หน้า: 1 ... 13 14 15 16 17 18 19 [20] 21 22 23 24 25
 
ผู้เขียน หัวข้อ: เซ็งครับ ตั้งแต่โพสงานมา...  (อ่าน 44778 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
Name:     Noo_soda
ปั่น:    24 (N/A per day)
Position:    แมงกระจั๊ว
จิตพิสัย    1
Date Registered:    วันนี้ ตอน 22:37:57
เข้ามาล่าสุด:    วันนี้ ตอน 23:58:02

หลังจาก สมัครเป็นสาวก ขณะนี้ผ่านไปชั่วโมงครึ่ง

ปั่นไปแล้ว 24 ครั้ง  หน้าแตก เหลือบ เหลือบ เหลือบ

TT จะโพสต่อได้ไหมคะ อ่านกติกาอยู่เริ่มงง หาทางไปแต่ละทางยากจัง-*- เด๋วไปเจอฟ้อนต์ เดี๋ยวไปเจอไม่เกี่ยวกับฟอนต์ งงคะ แล้วแบบไหนถึงจะไม่ปั่นคะ
บันทึกการเข้า

ดอกบัวตองนั้นงามอยู่บนยอดดอย...ดอกเอื้องสามปอย..บ่เคยเบ่งบานบนลานพื้นดิน..


อยู่แบบสบาย ๆ คะ อย่าไปเครียด

เว็บฟอนต์ ไม่จำเป็นต้องมีแต่ฟอนต์หรอกคะ

ว่าแล้วก็มาปั่นกันเถอะ

ปล.แต่โดนสาปช่วยไม่ได้นะ
บันทึกการเข้า

♪ หากไม่ดูเป็นการรบกวน ~ ก็จะชวนเธอมารักกัน ♪
อันนี้ขึ้นอยู่กับชั่วโมงบินครับ
อยู่ได้นานก็สนุกได้นาน
บันทึกการเข้า
แบบนี้ครับไม่ปั่น
ไม่ปั่นจริงๆนะ
เอ๊ะ ไม่ปั่นไง
ไม่ปั่นครับไม่ปั่น
จริงๆนะ ไม่ได้ปั่น
ไมเชื่อถามหมีดู
 หมีโหดดดด
บันทึกการเข้า
 ยิ้มน่ารัก

(นึกในใจว่าโชคดีที่มาก่อนยุคข้าวผัดปู)
บันทึกการเข้า

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...
 :42:ปั่นมั้ย
ไมปั่นค่ะ
ปั่นมั้ย
ปั่่นค่ัะ
บันทึกการเข้า

ยิ้มน่ารัก น้องดำ
 กร๊าก กร๊าก กร๊าก







อย่างนี้ปั่น แต่ไม่โดนสาป
บันทึกการเข้า
:42:ปั่นมั้ย
ไมปั่นค่ะ
ปั่นมั้ย
ปั่่นค่ัะ

จู๋นั้นก็เมล็ดองุ่น  ส่วนจู๋นั้นก็เมล็ดองุ่นเหมือนกัน

 กร๊าก  ไม่อยากหลง  พี่ขอพาทัวร์กระจู๋หมีกินก๋วยเตี๋ยวก่อนเลย

กระจู๋นี้จะเป็นแบบสารคดี discovery พาไปดูพฤติกรรมหมีอร ณ เว็บฟ้อนต์ครับ

น้องจะได้ไม่หลงชื่นชมหมีเหมือนสมัยพี่เข้ามาใหม่ๆ  กร๊าก
บันทึกการเข้า

โล่ง
     ตำนานของสงกรานต์นี้มีปรากฎในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพน โดยย่อว่า มีบุตรของเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ ธรรมบาลกุมาร เป็นผู้ที่รู้ภาษานกแล้ว เรียนไตรเพทจบ เมื่ออายุได้เจ็ดขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆ แก่มนุษย์ทั้งปวง ซึ่งในขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งว่า เป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ สัญญาไว้ว่า ถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศีรษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย   ปัญหานั้นว่า
          ข้อ ๑.เช้าราศีอยู่แห่งใด
          ข้อ ๒.เที่ยงราศีอยู่แห่งใด
          ข้อ ๓. ค่ำราศีอยู่แห่งใด
          ธรรมบาลขอผลัด ๗ วัน ครั้นล่วงไปได้ ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ได้ จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น  มีนกอินทรี ๒ ตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น ครั้งเวลาค่ำนางนกอินทรีจึงถามสามีว่า พรุ่งนี้จะได้อาหารแห่งใด สามีบอกว่า จะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามว่า ปัญหานั้นอย่างไรสามีจึงบอกว่า ปัญหาว่าเช้าราศีอยู่แห่งใด เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกถามว่า จะแก้อย่างไร สามีบอกว่า เช้าราศีอยู่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีอยู่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก เวลาค่ำราศีอยู่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า
          ครั้งรุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง ๗ อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาล ศีรษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดินไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้นเอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดาผู้ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้ว แห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วก็เชิญประดิษฐานไว้ในมณฆปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ พระเวสสุกรรมก็นฤมิตรแล้วด้วย แก้วเจ็ดประการชื่อ ภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมุลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้งแล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ครั้งถึงครบกำหนด ๓๖๕ วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์นางเทพธิดาเจ็ดองค์ จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น เราสมมติเรียกว่า นางสงกรานต์ มีชื่อต่างๆ ดังนี้ ทุงษ, โคราค, รากษส, มัณฑา, กิริณี, กิมิทา และ มโหทร




อย่างนี้ไม่ปั่น แต่โดนสาป

โอเค้!!
บันทึกการเข้า
 ลันล้า
ปั่นแปะ
ปั่นแล้วแปะ
ปั่นโป้ง
ปั่นแป้ง
ปั่นปิ้ง
ปั่นปุ้มปุ้ย
ปั่นปั้น

555 กดช้าไป มีคนตัดหน้าซะแล้วหนู
บันทึกการเข้า

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...
     ตำนานของสงกรานต์นี้มีปรากฎในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพน โดยย่อว่า มีบุตรของเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ ธรรมบาลกุมาร เป็นผู้ที่รู้ภาษานกแล้ว เรียนไตรเพทจบ เมื่ออายุได้เจ็ดขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆ แก่มนุษย์ทั้งปวง ซึ่งในขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งว่า เป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ สัญญาไว้ว่า ถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศีรษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย   ปัญหานั้นว่า
          ข้อ ๑.เช้าราศีอยู่แห่งใด
          ข้อ ๒.เที่ยงราศีอยู่แห่งใด
          ข้อ ๓. ค่ำราศีอยู่แห่งใด
          ธรรมบาลขอผลัด ๗ วัน ครั้นล่วงไปได้ ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ได้ จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น  มีนกอินทรี ๒ ตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น ครั้งเวลาค่ำนางนกอินทรีจึงถามสามีว่า พรุ่งนี้จะได้อาหารแห่งใด สามีบอกว่า จะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามว่า ปัญหานั้นอย่างไรสามีจึงบอกว่า ปัญหาว่าเช้าราศีอยู่แห่งใด เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกถามว่า จะแก้อย่างไร สามีบอกว่า เช้าราศีอยู่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีอยู่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก เวลาค่ำราศีอยู่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า
          ครั้งรุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง ๗ อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาล ศีรษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดินไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้นเอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดาผู้ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้ว แห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วก็เชิญประดิษฐานไว้ในมณฆปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ พระเวสสุกรรมก็นฤมิตรแล้วด้วย แก้วเจ็ดประการชื่อ ภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมุลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้งแล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ครั้งถึงครบกำหนด ๓๖๕ วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์นางเทพธิดาเจ็ดองค์ จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น เราสมมติเรียกว่า นางสงกรานต์ มีชื่อต่างๆ ดังนี้ ทุงษ, โคราค, รากษส, มัณฑา, กิริณี, กิมิทา และ มโหทร




อย่างนี้ไม่ปั่น แต่โดนสาป

โอเค้!!


เอวัง  ตำนานสงกรานต์ก็จบลงด้วยประการฉะนี้

ปล.โอฬารขยันหาตำนานมาแปะเป็นสาระดี
บันทึกการเข้า

โล่ง
สิ่งมหัศจรรย์แห่งเว็บฟอนต์อย่างที่ 7

สาวกเว็บนี้ปั่นกันได้ทุกสถานการณ์  (แจ๋ว แจ๋ว)
บันทึกการเข้า

there are no regrets in life, just lessons . .
เนื้อหาทั้งหมด made by ooooo  ยิ้มน่ารัก


ล้อเล่น

เอามาจากเว็บนี้นะครับ ลืมอ้างอิงที่มา
http://www.banfun.com/culture/newyearthai.html
บันทึกการเข้า
เออ  แล้วรู้รึปล่าว

ช่วงก่อนนอนราศีอยู่ตำแหน่งใด   ฮี่ๆ
บันทึกการเข้า

โล่ง
มีใครอยู่มหาลัยแล้วบ้างอะ อยากได้รุ่นพี่แนะนำ แล้วเรียนที่ไหนกันบ้างคะ +คณะด้วย
บันทึกการเข้า

ดอกบัวตองนั้นงามอยู่บนยอดดอย...ดอกเอื้องสามปอย..บ่เคยเบ่งบานบนลานพื้นดิน..
หน้า: 1 ... 13 14 15 16 17 18 19 [20] 21 22 23 24 25
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!