หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ศาสตร์แห่งการคิดไปเอง  (อ่าน 30631 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
หมายถึงมีจริงครับ

มีของจริง
แต่ไอ้ที่โม้เล่นๆก็มีจริงด้วยน่ะครับ

// เดี๋ยวจานเต้ยเห็นแล้วคงมาตอบเรื่องคอนเซ็ปท์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ต.ค. 2009, 00:15 น. โดย คุณภูกระดึง » บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R
อ้อ ครับ  ไหว้

ไอ้ผมก็อ่านแล้วดันไปจับใจความเอาแต่ที่ "ถ้ามันมีจริง"   น้องดำเหงื่อตก
บันทึกการเข้า
ตอบอีกข้อของจ๊อบ
ที่ว่า สถาปนิกธรรมดาๆอย่างเราๆ เอาเรื่องคอนเซ็ปท์ไปคุยกะลูกค้า
เขาสนใจไหม
สนใจครับ

ถ้ามันสมเหตุสมผลนะ คืออธิบายได้ และเหมาะกับโครงการ
ยิ่งมีแนวความคิดเบื้องต้นให้เห็น ยิ่งเข้าใจง่าย และถ้ามันเหมาะ ก็ยิ่งทำให้ทำงานง่ายเลยครับ
บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R
ต้องดอกจันตัวโตๆ ด้วยว่า ลูกค้าที่สนใจเรื่องคอนเซปต์การออกแบบ ไม่ว่าจะสาขาการออกแบบใดก็ตาม
นั่นแปลว่าเขาต้องบวกลบดูแล้วว่า เออ ไอ้คอนเซปต์ที่คนออกแบบมันคิดมาเนี่ย  เราซื้อแล้วคุ้มตังค์ด้วยนะ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
จริง concept มันก็มีหลายระดับนะ
แบบที่เข้าใจง่ายๆแล้วเอามาเป็นธีมของงานเพื่อให้แบบไม่ออกทะเล

อย่างเคยทำอินทีเรียให้ร้านเสื้อ issue เสื้อผ้าจะเป็นแนวแขก
ตอนนั้นก็นึกถึงตลาดแบบแขกๆที่มีของห้อยๆ มีลานเล็กๆในตรอกที่มีน้ำพุ
ทำแนวแขวนเสื้อเหมือนหน้าบ้านที่มีหลังคายื่นออกมา มีชั้นลอยเหมือนระเบียงบ้านไว้เก็บสต็อก
ห้องสต็อกใหญ่ก็ทำประตูให้เหมือนประตูเข้าบ้าน
ทางเข้าหลักหน้าร้านก็ลอดซุ้มแล้วถึงเห็นข้างใน
ผนังด้านหน้าก็ใช้หินทราย มาทุบให้ไซส์แรนดอม แล้วปูให้เหมือนผนังที่เรียงหิน

หรือที่กำลังทำอยู่ เป็นบ้านที่เจ้าของชอบของเก่า
ก็วาง concept การวางตัวบ้านเป็นแบบบ้านไทยภาคกลาง คือมีชานเป็นส่วนกลางเชื่อมฟังก์ชั่น
แล้วก็แยกเป็น เรือนนอน เรือนครัว เรือนนั่งเล่น มี cover way เชื่อม
แต่หน้าตาบ้านเป็นแบบภาคเหนือ เพราะหลังคามันซอฟต์กว่าภาคกลาง

concept พวกนี้ก็เกิดจากการคุยกับลูกค้าก่อนว่าเค้าชอบอะไร
เราก็ลองไปค้นๆ reference เพื่อมาวางแนวทางให้เค้าเห็นภาพ

ถ้าสมัยเรียนทำงานแล้วมี concept แค่นี้นี่โดนเพื่อนล้อตายเลย  กร๊าก
แต่แค่อี concept ง่ายๆพวกนี้แหละตอนทำ+สร้าง นี่ปวดหัวชิบ
มันไม่ได้แค่ทำแบบพรีเซ้นต์ ตัดโมเดล แล้วก็ทำ 3D แล้วก็จบ

ส่วนพวกที่มาเป็น diagram นี่คงต้องได้ลูกค้าที่เข้าใจด้วยแหละ
เพราะบ้านมันไม่ใช่แค่ล้านสองล้าน บ้านบางคนหลังละ 10 ล้าน
เป็นใครเสียตังไปตั้ง 10 ล้านมันก็ต้องอยากได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้อ่ะ
บันทึกการเข้า

ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง
ของอ.เต้ย คำตอบที่ชัดมากครับเรื่องชื่อเสียง
ทำให้ผมกระจ่างอีกแล้ว ไหว้

ส่วนที่ว่าฟอร์เวิดเม็วหัวไม้ขีด ผมพึ่งนึกออกว่า
มีของพี่โอ๋เป็นส่วนนึงด้วยนี่หน่า แต่ของพี่โอ๋สวยนะ (เกือบละ กร๊าก)

ส่วนคำถามที่ว่า ยังงี้เราก็ไม่ต้องเรียนออกแบบก็ได้นี่
แค่ลูกค้าอยากได้อะไรก็ทำตาม แล้วอิสระของการทำอาชีพนี้อยู่ที่ไหน

ถ้าขึ้นชื่อว่าอาชีพ คือการทำงานเพื่อเลี้ยงชีพตนเอง
ก็ตัดคำว่าอิสระไปได้เลยครับ มันไม่มีอยู่จริง
เราไม่จ่ายตังค์ให้ใครโดยไม่มีเหตุผล คนอื่นก็ไม่จ่ายตังค์ให้เราโดยไม่มีเหตุผลเหมือนกัน

มาพิจารณาเฉพาะอาชีพนักออกแบบ ที่บอกว่าเราถูกจำกัดโดยเงื่อนไขอื่นๆมากมาย
ไม่มีอิสระในการทำงาน มันมองได้ 2 แบบคือ
1. เราเอาชนะเงื่อนไขไม่ได้เอง เพราะเงื่อนไขเหล่านั้นคือโจทย์ที่เขารอให้นักออกแบบมาแก้
2. เราอยู่ผิดที่

เราชอบเล่นดนตรีร็อค แต่ไปเล่นที่ร้านลาบ แบบนี้ยังไงเราก็ต้องรู้สึกไม่อิสระ
ไม่ได้ทำอย่างที่ชอบ ไม่ได้ใช้ความรู้ในการตีคอร์ดโฉ่งฉ่าง ยังงี้เราบ่นไม่ได้นะครับ
เราต้องรู้ว่าร้านลาบเขาไม่ได้ต้องการเพลงร็อค และเราก็อย่าลืมว่า
ร้านที่ต้องการนักดนตรีร็อคมีไม่น้อยเหมือนกัน ปัญหาคือ เราเล่นเก่งถึงหรือเปล่ามากกว่า
ถ้าไม่ถึง ก็ทนเล่นร้านลาบเลี้ยงชีพต่อไป

ผมว่าถ้าเราเก่งพอ ประเทศเราก็มีโจทย์ดีๆให้ทำเยอะนะครับ
ก็ไม่ถึงกับทุกงานตลอดเวลาหรอก งานกะปิน้ำปลาก็คงมีบ้าง
แต่มันก็มีมากพอที่เราจะได้ใช้ความสามารถของเราอย่างเต็มที่ล่ะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ต.ค. 2009, 23:30 น. โดย เก้อ » บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
ทำไม่ได้อย่าบ่นสินะ  น้องดำ
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
ถ้าให้ดีก็ "Conceptual"

บางครั้งก็แอบใช้  คอนเซ็ป "ชั่ว"

หลายๆครั้งชอบใช้ " คอนเซ็ปมั่ว "

นานๆทีก็มี "คอนเซ็ปรั่ว"
 
น้องดำ

บันทึกการเข้า
เหลือเชื่อ เมื่อคืนเพิ่งอ่าน "คุยกับหนอน" ของวินทร์ ก็คุยเรื่องนี้พอดีเลยครับ
เป็นการตอบจดหมายเรื่องคนที่ถามแกด้วยโจทย์เดียวกะจู๋นี้แหละ
ว่าพวกศิลปินชื่อก้องโลกดังๆ เมื่อก่อนเนี่ย เขาก็รับจ้างทำกันทั้งนั้น ฯลฯ
โฮ้ย เหมือนพี่แกมาคุยในจู๋นี้เลย (เดี๋ยวขอกลับไปหาข้อความก่อน รู้สึกในลิงก์เว็บแกน่าจะยังอยู่)
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
เด็กก็ชอบถามนะครับว่า คิดไปเยอะขนาดนี้แล้วลูกค้าเค้าจะมารู้อะไรกับเรามั๊ยเนี้ยจาน
ผมก็มักจะตอบมันว่า ถ้าไม่คิดก็ไม่ต้องมาเรียนก็ได้ ไปประกอบอาชีพเลย ทำบ้านให้ลูกค้าให้ดี ไม่รั่ว ไม่บาน เราได้เงินตามสมควร เลี้ยงชีพไปวันๆ

เออก็ดีเหมือนกันนะ
ประเทศไทยจงเจริญ
แล้ววงการออกแบบจะมีไปทำไมละครับท่าน  โวย

ผมทำนิตยสารด้านการออกแบบ ก็มีโอกาสได้ผ่านตากับงานออกแบบหลายๆชิ้น ทั้งที่ส่งมาขอลงหน่อยเถอะ และเราไปขอเค้าเอามาลงหน่อยนะครับพี่
ส่วนใหญ่งานทั้ง 2 ประเภทก็จะมีคอนเซ็ปต์ (ถ้าไม่ไปคุยกะคนออกแบบก็จะไม่รู้เลย ฉะนั้นก่อนจะตัดสินว่างานไหนดี-ไม่ดี จงรู้จักกับมันก่อนนะ)

คอนเซ็ปต์ที่มาแนว...ชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากฟองน้ำที่ดูดซึมน้ำได้ดี จึงทำอาคารเรียนนี้เป็นรูปฟองน้ำ เหมือนกับการดูดซึมวิชาความรู้.....สถาปนิกภูมิใจกะคอนเซ็ปต์นี้มาก ลูกค้าหูเบาคล้อยตามง่ายหน่อยก็ซวยไป ถ้ามาแนวนี้นะ จะด่าให้เละเลย ด่าไปแล้วด้วย ลงหนังสือเลย ไปตามหาอ่านกันเอานะ คนออกแบบเจ้าของเดียวกับคนขี้ลอกงานประกวดนั่นแหละ

แต่ถ้ามาอีกแนว...สถาปนิกให้คนในชุมชนร่วมออกแบบอาคาร รูปร่างหน้าตาจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่กระบวนการมีส่วนร่วมทำให้คนในชุมชนสามัคคีกัน เออ อันนี้ชอบ สถาปนิกพอใจ และได้งานที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าด้วย

งานออกแบบ โดยรวมๆมันก็จะมีปะปนกันไป คือ
ก.ลูกค้าพอใจ
ข.ผู้ออกแบบพอใจ
ค.ถูกทุกข้อ
ง.ผิดทุกข้อ

ข้อ ก. เป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบควรคำนึงมากสุด เพราะเค้าเป็นคนจ่ายตัง และมันคือบ้านเค้า เค้าจะซื้อตะกร้าพลาสติกมาวางก็ช่างเค้า สถาปนิกจะไปบังคับให้ใช้ตะกร้าหวายไม่ได้ บ้านนะไม่ใช่โชว์รูมบริษัทออกแบบ
ข้อ ข. จงคิดเสมอว่า ได้ก็ดี ไม่ได้ตามที่คิดก็ไม่เป็นไร เป็นสถาปนิก จงอย่ามี ego มากจนเกินงาม (ยกเว้นเฮีย Gehry ไว้คนนึงละกัน เอาแต่ใจตัวเองจนได้ดี...แต่อาคารเค้าเกือบทุกหลังน้ำรั่วกระจายเลยนะครับ ลูกค้าทยอยฟ้องร้องกันอยู่)
ข้อ ค. นี่คือสุดยอดของงานออกแบบเลยละครับ แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้ถึงจุดนี้
ถ้าสุดท้ายเป็นแบบข้อ ง. ก็ไปทำอย่างอื่นไป๊

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ต.ค. 2009, 14:39 น. โดย บักเต้ย » บันทึกการเข้า
ไหว้ ขอบคุงคับคุงคู
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
ไหว้ ขอบคุงคับคุงคู
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
ป่วยไป 2 วัน มีจู๋สนุกๆแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย
ไว้จะมาแจมด้วยครับ

คอนเซปท์ ส่วนใหญ่ในการทำงานทุกครั้งจะมีไว้
ไว้ให้เกาะ อย่าให้ออกทะเล
ทั้งคนออกแบบ และคนจ่ายตัง  ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
 กรี๊ดดดดด อ่านสนุกจริงๆ

วันก่อนไปดูหนังสั้น ดูไม่รุ้เรื่องมากกกกกกกกกกก  ฮือๆ~
เพื่อนที่ไปด้วยกันบอกว่า รู้สึกว่าถ้าถ่ายมั่วๆ มาแล้วครอบคำบรรยายคอนเสปทีหลังก็ได้งานออกมาไม่ต่างกัน

ถ้าเป็นยังงั้นเค้าจะถ่อไปถ่ายบนดอยทำไมวะ  ง่ะ

แต่สงสัยจริงนะ พวกหนังแนวทดลองเนี่ย
อยากรู้เหมือนกันว่าหนังพวกนี้ัมันไม่จำเป็นต้องดูรู้เรื่องป่าว
และเขาไม่ได้อยากจะสื่อสารกับคนทั่วไปรึเปล่า:30:
บันทึกการเข้า

ยิ้มน่ารัก น้องดำ
แปะไว้หน่อย  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!