึ่งความสุนทรีย์อย่างที่ "เพลง" ควรจะมีครับ ผมคิดว่านะ
เอะอะก็จะโชว์ฝีมืออย่างเดียวเลย
บันทึกการเข้า

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~
เทปม้วนแรกที่ซื้อเองในชีวิต ตอน ม.1 คืออัลบั้ม โหลด ของเมทัลลิก้า
และก็สะสมจนครบทั้งอัลบั้มถัดๆมาและอัลบั้มก่อนหน้า
อัลบั้มนึงที่ชอบมากทำเป็นม้วนเทปคู่ มีกล่องเทปคู่ที่สวยมากจนผมแทบไม่กล้าแกะ
แต่จะพูดว่าเป็นแฟนเพลง หรือว่าชื่นชอบเมทัลก็คงไม่ได้มั้ง
อย่างที่ทราบ เรียกว่ายืนอยู่คนละฝั่งกับเมทัลจะเหมาะกว่า

แต่ในวัยนั้น ในช่วงเวลาหนึ่ง เสียงคำรามของกีตาร์และสปีดกลองพวกนั้น
ก็พาผมไปไหนต่อไหนได้เหมือนกัน ทำให้ต่อยอดไป จากแทรช
ไปสปีด เมทัล ไป เดธ(และเหล่าวงสวีดิชเดธทั้งหลาย) ไปแบล็กเมทัล
(และนอร์วีเจียนแบล็คทั้งหลาย) จนดูม โกธิค เมื่อก่อนมันมีค่ายนึงโรคจิตมาก
ชอบนำเข้าลิขสิทธิ์เทปพวกนี้ ชื่อค่าย VMP หน้าปกเทปไหนมีตรานี้ ผมก็ซื้อเลย
และถ้าไม่มี เราก็หาฟังวงแปลกๆอื่นๆได้จากเทปผีตราพีค็อคและอื่นๆ
ที่เปลี่ยนม้วนคืนเขาได้ ถ้าไม่ชอบ

พอตอนนี้ นึกไม่ออกเหมือนกันนะครับว่า สุนทรีย์ของเพลงพวกนั้นมันอยู่ตรงไหน
เหมือนกะว่าวัยนึง มันอยากขบถมั้ง มันอยากต่อต้านเพลงของแรพเตอร์ ปุ๊คกี้ บาซู
เลยต้องหาอะไรที่มันสุดอีกฝั่ง ระบบความคิดมันก็คิดเอาว่า ใครที่ทำเพลงได้แรงเท่าไร
ยิ่งแปลว่ามันไม่สนตลาดมากเท่านั้น แสดงว่ามันยิ่งเป็นศิลปินมากเท่านั้น
เพลงมันจึงดีมากด้วยตรรกะแบบนี้

(และช่วงเวลานี้เอง ที่เหล่าวงร็อคอังกฤษ
และนิตยสารเจนเนอร์เรชั่น เทอเรอริสต์ก็เข้ามากอบกู้ชีวิตเอาไว้ กร๊าก)

ยังไงก็ตาม สักเดือนที่แล้ว ผมเห็นมิวสิควิดีโอเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของเมทัลลิก้า
ก็ทำให้หยุดทำงานแล้วตั้งใจดูมันได้เหมือนกัน แล้วอัลบั้มนี้ก็เหมือนชุบชีวิตพวกเขาอีกหน
ก็แอบดีใจด้วย แล้วบางทีทีมีคนเปิดเพลงฮิตๆของพวกเขาผ่านหู(อย่าง Sad but true ทำนองนี้นี่แหละ)
เหมือนจะไม่ได้สนใจ แต่ก็เผลอร้องตามได้จนจบจนตัวเองก็แปลกใจ กร๊าก


บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
ผมว่าเมทัลส่วนใหญ่ถอดยากน่ะครับ

เนื้อหามันชอบหลุดจินตนาการบ้าง ปรัชญาเทพบ้าง ฯลฯ

สำหรับผม ฟังเพลินๆให้เพราะฟังได้ แต่ฟังให้เข้าใจฟังยากครับ 

แล้วยิ่งเมทัลไทยนี่... มันก็เพลงรักซะทุกเพลงอยู่ดี กร๊าก




Galneryus - Alsatia

(มาจากเรื่องนี้)

Mnemosyne Textless Opening (HD)


Alsatia (Galneryus)

We'll find the path of Alsatia
We'll lose if we don't fight now


...เราจักหาหนทางสู่ Alstia
ในยามนี้หากไม่สู้ย่อมปราชัย...

No one can play in the sculpture garden
Petrified faces are watching in the dark
Assimilate yourself in this mystical world
That's all you have to do


หากผู้ใด รุกล้ำสวน มวลศิลา
เหล่าใบหน้า ปราศอารมณ์ คงข่มจ้อง
จงแฝงกาย สู่ความมืด มิอาจมอง
เพื่อเที่ยวท่อง แดนลี้ลับ กับรัตติกาล

Day after day, you got tragic situation
Night after night, you tried to break the wall
Fortune is calling you in this mystical world
You'll find a way


วันคืนผ่าน ถูกจำนอง จองจำขัง
กำแพงบัง เพียรพ่าย ทำลายผ่าน
จงฟังเสียง ดวงชะตา เรียกขับขาน
เพื่อฝ่าด่าน ผ่านสู่ แดนในเงา

Cloud in the mists of time
You must take aim and play your game
Emotional neglect is the price that you must pay to your desire


ดั่งควันทึบ กลางม่านหมอก แห่งคืนวัน
จงมุ่งมั่น เดินทาง ตามตั้งเป้า
แม้ต้องเมิน เผชิญอารมณ์ ที่รุมเร้า
ยังยอมเข้า สละสิ้น เพื่อทางทอด

It's Alsatia
You just believe in the lie
to forget the awful truth
You know the disturbance never ends


สู่ดินแดน โลกใหม่ ที่เสาะหา
ยอมความเท็จ บังตา ให้มืดบอด
ยอมเพื่อหวัง ทุกข์ที่มี ให้ลืมรอด
รู้ไม่ปลอด ตลอดกาล ก็จำยอม

There is no reason to take this process
Resentment will change into sweet desire
You'll run for your life in this mystical world
Beware of the night


ทุกกระบวน ล้วนไร้ ในตรรกะ
แม้โทสะ ที่ขื่นขม กลับกลมกล่อม
ู่สู่ปลายทาง ชั่วชีวิต อุทิศยอม
ความมืดล้อม ราตรีลง จงระวัง

Crawl in the mists of time
You must face the wall of the hate
Eternal vigilance is the price that you must pay to your desire


มวลหมู่มาร คลานบุก รุกประชิด
แผงกายชิด ในคลื่นกาล ที่โถมถั่ง
จงเผชิญ ต่อกำแพง แห่งความชัง
จงอย่าพลั้ง ระวังภัย ไปชั่วกาล

It's Alsatia
You just go against the law, fall into delusion
You know the disturbance never ends


แดนอมตะ โลกใหม่ ที่เสาะหา
ก้าวข้ามกฏ กาลเวลา ที่เปลี่ยนผ่าน
จมลึกลง หลงลุ่ม จินตนาการ
แม้ทุกข์ผ่าน เข้ารุกเร้า นิจนิรันดร์





...ถอดได้ทุลักทุเลเป็นที่สุด ฮือๆ~

ผมตีความว่า Alsatia คือดินแดนอมตะ (เพราะเนื้อเรื่องมันเป็นแบบนั้น)
เมื่อเข้าสู่ความอมตะ ก็ต้องมีความทุกข์จากการพลัดพราก การสูญเสีย ฯลฯ
แล้วถ้ายิ่งมีศัตรูที่เป็นอมตะ (แบบในเนื้อเรื่อง) ยิ่งแย่เข้าไปอีก
สรุปคือ ชีวิตอมตะที่หลายคนอยากได้ ไม่ใช่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบครับ
น้องดำ
บันทึกการเข้า

นี่คือลายเซ็นของคุณ   นี่คือคำแนะนำตัวของคุณ <<< ชื่อ ณ และเป็นผู้ชายนะครับ - -"
ชอบที่พี่เก้อเขียน  เจ๋ง
บันทึกการเข้า

ดีคับ   ผมถอดเพลงไม่เป็นคับ  เมนๆๆๆเฉยๆ
บันทึกการเข้า
"Wake Me Up When September Ends"
GREEN DAY
--------------------------------------------------------------------------

http://media.imeem.com/m/i8VwpZWe2R/aus=false/

Summer has come and passed
The innocent can never last
wake me up when September ends

หน้าร้อนหวนมา แล้วก็ผ่านไป
ใครจะไปไร้เดียงสา กันได้ตลอด
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


like my father's come to pass
seven years has gone so fast
wake me up when September ends

ดั่งพ่อของฉัน ที่เกิดมาเพื่อจากไกล
เป็น 7 ปี ที่ผ่านไปไวนัก
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


here comes the rain again
falling from the stars
drenched in my pain again
becoming who we are

หยาดฝนเริ่มหวนมาแล้ว
ตกไหลลงมาจากฟากฟ้า
หล่อเลี้ยงความเจ็บปวดขึ้นอีกครา
ให้สมกับว่า เราเป็นใคร


as my memory rests
but never forgets what I lost
wake me up when September ends

ในขณะที่ความทรงจำยังคงหยุดนิ่ง
แต่ก็ไม่เคยลืม ว่าเคยสูญเสียอะไรไป
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


summer has come and passed
the innocent can never last
wake me up when September ends

หน้าร้อนหวนมา แล้วก็ผ่านไป
ใครจะไปไร้เดียงสา กันได้ตลอด
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


ring out the bells again
like we did when spring began
wake me up when September ends

ลั่นระฆังบอกกันอีกครั้ง
เหมือนที่เราทำกัน ต้นฤดูใบไม้ผลิ
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


here comes the rain again
falling from the stars
drenched in my pain again
becoming who we are

หยาดฝนเริ่มหวนมาแล้ว
ตกไหลลงมาจากฟากฟ้า
หล่อเลี้ยงความเจ็บปวดขึ้นอีกครา
ให้สมกับว่า เราเป็นใคร


as my memory rests
but never forgets what I lost
wake me up when September ends

ในขณะที่ความทรงจำยังคงหยุดนิ่ง
แต่ก็ไม่เคยลืม ว่าเคยสูญเสียอะไรไป
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


Summer has come and passed
The innocent can never last
wake me up when September ends

หน้าร้อนหวนมา แล้วก็ผ่านไป
ใครจะไปไร้เดียงสา กันได้ตลอด
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


like my father's come to pass
twenty years has gone so fast
wake me up when September ends

ดั่งพ่อของฉัน ที่เกิดมาเพื่อจากไกล
เป็น 20 ปี ที่ผ่านไปไวนัก
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


wake me up when September ends
wake me up when September ends

ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง


--------------------------------------------------
เป็นเพลงประจำ ของเดือนกันยายน สำหรับตัวผม
ผมมักจะชอบฟังบ่อยๆ ในวันที่มีความรู้สึกเหมือนจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป
คนเราเกิดมา เพื่อที่จะจากลา ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อต้องมีดับ

บิลลี่ โจ เขียนเพลงนี้ขึ้นเพื่อระลึกถึงพ่อของเขา
ที่เสียไป ในเดือนกันยา ปีอะไรจำไม่ได้แล้ว
เค้าว่า เค้ายังรู้สึกแย่ เมื่อถึงเดือนกันยายน ในทุกๆปี
ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากหลับให้มันผ่านพ้นไป จะได้ไม่ต้องทรมานกับความรู้สึกนี้

แต่บางครั้ง ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ ก็มักจะทำให้เราเจ็บปวด
แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ความเป็นปวดลวงนี้ก็มักจะหลอกหลอนอยู่เสมอๆ
ซึ่งถ้าคนเราหลับลืมผ่านช่วงเวลาตรงนี้ไปได้ ก็คงจะดี ที่จะได้เจ็บปวดน้อยลง

แต่ก็นั่นแหละ คนเราจะหนีตัวเองไปทำไม สู้ๆมันไปให้จบเลยดีกว่า
จะได้เป็นปีสุดท้าย ที่ต้องเสียน้ำตากับความรู้สึกหลอนอันนี้

โปรดปลุกผมที เมื่อกันยา มันหมดลง....
--------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 ก.ย. 2009, 11:05 น. โดย O.D.M. » บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
เฮ้ยย...เกินไปแล้วโอ  โวย

พี่นั่งแปลเมื่อวานกะว่าจะอยู่ในเรื่องสั้นเรื่องใหม่อยู่เลย  กร๊าก กร๊าก
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
September ends  ฮือๆ~

ชีวิตหนักหน่วงเริ่มอีกแล้วสินะ  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า
 ฮือๆ~ September ends...เปิดเทอมพอดีเลยครับ
บันทึกการเข้า

นี่คือลายเซ็นของคุณ   นี่คือคำแนะนำตัวของคุณ <<< ชื่อ ณ และเป็นผู้ชายนะครับ - -"
กันยา ด้วยคับ ฮือๆ~


ขอแปลเพลงนี้ แปลไม่ยากหรอก แต่เนื้อหามันแบบว่า โวย โวย


-------------------------------------------
Never again
Killswitch Engage


I want you to suffer as I have suffered
This is a war of attrition And life won't sleep
ฉันอยากให้เธอทุกข์ทน เหมือนที่ฉันเป็นน
นี้คือสงครามแห่งการทำลายและชีวิตจะไม่ได้อยู่เป็นสุข


Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
You will never be forgiven
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
และเธอจะไม่ได้รับการยกโทษ!!


Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
I hope you suffer, as I have suffered
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
ฉันอยากให้เธอทุกข์ทน เหมือนที่ฉันเป็นน


You are dead to me, and time won't heal what you've done
You have made your grave now make your peace
เธอมันตายไปแล้วสำหรับฉัน และเวลาไม่ช่วยให้สิ่งเธอทำมันหายไป
เธอที่เคยทำเลวไว้ วันนี้จะมาทำดี!!



Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
You will never be forgiven
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
และเธอจะไม่ได้รับการยกโทษ!!


Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
I hope you suffer, as I have suffered
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
ฉันอยากให้เธอทุกข์ทน เหมือนที่ฉันเป็นน


Never again will I be betrayed
Never again will you crush me
ไม่มีอีกแล้วที่ฉันจะโดนหลอก
ไม่มีอีกแล้วที่เธอจะทำร้ายฉัน


Unforgiven
Unforgiven
ไม่มีการอภัย ไม่มีให้อภัย
Remember these words remember my face
Suffer as I have suffered
จำคำนี้ไว้ จำหน้ากูไว้
จงทุกข์ทนเหมือนที่กูทุกข์ทนนน โวย




Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
You will never be forgiven
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
และเธอจะไม่ได้รับการยกโทษ!!


Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
I hope you suffer, as I have suffered
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
ฉันอยากให้เธอทุกข์ทน เหมือนที่ฉันเป็นน


This is what you deserve
นี้คือสิ่งที่มึงสมควรได้รับ!!!  โวย


-------------------------------------------------------------
http://auzypand5.multiply.com/music/item/280/never_again_-_Killswitch_Engage
เป็นเพลงแห่งการอาฆาตสุดยอด  กร๊าก ต้องฟังเพลงไปด้วย จะได้อารมณ์สุดๆ ฮ่าๆ  โวย โวย


ปล. ไม่เกี่ยวกับเรื่องจิงนะคับ ไม่ได้อาฆาตขนาดนั้น กร๊าก
บันทึกการเข้า

นึกหน้าสุดยอดโอตากุตอนนั้นแล้ว....โถ่ อู๋  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
แหม่ กันยาสูญสิ้นกันหมด  กร๊าก

ขอย้อนกลับไปนิดนึง ว่าจะเขียนนานแล้วแต่ยุ่งๆอยู่ เลยลืมไปเลย

สมัยเริ่มต้น ร๊อคพีเรียด ของผม มีเมทัลลิกา เป็นหนึ่งหัวหอกในยุคนั้น ร่วมกับวงอีกหลายๆวง
ผมเริ่มฟังจาก มาสเตอร์ ออฟ พัพเพ็ท จนมาแบล๊คอัลบัม ซึ่งแค่นี้ ทำให้ผมตกเป็นสาวกทันที
เริ่มแรก ผมได้เทปมาฟังจาก เพื่อนที่มีพี่ชายเป็นนักดนตรี จนต้องไปไล่ซื้อเทปด้วยตัวเอง มาสะสมไว้
แบตเตอรี่ สะกดจิตผมให้รักวงนี้เต็มตัวไปเรียบร้อยตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว และผมก็ไม่เคยผิดหวังเลย
จนมาช่วงหนึ่ง สมัยอัลบัม โหลด และ รีโหลด ที่โดนโจมตีว่าห่วย ผมก็ยังคงอุดหนุน แล้วชอบไม่เปลี่ยนแปลง
อัลบั้ม S&M ผมซื้อซีดีแผ่นคู่จากเมืองนอก เพราะสมัยนั้น ยังทำ พาร์ทไทม์อยู่ เทโร เลยซื้อได้ถูกหน่อย ปัจจุบันก็เก็บไว้อย่างดี
อัลบั้มใหม่ ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปสมัยได้ฟัง มาสเตอร์ออฟ พัพเพ็ท ในครั้งแรก
เมทัลลิกาแบบดั้งเดิม กลับมาแล้ว....

การชอบเพลงร๊อคของผม ก็คงเหมือนกับเหตุผลของเก้อหรือของคนอื่นๆ
ตอนนั้น ผมอยาก ขบถ ขบถต่อทุกอย่างรอบๆตัว อยากก้าวร้าว
อยากดุดัน อยากเท่ อยากแข็งแกร่ง และร๊อคก็เสมือนว่า จะตอบโจทย์นั้นให้ผมได้...
สมัยนั้น ผมแสวงหา หนทางแห่งร๊อคในทุกๆแบบ ชนิดที่ขึ้นสุดลงสุด
ผมชอบบลูร๊อค เซาธ์เทิร์น กีต้าร์ฮีโร่ นีโอคลาสิก กรันจ์ สแกนดิเนเวียน โกธิค ดาร์ค แทรช ดีพ เดธ ซาตานนิค
ไปจนถึง บริทร๊อค ป๊อปร๊อค ฮาร์ดคอร์ อิเลคโทรนิก หรือแม้แต่ ร๊อค n โรล ผมก็เอาหมด
ป้่าแฝดเจยู ณ พันทิพสมัยนั้นจะคุ้นเคยกันเป็นพิเศษ เพราะผมชอบไปฟังป้าแกสาธยายถึงความเจ๋งของวงใหม่ๆอยู๋เสมอ
และสุดท้าย ก็ซื้อติดมือมาไม่ได้ขาด  ร๊อคอยู่ในสายเลือดไปแล้ว..

เหมือนที่เก้อว่า ตอนนั้นฟัง ก็อาจไม่ได้รู้ว่า สุนทรีย์ของมันอยู๋ที่ไหน
อันไหนดิบ อันไหนดุดัน อันไหนริฟเจ๋ง นั้นก็สุดๆแล้ว และนั่นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ
สำหรับวัยรุ่นพลังเหลือเฟือ ที่แค่ต้องการเผาผลาญมันออกไป ให้สะใจสุดหูรูด

และแล้วเวลาก็ผ่านไป...
ผมว่า ประสบการณ์ ทำให้คนเราฟังเพลงละเอียดขึ้น
ร๊อคเลยกลายเป็นสิ่งรุงรังสำหรับหลายๆคน จนถึงขั้นเลิกคบกันไป
เพื่อนผมหลายคน ที่เคยร๊อคด้วยกัน เดี๋ยวนี้ก็ฟังเพลงสบายๆ บอกชีวิตก็หนักเกินไปแล้ว หนวกหู
ผมเองถึงแม้จะฟังเพลงหมดทุกแนว ตั้งแต่ลูกทุ่งยันคลาสสิค
แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมก็ยังคงโหยหาเพลงร๊อคอยู่เสมอๆ
ทุกวันนี้ ก็ยังฟังคอร์น แพนเทอรา แมทัลลิกาอยู่ สลิปน๊อท อยู่ไม่ได้ขาด
และก็คงฟังมันต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่ผมฟังอะไรไม่ได้ยินแล้วนั่นแหละ

ยืมคำเก้อหน่อยว่า I Rock Therefore I am,

ต่อด้วยอีกคำหนึ่ง ซึ่งผมชอบมากตอนอ่านเจอในเรื่องสั้น "ร๊อคโทเปีย"

Are you happy with your Rock&Roll now? ซึ่งผมคงตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า Yes I am
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
หน้า: 1 ... 31 32 33 34 35 36 37 [38] 39 40 41 42 43
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!