หน้า: 1 ... 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16 17 18 19 20 21 22 ... 27
 
ผู้เขียน หัวข้อ: UFOววว...ใครเชื่อบ้าง?  (อ่าน 110397 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
พี่ K บอกว่าต้องหาข่าวจากหนังสือพวกนี้แหละ  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า
ผมก็ว่ายูเอ็ฟโอมีจริงนะครับ
อวกาศมานใหญ่แถมก็มีหลายกาแลคซี่
ก็ต้องมีสิ่งมีชีวิตอยู่หลายประเภทแน่ๆ
แต่วิทยาการของเขาจะช่วยให้มาถึงโลกหรือป่าว
ก็ไม่รู้
แต่ตอนนี้หลักฐานมานเยอะจนทำให้หมด
ความเชื่อถือแล้วล่ะครับ!!!
บันทึกการเข้า

B U N ~ N U B
ข่าวล่าสุดครับ

วงแตก!นักบินอพอลโล 14 ระบุมนุษย์ต่างดาวมีจริง

ตะลึง!อดีตนักบินอวกาศ'อพอลโล 14'แฉมนุษยต่างดาวมีจริง ระบุเคยติดต่อกับมนุษย์มาแล้วหลายครั้ง แต่รัฐบาลสหรัฐพากันปกปิดกลบเกลื่อน ระบุมีเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมทำลายมนุษย์ได้ทันที ด้านนาซารีบโต้ บอกไม่เคยรู้เรื่อง'สิ่งมีชีวิตนอกพิภพ'

หนังสือพิมพ์'เดลี่ เมล์'รายงานเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ว่า ดร.เอดการ์ มิทเชลล์ อดีตนักบินอวกาศประจำ Aplollo 14 ที่เคยเป็นหนึ่งใน 8 มนุษย์อวกาศสหรัฐที่เหยียบบนดวงจันทร์ และเคยสร้างประวัติศาสตร์ย่ำดวงจันทร์นานที่สุดเป็นเวลา 9 ชม. 17 นาที ร่วมกับผู้บัญชาการจรวดอพอลโล 14 จากภารกิจเมื่อปี 1971

กล่าวทางสถานีวิทยุแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เขารู้ว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริง และเคยมาเยือนโลกมนุษย์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งถูกนาซาปกปิดตลอด โดยเขามีสิทธิพิเศษพอที่จะรู้เรื่องเหล่านี้ ซึ่งถูกรัฐบาลสหรัฐปกปิดมาตลอด 60 ปีที่ผ่านมา

ดร.เอดการ์กล่าวด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวตัวจริงมีลักษณะคล้ายที่มนุษย์เคยจินตนาการไว้ คือ โครงหน้าเล็ก ดวงตาใหญ่ และหัวใหญ่ และมีเทคโนโลยีชั้นสูงเหนือกว่ามนุษย์มาก และสามารถทำลายมนุษย์ชาติได้ทันที หากมนุษย์คิดเป็นศัตรูกับพวกเขา

และว่าเหตุการณ์พบมนุษย์ต่างดาวที่เมืองรอสเวลล์ ที่รัฐนิวเม็กซิโก ในอดีตที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องจริง และบางทีพวกเขาอาจจะเยือนไปเยี่ยมสถานที่อื่น ๆ ด้วย

ด้านองค์การบริหารการบินอวกาศหรือนาซา ได้รีบออกมาปฎิเสธคำอ้างของดร.เอดการ์ ระบุว่าดร.เอดการ์ เป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ แต่นาซาไม่เคยเกี่ยวข้องใด ๆ กับการปกปิดเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวบนโลกหรือในสถานที่ใด ๆ ในจักรวาล

มติชนออนไลน์

ดร.เอดการ์ มิทเชลล์


ผมว่าalienมีจริงนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 ก.ค. 2008, 05:28 น. โดย Loucipher » บันทึกการเข้า

อสูรศาสตรา พลังแห่งพสุธา ฟ้าร่วมลงทัณฑ์
เชื่อนะครับว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นใน อวกาศอันกว้างใหญ่

แต่ไม่ค่อยเชื่อว่าจะเป็น เอเลี่ยน
อย่างที่คนในอเมริกา นับแสนๆคนบอกว่าเคยเจอ และเคยถูกลักพาตัวครับผม

 เหลือบ
บันทึกการเข้า

You Want Me To Believe?, Then Sworn Through Swords...
น่าสนุก
เพราะขนาด น่าซ่า ต้องแถลงปฏิเสธนี่ไม่ธรรมดา

โอ้ว...
ความฝันของมวลมนุษย์
บันทึกการเข้า

ความฝันของอรชุมา  หยี
บันทึกการเข้า
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000087427

ของ ผจก มาแล้ว
แต่อ้างแหล่งข่าวจาก เดอะซัน  เศร้า
บันทึกการเข้า

แอบอ้าง
เซิร์น/ไซน์เดลี/เดอะรีจิสเตอร์ - ในที่สุด การติดตั้งเครื่องมือชิ้นสุดท้ายซึ่งเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ยักษ์ของ "เซิร์น" ก็ลุล่วงไปแล้ว จากนี้ไปคือการทดสอบการทำงานของเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่ชายแดน สวิส-ฝรั่งเศสว่าทำงานเรียบร้อยดีหรือไม่ ก่อนเดินเครื่องไขปริศนาเข้าใกล้ "ทฤษฎีสรรพสิ่ง" กลางปีนี้
       
       อุปกรณ์ที่เรียกว่า "กังหันเล็ก" (small wheel) ซึ่งไม่เล็กดั่งชื่อนั้นเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายของเครื่องตรวจจับอนุภาคของ กลุ่ม "แอตลาส" (ATLAS) ที่เกิดจากความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรกว่า 2,100 คนจาก 167 องค์กรใน 37 ประเทศนั้นได้ถูกลำเลียงสู่อุโมงค์ใต้ดินที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันเป็นห้องปฏิบัติการทางด้านฟิสิกส์อนุภาคขนาดใหญ่ของ "เซิร์น" (CERN) หรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้าน นิวเคลียร์ (European Center for Nuclear Research) เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
       
       เครื่องตรวจจับอนุภาคของกลุ่มแอตลาสนี้เป็นเครื่องตรวจจับอนุภาคขนาด ใหญ่ที่สุดในโลก โดยวัดเป็นความยาวได้ 46 เมตร สูงและกว้าง 25 เมตร มีน้ำหนัก 7,000 ตันและเต้มไปด้วยเซนเซอร์กว่า 100 ล้านตัว ซึ่งอุปกรณ์ เหล่านั้นมีหน้าที่ในการตรวจวัดอนุภาคที่คาดว่าเป็น "มิวออน" (muon) ซึ่งเกิดจากการชนกันของอนุภาคโปรตอนในเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่แอลเอชซี (Large Hadron Collider: LHC)
       
       ทั้งนี้ ชิ้นส่วนแรกของแอตลาสสำหรับการทดลองเริ่มติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2546 จากนั้นก็มีอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดอีกมากมายถูกลำเลียงลงใต้ดินที่อยู่ลึกลงไป 100 เมตร
       
       " นับเป็นวันที่น่าตื่นเต้นสำหรับเรา กระบวนการติดตั้งได้เดินมาบทสรุปแล้วและเราก็กำลังใส่เกียร์เพื่อเริ่มต้น โครงการใหม่สำหรับการวิจัยฟิสิกส์" มาร์ซิโอ เนสซี (Marzio Nessi) ผู้ประสานงานทางเทคนิคของกลุ่มแอตลาสกล่าว
       
       แอตลาสมีกังหันเล็กอยู่ 2 ตัวซึ่งเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องตรวจวัดอนุภาคอื่นๆ โดยทั้งสองเครื่องนั้นต่างมีความเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 9.3 เมตรและหนักถึง 100 ตันเมื่อรวมกับวัสดุซึ่งใช้เป็นฉนวนที่มีมวลมากด้วย และยังมีเครื่องตรวจจับที่มีความไวสูงเพื่อจำแนกโมเมนตัมของอนุภาคที่จะเกิด ขึ้นจากเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีด้วย
       
       รวมพื้นที่ทั้งหมดสำหรับระบบตรวจวัดสเปกตรัมของมิวออนนั้นเท่ากับ สนามฟุตบอล 3 แห่งและรวม 1.2 ล้านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ขึ้นต่อกันด้วย เมื่ออนุภาคผ่านสนามแม่เหล็กที่สร้างขึ้นจากแม่เหล็กที่เป็นตัวนำยิ่งยวด แล้ว อุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ จะสามารถติดตามอนุภาคได้อย่างแม่นยำถึงระดับความกว้างเท่าเส้นผมเลยทีเดียว
       
       "เครื่องตรวจวัดที่แตกหักง่ายนี้ประกอบขึ้นเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยก่อสร้างเพื่อฟิสิกส์พลังงานสูง" เกออร์ก ไมเกนเบิร์ก (George Mikenberg) หัวหน้าโครงการตรวจจับมิวออนของแอตลาสกล่าว
       
       ด้านอารีลลา แคททาอิ (Ariella Cattai) หัวหน้าทีมกังหันเล็กกล่าวว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการลำเลียงกังหันเล็กลงสู่ใต้ดินด้วยรูปแบบการ เคลื่อนที่แบบซิกแซกไปตามเส้นทาง และการจัดเรียงเครื่องตรวจวัดในระยะห่างระดับมิลลิเมตรจากเครื่องตรวจวัด อื่นๆ ที่ติดตั้งเรียบร้อยแล้วภายในอุโมงค์
       
       ทั้งนี้ทีมพัฒนาเครื่องตรวจวัดสเปกตรัมมิวออนซึ่งประกอบด้วยนัก ฟิสิกส์กว่า 450 คนจาก 48 องค์กรนั้นใช้เวลามากกว่าทศวรรษเพื่อการพัฒนาเครื่องมือตั้งแต่วางแผนไปจน ถึงก่อสร้างเครื่องมือสำหรับระบบที่ซับซ้อน หลังการติดตั้งชิ้นส่วนสุดท้ายแล้ว อีกหลายสัปดาห์หลังจากนี้ก็คือการทดสอบเครื่องไม้เครื่องมือ และการทดลองจริงจะเริ่มขึ้นในฤดูร้อนภายในปีนี้ของโลกในเขตอบอุ่นนั้นคือ ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป
       
       การทดลองเดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีจะนำนักฟิสิกส์ไปสู่การก้าว กระโดดครั้งใหญ่ที่เริ่มต้นด้วยคำอธิบายเรื่องแรงโน้มถ่วงของนิวตัน โดยแรงโน้มถ่วงนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่งเนื่องจากเป็นแรงที่กระทำต่อมวล แต่จนถึงทุกวันนี้วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมอนุภาคจึงมีมวล อย่างที่เป็น ซึ่งเชื่อว่าการทดลองของเซิร์นนั้นจะให้คำตอบได้
       
       ไม่เพียงเท่านั้นการเดินเครื่องแอลเอชซียังจะพิสูจน์สสารมืดและ พลังงานมืดที่ลึกลับของเอกภพด้วย ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์จะได้สืบเสาะหาความจริงถึงเหตุผลในสิทธิพิเศษของ ธรรมชาติที่ให้สสารมีเหนือกว่าปฏิสสาร และพิสูจน์สสารขณะที่มีอยู่ใกล้เคียงกับการเริ่มต้นของเวลา รวมทั้งมองหามิติพิเศษของกาล-อวกาศ (space-time)
       
       "เรา เชื่อว่ามิวออนเป็นสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ที่น่าสนใจ หากมีเหตุการ์ณที่สัมพัทธ์กับมิวออนอย่างเพียงพอ นั่นหมายถึงศาสตร์แห่งฟิสิกส์อนุภาคพลังงานสูงได้ก้าวข้ามประตูสู่ยุคแห่ง ความเข้าใจใหม่ และเป็นไปได้ว่าอาจจะเข้าใกล้ "ทฤษฎีสรรพสิ่ง" (Theory of everything) ที่ยังคงคลุมเครือ" คำกล่าวของ เจมส์ เบนซิงเกอร์ (James Bensinger) นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยบรานเดส (Brandeis University) ในสหรัฐฯ
       
       อย่างไรก็ดีย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่ผ่านมา แม่เหล็กซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเครื่องเครื่องเร่งอนุภาคโปรตอนนั้นเกิด เสียหายระหว่างการทดสอบที่เป็นภารกิจประจำ ซึ่งเป็นความเสียหายที่ใกล้ระดับ "เกือบหายนะ" ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินเครื่องตามกำหนด.
ที่มา _http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000027178

คือว่า เขากำลังจะ สร้าง หลุมดำ กันน่ะครับ
วันที่ 10 กันยา ที่จะถึงนี้

เห็นว่า เทคโนโลยี่ล้ำยุค กับ UFO มันก็เรื่องเดียวกัน

มีคนฟ้องร้องให้หยุดการทดลองด้วยนะ
เห็นว่า หลุมดำ ที่ควบคุมไม่ได้ จะดูดโลกหายไป หรือไม่ก็เกิดอณุภาคแปลกปลอมใหม่ ทำให้ธรรมชาติบนโลกแหกกระจุย

อีก 5 วัน
อาจจะไม่เกิดไรขึ้นเลย หรือ เป็นไปตามคาด หรือ จบเห่ ได้ทั้งนั้น


คิดกันยังไงครับ
หรือเรื่องนี้ไกลตัว?
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ
CERN ไม่ได้มุ่งวิจัยเรื่องหลุมดำนี่ครับ  งง เพียงแต่ว่าหลุมดำอาจจะเป็นผลพลอยได้ให้ได้วิจัย
บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
แอบอ้าง
...~~~~~~ฯลฯ
นักวิทยาศาสตร์กำลังจะสร้างหลุมดำขึ้นเป็นครั้งแรกในเร็วๆนี้ มันมีขนาดเล็กมากๆๆ แบบว่า มันจะสลายตัวภายในเสี้ยววินาที จึงไม่ต้องกลัวว่ามันจะทำลายโลกของเรา ประโยชน์ที่ได้จากมันจะมหาศาลมาก ทั้งพลังงานควอนตัม ปฏิสสาร เพราะหลุมดำเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลนี้แม้ขนาดแสงยังหนีจาก มันไม่ได้เลย....

ตัดมาจาก _http://board.palungjit.com/showthread.php?t=147508

อ่านตรงนี้แล้ว คิดเอาว่า คงจะเกิดได้
อย่างว่าอะครับ ทึ่งดี

มีอณุภาค เทวา+ตรอน ด้วย เทพจริงๆ  กร๊าก

เว็บหลัก CERN
_http://public.web.cern.ch/Public/Welcome.html

ดูรูปประกอบแล้วนึกถึง Crop circle ดีจัง (ยิ่งไอ้รูปที่เขาแปลว่า ไฮเปอร์สเปส นะ ใช่เลย เหมือนๆ)
แต่ดูๆไป

///เวรกรรม กดเร็วไป

...แต่ดูๆไป
ถ้า นักวิทยาศาสตร์ถึงทางตัน ทฤษฏีมีช่องโหว่ หรือ ยังไม่ทราบ เรื่องเล็กสุด ก็ส่งผลกับเรื่องใหญ่สุดนะ(มั้ง)
แต่อาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ คือ ผิดพลาดเดินเครื่องแล้วไม่มีอะไรเลยได้แต่แสงแว่บๆ  ฮิ้ววว
เพราะเท่าที่อ่านจับความได้คือ นักวิทยาศาสตร์ "มั่วๆ" +"ลองดู" เหมือนตาบอดคลำช้างแหละ คนเรา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ก.ย. 2008, 18:21 น. โดย แน็ก (T^T) » บันทึกการเข้า

ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ
 งง อ่านแล้วงงครับ
ตรงไหนที่บอกว่านักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นกำลังตาบอดคลำช้าง หรือกำลังมั่วๆอยู่
บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
 มึนตึ้บ ก็มันเป็นทฤษฏี ที่ไม่เคยทำการทดลองมาก่อนทั้งนั้นไม่ใช่เหรอฮับหมอ
บวกกับผมเชื่อว่า เอดิสัน กว่าจะ ประดิษต์หลอดไฟ หรือ ทดลองระบบไฟฟ้าสำเร็จ ก็ปาไปหลายหน พลาดหลายที่ คลำ เอา

 ใช่ซี้~ งอน กระจู๋เสริมสร้างจินตนาการ นะอับ วิชาการอะ ชาวบ้านตาดำผมดำอย่างผมเอาอะไรไม่ได้หรอก  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ
ถ้ามันไม่มีทฤษฎีอะไรเลย แต่สร้างเครื่องขึ้นมาเล่นๆ จากนั้นก็เดินเครื่องแล้วสังเกตว่าจะเกิดอะไรขึ้น ...เรียกว่ามั่ว
ถ้ามีทฤษฎี ออกแบบสร้างเครื่องขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีนั้น ... ไม่น่าจะเรียกว่ามั่วนะครับ

บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย


เหมือนว่าไม่เกิดหลุมดำอะไรขึ้นนะครับ
NG เล่มวิทยาศาสตร์เคยเอารูปมาลงใ้ห้ดูด้วย น่าจะสองสามเล่มก่อน
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ที่มา _http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000027178

คือว่า เขากำลังจะ สร้าง หลุมดำ กันน่ะครับ
วันที่ 10 กันยา ที่จะถึงนี้

เห็นว่า เทคโนโลยี่ล้ำยุค กับ UFO มันก็เรื่องเดียวกัน

มีคนฟ้องร้องให้หยุดการทดลองด้วยนะ
เห็นว่า หลุมดำ ที่ควบคุมไม่ได้ จะดูดโลกหายไป หรือไม่ก็เกิดอณุภาคแปลกปลอมใหม่ ทำให้ธรรมชาติบนโลกแหกกระจุย

อีก 5 วัน
อาจจะไม่เกิดไรขึ้นเลย หรือ เป็นไปตามคาด หรือ จบเห่ ได้ทั้งนั้น


คิดกันยังไงครับ
หรือเรื่องนี้ไกลตัว?

หลุมดำเป็นแค่การคาดเดาว่ามีอยู่้จริงนะครับ ยังไม่เคยมีใครที่สามารถยืนยันได้ 100% ได้ว่ามีอยู่จริง

ถ้ามีอยู่จริงๆแล้วละก็ หลุมดำจะมีมากมายเกือบทุกแห่งตั้งแต่ขนาดเท่านิวเคลียส (จากทฤษฏีควอนตัม) จนมหึมาขนาดมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์นับล้านเท่าได้(จากสัมพัทธภาพทั่วไป)

ผมว่าจริงๆแล้วเค้าตามหา Tachyons กันมากกว่าครับ แต่จะหา Tachyons ได้ต้องหาอนุภาคมิวออน เมซอน ก่อน ซึ่งเหมือนว่าจะหาเจอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ(ตามทฤษฎี) ทำให้ต้องมีการทดลองว่ามีอยู่จริงหรือไม่

ป.ล. Tachyons คืออนุภาคที่เกิดจากการคาดเดาว่าอาจมีจริง ซึ่งมันทำตัวขัดกับทฤษฎีสัมพัทธภาพโดยมันเคลื่อนที่เร็วกว่าแสงได้ ทำให้สร้าง Time Machine ย้อนวลาได้ หากเข้าใจมันถ่องแท้ (ตอนนี้ Time Machine ไปอนาคตมีแนวทางทำแล้ว แต่ไม่มีเครื่องยนต์ใดที่จะเร่งความเร็วให้เข้าใกล้แสงได้->จากทฤษฎีสัมพัทธภาพที่ว่า หากดินทางด้วยความเร็วมากๆ เวลาจะยืดออก)

ป.ล.2 สิ่งที่เค้าอยากรู้ประการถัดไปคือ จะรวมแรงทางฟิสิกส์ทั้ง 4 แรงได้อย่างไร(แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน แรงนิวเคลียชนิดเข้ม) ซึ่งที่ตีกันเอามากๆคือ ควอนตัมกับ สัมพัทธภาพ เพราะเชิงโมเลกุลแล้ว ควอนตัมชนะ แต่หากเป็นเรื่องใหญ่พวก หลุมดำ ดาวเคราะห์ต่างๆ สัมพัทธภาพชนะ  ง่ะ

        ซึ่งแสดงว่ามันยังไม่ถูกต้องอย่างที่สุด ธรรมชาติต้องสมบูรณ์และเรียบง่ายเสมอ แต่นี่ขัดแย้งกันชัดๆ มันต้องใช้ทฤษฎีเดียวกันได้หมดในทุกๆกรณีสิ


ชอบจังเลยเรื่องนี้ คุยกันเยอะๆครับ

// แก้ไข

อ่านซ้ำอีกรอบ ผมก็ยังไม่เห็นว่าเค้าพูดถึงการสร้างหลุมดำเลยนี่ครับ นั่นมันแค่เครื่องเร่งอนุภาค เพื่อตามหาคู่หูอีกตัวของเมซอนเฉยๆ (ปดติมันจะมีคู่มัน   อิเลกตรอน-โพสิตรอน)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 ก.ย. 2008, 01:14 น. โดย EaRthCh!E* » บันทึกการเข้า

ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog
หน้า: 1 ... 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16 17 18 19 20 21 22 ... 27
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!