หน้า: 1 [2] 3 4 5
 
ผู้เขียน หัวข้อ: โรคซึมเศร้า (แตกหน่อ)  (อ่าน 7748 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
หว่าย ใช้บ่อยเลย อี "สู้ๆ นะ" เนี่ย ไหว้
บันทึกการเข้า

งบน้อย
หว่าย ใช้บ่อยเลย อี "สู้ๆ นะ" เนี่ย ไหว้

\ โวย
บันทึกการเข้า

There's only one "Jack Russell"
มาเสริมเรื่องจิตแพทย์ว่าได้รับผลกระทบจากกรณีต่างๆ ของคนไข้หรือไม่
เพื่อนบอกว่า ถ้าเป็นเรื่องที่ตัวเองก็มีปัญหาอยู่ จะกระทบจ้ะ หมอก็คน หวั่นไหวเจ็บปวดเหมือนกัน
สองปีแรกที่ทำงาน เพื่อนเรานี่เข้าวัดเลย วิปัสสนารัวๆ มันสับสนมาก
สรุปคนไข้เอาปัญหาไปปล่อยที่หมอ หมอก็เอาไปปล่อยที่พระอีกที พระสตรองสุด  เจ๋ง

สู้ๆ นี่ชอบพูดเหมือนกัน
ยอมรับก็ได้ว่า เวลาบอก "สู้ๆ" ส่วนมากคือ "กูไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอให้มึงโชคดีนะ บัย"

เรื่องเพื่อนนอยด์.. มีเยอะนะ แต่ไม่ถึงขั้นสุดเยียวยา
ความอดทนเราก็มีจำกัดด้วย ก็ช่วยเท่าที่ได้ ถ้าล้ำเส้นก็.. นะ .. สู้ๆ นะเพื่อน
บันทึกการเข้า

 


สู้ๆ นี่ชอบพูดเหมือนกัน
ยอมรับก็ได้ว่า เวลาบอก "สู้ๆ" ส่วนมากคือ "กูไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอให้มึงโชคดีนะ บัย"


กร๊าก ถ้าโพสแบบประโยคหลังนี่.....คนโพสคงโดนกรอกยาจริงใจของโดเรม่อนไปสองกระปุก  กร๊าก กร๊าก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 มี.ค. 2016, 09:11 น. โดย Layiji » บันทึกการเข้า

นักเขียนการ์ตูนรายปี
มาแชร์ในฐานะคนป่วย  น้องดำ

เราเป็นโรคขาดความอบอุ่น อ่ะแหละ
แบบโหยหา อยากให้คนรักคนสนใจ
ซึ่งพัฒนาไปซึมเศร้าบ้างถ้างี่เง่า
ซึ่งก็งี่เง่าเองนี่แหละ ๕๕๕๕
บางทีคนรอบข้างไม่ได้อะไรเลย
แต่เก็บมางี่เง่าเอง

ช่วงหนักหนา ก็ต้องเจอหมออาทิตย์ละครั้ง
กินยาประคองสภาพตลอด

คนป่วยแต่ละคน คนรอบข้างก็จะมีบุคลิกเฉพาะตัว
คนป่วยก็เลือกสังคมที่เหมาะกับตัวเอง
จะช่วยได้เยอะ
(อย่างเรางี้เพื่อนน้อยมาก เลือกแล้วเลือกอีก
ถึงยอมคบแบบเปิดใจไม่งั้นก็คบแบบกั๊กๆ
หรือการไปไหนมาไหนด้วย ก็เลือกแล้วเลือกอีกว่าไปด้วยกันได้จริงๆ)
คนที่อยู่รอบข้างก็ยากอ่ะนะ
การเข้าวัดวิปัสนาไม่ช่วย ดีไม่ดีฟุ้งซ่านไปกันใหญ่
เวลามีคนบอกว่าสู้ๆ ก็เถียงในใจว่ากูสู้อยู่เนี่ย
เวลามีคนบอกว่าเข้าใจ ก็เถียงในใจว่ามึงไม่เข้าใจกูหรอก
งี่เง่าเนอะ ๕๕๕

ตอนบำบัดก็เดินไปหาหมอเอง เพราะเริ่มทำร้ายตัวเองละ
กรีดแขนใช้เล็บจิก เอาจริงที่ทำเพราะไม่ได้อยากได้
แต่พอเจ็บ พอเห็นเลือดก็รู้สึกว่ามีชีวิตอยู่
เหมือนใช้ความเจ็บเป็นเครื่องยืนยันการมีชีวิต

ถามว่าบำบัดแล้วหายไม๊ ก็ไม่หายอ่ะ
แต่รู้แนวทางที่จะใช้ชีวิตให้ดีขึ้น
ปรับตัวเองให้อยู่ในสังคมแบบไม่ทำให้ตัวเองและรอบตัวลำบาก
ยังคงกินยาบ้างอะไรบ้าง
อะไรที่แลทรงแล้วมันกระตุ้นก็หลีกเสีย

ที่ไหนสบายใจก็อยู่ตรงนั้น
การไม่สนใจโลกช่วยไว้ได้หกส่วน
บันทึกการเข้า
ถามในกรณีที่อาจจะได้เจอเพื่อนที่เป็นครับ

ถ้าไม่ใช้คำว่า "สู้ ๆ" แล้ว จะใช้คำว่าอะไรดีครับ

"ไม่เป็นไรนะ นายยังมีเรา" หรือคำไหนดีครับ

 ไหว้
บันทึกการเข้า

There's only one "Jack Russell"
ก็ขึ้นอยู่ว่าจะเข้าไปยุ่งกับเค้าแค่ไหนปะวิค
คือถ้าสนิทมาก พร้อมจะล่มหัวจมท้ายกับเค้า ก็บอกเลย กูอยู่ตรงเนี้ยอะ บ่นมา ฟังอยู่ หรือไม่ก็ ปะ เจอกัน มึงมาหาไม่งั้นกูไปหา
เมื่อก่อนก็จะทรีตเพื่อนเลเวลนี้เลย หอบผ้ามานอนเลย สี่ห้าวันถ้าจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
พี่เชื่อเรื่องการเจอหน้า เวลาเพื่อนๆ มีปัญหาถ้าทำได้ คือนั่งอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าโทร. โทร. ก็ยังดีกว่าแชตคุย

ทีนี้ ผ่านเวลามาจนเป็นผู้ใหญ่ อะไรบางอย่างทำให้ความรู้สึกแบบใหม่มันเกิดขึ้น คนเรามันปัจเจกอะ
เราเคยเป็นฝ่ายงี่เง่าวิ่งไปหาเพื่อนบางคนอยู่เป็นปีๆ แล้ววันนึงเราก็เข้มแข็ง เพื่อนเหล่านั้นคือเจ้าหนี้ที่เราตามชดใช้
ทุกวันนี้เลี้ยงลูกมัน ฟังมันบ่นเรื่องงี่เง่าแบบไม่มีเงื่อนไข มันคือพันธะอย่างนึง
แต่เราก็พยายามไม่สร้างพันธะใหม่ๆ แล้ว พยายามรักษาระยะของตัวเองกับคนอื่นๆ มากขึ้น
ก็คงไม่รับแขกแบบร้องไห้มากลางดึกบ่อยๆ แล้ว ห้องกูรกด้วยอะไรด้วย
แต่ถ้าอยากบ่นบ้างอะไรบ้าง ยังมีเพื่อนๆ ที่ได้รับสิทธิพิเศษแบบนั้นอยู่ โทร.มาได้ หอบผ้ามาได้เสมอ
ในส่วนที่ดีที่สุดที่จะทำได้ คือทำตัวเองเนี่ย ให้ไม่ต้องวิ่งร้องไห้ไปหาเพื่อนอีก แบบตอนอายุ 20 ซัมติง
ปูนนี้ก็เป็นวัยที่ต้องหยอดน้ำตาเทียมเวลาต้องการล้างตาแล้ว
บันทึกการเข้า

ทุกวันนี้มีแอ้ให้ระบาย
วีนลูกค้าก็มาเล่าแอ้
วีนเครือญาติก็ว่าเล่าแอ้  กร๊าก
บันทึกการเข้า
ก็ขึ้นอยู่ว่าจะเข้าไปยุ่งกับเค้าแค่ไหนปะวิค
คือถ้าสนิทมาก พร้อมจะล่มหัวจมท้ายกับเค้า ก็บอกเลย กูอยู่ตรงเนี้ยอะ บ่นมา ฟังอยู่ หรือไม่ก็ ปะ เจอกัน มึงมาหาไม่งั้นกูไปหา
เมื่อก่อนก็จะทรีตเพื่อนเลเวลนี้เลย หอบผ้ามานอนเลย สี่ห้าวันถ้าจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
พี่เชื่อเรื่องการเจอหน้า เวลาเพื่อนๆ มีปัญหาถ้าทำได้ คือนั่งอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าโทร. โทร. ก็ยังดีกว่าแชตคุย

ทีนี้ ผ่านเวลามาจนเป็นผู้ใหญ่ อะไรบางอย่างทำให้ความรู้สึกแบบใหม่มันเกิดขึ้น คนเรามันปัจเจกอะ
เราเคยเป็นฝ่ายงี่เง่าวิ่งไปหาเพื่อนบางคนอยู่เป็นปีๆ แล้ววันนึงเราก็เข้มแข็ง เพื่อนเหล่านั้นคือเจ้าหนี้ที่เราตามชดใช้
ทุกวันนี้เลี้ยงลูกมัน ฟังมันบ่นเรื่องงี่เง่าแบบไม่มีเงื่อนไข มันคือพันธะอย่างนึง
แต่เราก็พยายามไม่สร้างพันธะใหม่ๆ แล้ว พยายามรักษาระยะของตัวเองกับคนอื่นๆ มากขึ้น
ก็คงไม่รับแขกแบบร้องไห้มากลางดึกบ่อยๆ แล้ว ห้องกูรกด้วยอะไรด้วย
แต่ถ้าอยากบ่นบ้างอะไรบ้าง ยังมีเพื่อนๆ ที่ได้รับสิทธิพิเศษแบบนั้นอยู่ โทร.มาได้ หอบผ้ามาได้เสมอ
ในส่วนที่ดีที่สุดที่จะทำได้ คือทำตัวเองเนี่ย ให้ไม่ต้องวิ่งร้องไห้ไปหาเพื่อนอีก แบบตอนอายุ 20 ซัมติง
ปูนนี้ก็เป็นวัยที่ต้องหยอดน้ำตาเทียมเวลาต้องการล้างตาแล้ว


ขอบคุณพี่แอ้ฮะ  ไหว้
บันทึกการเข้า

There's only one "Jack Russell"


ซู่ๆ นะ  หมีบิน
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ทุกวันนี้มีแอ้ให้ระบาย
วีนลูกค้าก็มาเล่าแอ้
วีนเครือญาติก็ว่าเล่าแอ้  กร๊าก

ตัวเอง สีดำสว่างนี่มันคือสีอะไรวะ
สีเปลือกหมากสุกคือสีอะไรวะ

เจอจอยบ่นบางทีก็ทำให้รู้สึกว่า เออ งานเรานี่แม่งก็เป็นเหตุเป็นผลดีอยู่แล้วนะ
อดทนทำๆ มันไป  กร๊าก
บันทึกการเข้า

นานา สู้ๆ นะ
กูฮาก๊ากเลย กร๊ากกกกก!!!
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
กระจู๋เข้มข้น ขออนุญาตแตกหน่อนะครับ ได้ความรู้ใหม่เติมชีวิตหลายอย่างเลย
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
กูฮาก๊ากเลย กร๊ากกกกก!!!

เพิ่งจะมีคนเข้าใจ ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

อืม . . .
บันทึกการเข้า

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น
หน้า: 1 [2] 3 4 5
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!