หน้า: [1]
 
ผู้เขียน หัวข้อ: พระจริยวัตร  (อ่าน 5313 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
อยากทราบพระจริยวัตรนะโฮกครับ จะเอามาเขียนในบันทึกการอ่านนะโฮกครับ เขียนเรื่อง "ประหยัด" สื่อสอนสั่งลูกหลานไทยไปแล้วนะโฮกครับ ของพระเจ้าอยู่หัวนะโฮกครับ หมีโหดดดด
บันทึกการเข้า

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ
แอบอ้าง
ดร.สุเมธเล่าว่า ... บางทีเราประกาศโครมๆ ให้ประหยัด พวกเราก็บอกมาประหยัด ครูอาจารย์ก็สอนให้ประหยัด แต่ก็อดไม่ได้ เดี๋ยวก็ซื้อเสื้อ ซื้อผ้า แก้วแหวน เงินทอง แต่ปรากฏว่าเมื่อดูเข้าไปลึกซึ้งจริงๆ ดูให้อย่างมีประโยชน์แล้ว ไม่มีอะไรจำเป็นจริงๆ เลย พระองค์ท่านทรงเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ดูแค่ฉลองพระบาท พวกตามเสด็จฯ ทั้งหลายใส่รองเท้านอก และยิ่งมาจากต่างประเทศใส่แล้วนุ่มเท้าดี พระองค์ทรงอะไร ผลิตในเมืองไทย แม้กระทั่งพวกเรายังไม่ซื้อใส่กันเลย คู่ละร้อยกว่าบาท สีดำเหมือนอย่างที่นักเรียนใส่กัน ดูสิ พระมหากษัตริย์ซื้ออะไรก็ได้ อย่าดูพระองค์เฉยๆ เราจะเกิดความประทับใจในพระองค์ แต่มองให้ละเอียดถี่ถ้วน ฉลองพระองค์ปีแล้วปีเล่า 6-7 ปี ก็เป็นองค์นั้น ผมจำได้มีอยู่ 3 องค์ มีสีเทาแล้วก็ลายๆ สีน้ำตาล และก็อีกองค์หนึ่งสีน้ำเงิน

วันหนึ่งเป็นการละลาบละล้วงมาก ที่ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ในพระราชวังเป็นการส่วนพระองค์ ก็นั่งถวายงาน ทรงฉลองเสื้อเชิ้ต ปรากฏว่าคอเสื้อเชิ้ตของพระองค์ ซึ่งเป็นเรา เราทิ้งแล้ว นาฬิกาเรือนละไม่กี่ร้อยบาท ทรงใช้ดินสอปีหนึ่งกองกลางในพระองค์ ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.บุตรี บอกผมมา ว่าปีหนึ่งพระองค์เบิกดินสอ 12 แท่ง เดือนละแท่งใช้จนกระทั่งกุด ใครอย่าไปทิ้งของท่านนะทรงกริ้วเลย ประหยัดทุกอย่าง เป็นต้นแบบทุกอย่าง ทุกอย่างนี้มีค่าสำหรับพระองค์หมด ทุกบาททุกสตางค์จะใช้อย่างระมัดระวัง จะสั่งให้เราปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ...

ใช้ได้มั้ยอ่ะเคน  งง
credit : pantip
บันทึกการเข้า

there are no regrets in life, just lessons . .
แอบอ้าง
ในหลวง ทรงครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุไม่มาก  พระองค์ทรงพระราชสมภพในประเทศสหรัฐอเมริกา
ทรงศึกษาที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ กลับมาเรียนเมืองไทยประมาณ 2-3 ปี
ที่รร.มาแตร์เดอี  พระองค์ทรงเกิด โตที่เมืองนอก 
แต่ท่านทรงมีความเป็นไทยอย่างสมบูรณ์

               ต้องทราบพระราชประวัติ พระจริยวัตร วิธีคิดของการทำงานของพระองค์  โครงการพระราชดำริมีปรัชญาอย่างไร

               พระปฐมบรมราชโองการ

               - เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม-

                คือ คำสัญญา  พระราชปณิธาน ตั้งมั่นในพระทัย และตลอดมา ปีหน้าจะครบ 60 ปีที่ครองราชย์มา ทรงยึดมั่นตรงนี้ คือพื้นฐานเบื้องต้นของพระองค์ท่านว่า จะครองราชย์อย่างไร พระจริยวัตรเป็นอย่างไร

เราจะเดินตามรอยพระยุคลบาทอย่างไร

                1. ตามรอยชีวิตที่เรียบง่าย

                    - หลอดยาสีฟันของพระเจ้าอยู่หัว  พระองค์ท่านจะใช้จนหมด จนกระทั่งบีบไม่ออก  จึงทิ้ง  ยาสีฟันหลอดนี้มีข้อคิด- การมัธยัสถ์ 

                   -  ฉลองพระองค์ เสื้อนอก  มีไม่ถึง 10 องค์  เสื้อเชิต ยี่ห้อสมใจนึก บางลำภู

                   - ฉลองพระบาท  ที่ทรงใช้อยู่  ยี่ห้อ นันยาง

                   - ดินสอ พระองค์ใช้เหลือ 2 นิ้ว  มหาดเล็ก นำไปทิ้งขยะ  พระองค์ท่านตามหาดินสอหายไปไหน มหาดเล็กต้อง กลับไปหามาคืนพระองค์ท่าน

                   - พระองค์ท่านทรงสอนพระโอรส ธิดา  พระองค์ทรงมีวิญญาณนักฝึกอบรมตลอด มีวิธีสอนที่ทรงปฏิบัติเอง

                   - อย่าดูถูกเศษสตางค์

                   - คนเรามีทั้งคนดี และไม่ดีในตัวทุกคน แต่ต้องเอาความดีที่มีอยู่ในตัวทุกคนมาใช้


เป็นส่วนหนึ่งหน่ะ อ้างอิงมาจากลิงก์นี้เลย

http://gotoknow.org/archive/2006/03/24/20/12/09/e20756

บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
-/\- ขอพระองค์ทรงพระเจริญ -/\-
บันทึกการเข้า

นานๆ จะเข้ามาที
พระจริยวัตร "ประหยัด" สื่อสอนสั่งลูกหลานไทย

http://www.mfa.go.th/web/251.php?id=16184
บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
แอบอ้าง
    เมื่อสนพระทัยเรือรบตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ก็ทรงซื้อหนังสือมาทรงศึกษา ทรงทราบถึงลักษณะของเรือและการรบทางทะเลของแต่ละลำอย่างดีมาก ทรงแบ่งกันเป็นชาติ รัชกาลที่ 8 ทรงเลือกของเยอรมัน รัชกาลที่ 9 ทรงเลือกของอังกฤษและอเมริกา
    เมื่อถึงเวลาสนพระทัยแผ่นเสียงก็แบ่งกันอีก รัชกาลที่ 9 ทรงเลือก Louis Armstrong และ Sidney Bechet รัชกาลที่ 9 ทรงเลือก Duke Ellington และ Count Basie เกี่ยวกับการซื้อแผ่นเสียงนี้ ถ้าเป็นแจ๊สต้องซื้อเอง ถ้าเป็นคลาสสิกเบิกได้
    เมื่ออยู่ที่ภูเขาได้เห็นคนที่ไปตามบ้านเพื่อรับจ้างซ่อมหม้อ ทรงเห็นว่าคงสนุกดี เมื่อกลับมาโลซานน์ทรงซื้อเศษตะกั่วที่เป็นท่อนหรือชิ้นที่เขาทิ้งเขาขายตามน้ำหนัก มาละลายในหม้อซึ่งใช้เฉพาะการนี้ เทใส่พิมพ์ที่ทำจากผงพลาสเตอร์ (Plaster) ละลายน้ำ ตอนแรกทำเป็นแท่งทับกระดาษ และสมมติว่าเป็นทอง ต่อไปได้ปั้นดินน้ำมันแทนพลาสเตอร์เป็นรูปหัวกะโหลกและชุบในตะกั่วที่ละลายปนกับดีบุกซึ่งเอามาจากหลอดยาสีฟัน เอาเข็มหมุดปักลงไป ทำเป็นเข็มปักปกเสื้อนอก ครั้งหนึ่งก้อนตะกั่วหนักมากหลุดมือหล่นลงไปในอ่างล้างหน้า ทำให้แตก ถึงแม้ว่าแม่จะเอาใช้เพียงครึ่งราคาก็ยังแพงมาก
    การถ่ายรูปเริ่มด้วยกัน แต่รัชกาลที่ 8 เลิกไปภายหลัง รัชกาลที่ 9 ทรงเล่าว่ากล้องแรกราคา 2.50 แฟรงค์ ฟิล์มม้วนละ 0.25 แฟรงค์ ม้วนหนึ่งมี 6 รูป ม้วนแรกนั้นเสียไป 5 รูป และรูปที่ 6 ที่ดีนั้น คนอื่นเป็นผู้ถ่าย
    ครัวก็เคยทำด้วยกัน เคยทำเนื้อสันในลูกวัวกับครีม (Mignons de veau) ทำบนเตาของเล่นที่ซื้อมา เนยก็เคยตีด้วยมือจากครีม และเคยช่วยแหนนทำเนยถั่วลิสง (Peanut Butter) แต่รัชกาลที่ 9 ทรงมีอาหารจานหนึ่งที่ทรงคิดขึ้นเองชื่อไข่พระอาทิตย์ เป็นไข่เจียวที่มีเม็ดข้าวเกรียม ๆ เหมือนกับจุดในพระอาทิตย์
    สิ่งที่ทรงเล่นมาด้วยกันเป็นเวลานานคือดนตรี รัชกาลที่ 8 ทรงเริ่มด้วยเปียโนเพราะเห็นข้าพเจ้าเรียนอยู่ รัชกาลที่ 9 ขอเล่น หีบเพลง (accordian) เรียนอยู่ไม่กี่ครั้งก็ทรงเลิก “เพราะไม่เข้ากับเปียโน” แล้วรัชกาลที่ 8 ก็ทรงเลิกเรียนเปียโนไป เมื่ออยู่ที่อาโรซ่าเวลาหน้าหนาว ได้ทอดพระเนตรวงดนตรีวงใหญ่ที่เล่นอยู่ที่โรงแรม รู้สึกอยากเล่นกัน ทรงหาแซกโซโฟนที่เป็นของใช้แล้ว (second hand) มาได้ ราคา 300 แฟรงค์ แม่ออกให้ครึ่งหนึ่ง

http://www.swu.ac.th/royal/book6/b6c9t2.html


เคยค้นคว้าพระจริยวัตรส่วนพระองค์ จำได้ว่าอ่านเจอจากหนังสือเล่มหนึ่งในห้อสมุดพูดถึง เมื่อครั้งทรงพระเยาว์พระองค์ประทับที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พระชนมายุประมาณ 9 (พรรษา/ชันษา งง ) ทรงปลูกพืชผักสวนครัวแล้วนำมาจำหน่ายภายในตำหนัก และเคยรับจ้างเก็บผลไม้กับสวนหลังบ้านที่ติดกัน.......พระองศ์ทรงขยันและรู้จักคุณค่าของเงินตั้งแต่ทรงพระเยาว์เลยหล่ะ (แจ๋ว แจ๋ว)

สมเด็จย่าทรงปลูกฝังให้ยุวกษัตริย์อยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย งานบ้านก็ทำกันเอง ทรงแบ่งหน้าที่ให้รับผิดชอบในการทำความสะอาดดูแลพระตำหนัก (ถูพระตำหนักเองด้วยหล่ะ) เมื่อเกิดสงครามโลกก็ไม่ได้กลับเมืองไทยตามคำขอทูลเชิญเสด็จกลับ ทรงเชื่อมั่นในความเป็นประชาธิปไตบและความกลางของสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างที่มีสงครามนั้นก็ไม่ได้ปฏิบัติพระองค์ต่างไปจากสามัญชนชาวสวิส ทรงต่อแถวเข้าคิวรับส่วนแบ่งอาหาร เฉกเช่นเดียวกับคนอื่นๆ และยังได้สอนยุวกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ให้รู้จักประหยัด ช่วยเหลือตนเอง และแบ่งเบาภาระของแม่ สมเด็จย่าทรงทำแยมผลไม้เก็บไว้เสวยกันเองในครอบครัว ด้วยเล็งเห็นว่าจะสามารถเก็บไว้ได้นาน และช่วยให้ประทังชีวิตไปได้หากเกิดเหตุการณ์ยืดเยื้อ


-/\-

จำได้คร่าวๆ เท่านี้ ส่วนที่ไม่ได้แอบอ้าง คือเคยอ่านมาแล้วพิมพ์้เท่าที่จำได้ ถ้าหาไฟล์แหล่งต้นตอเจอจะเอามาแปะไว้อีกทีนะจ๊ะ  ยิ้มน่ารัก

ปล. ถ้าใช้ราชาศัพท์คำไหนผิดช่วยแก้ให้ด้วยนะคะ ไม่สันทัดกรณีจริงๆ  (เหงื่อแตกพลั่ก)
บันทึกการเข้า
ขอบคุณครับ เดี๋ยวจะลองดูครับ (แจ๋ว แจ๋ว)
บันทึกการเข้า

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ






กระจู๋ดี ๆ อีกแล้ว (แจ๋ว แจ๋ว)


ขอเปลี่ยน

"พระจริยวัตร" ถ้าเคนหมายถึงของพระเจ้าอยู่หัว ควรเปลี่ยนเป็น "พระราชจริยวัตร" นะครับ


บันทึกการเข้า

งบน้อย
เมื่อเช้าดูข่าวที่ว่า ในหลวงยืนมองออกไปในทะเลเป็นเวลานาน โดยไม่ตรัสอะไรกับใครเลย

ร้องไห้เลยอ่ะ... เศร้า
บันทึกการเข้า

เต็มที่ แปลว่า ทำดีที่สุดตั้งแต่ครั้งแรก
แป้ก หมีโหดดดด
บันทึกการเข้า

ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก
"...มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าอายุสิบแปดได้ตามเสด็จ...
ตอนนั้นเป็นช่วงหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เสด็จฯ เยี่ยมราษฏรทุกจังหวัดและอำเภอใหญ่ๆ
ก็เสด็จฯประมาณ 9 โมงเช้า เสด็จออกทรงเยี่ยมราษฏรมาเรื่อยๆ
ทีนี้ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า แหม นานเหลือเกิน ตอนนั้นยังไม่กางร่ม
ตอนนั้นยังไม่ค่อยกลัวแดด ไม่ใส่หมวก
ก็รู้สึกแดดร้อนเปรี้ยง หนังเท้านี่รู้สึกไหม้เชียว
...ก็เดินเข้าไปกระซิบกับท่านว่าพอหรือยัง ก็โดนกริ้ว
...บอกนี่เห็นไหมราษฏรเขาเดินมาเป็นวันๆ เพื่อมาดูเราแม้แต่นิดเดียว
แต่นี่เรายืนอยู่ไม่เท่าไรล่ะตอนนี้ทนไม่ไหวเสียแล้ว.."

--------------------------------------------------------------
"...จดหมายประชาชนส่งถึงในหลวงถึงมือท่านทุกฉบับหรือไม่?
รองราชเลขาธิการกล่าวว่า  ส่วนใหญ่ถึงมือทุกฉบับ
แต่ถ้าไม่เหมาะสมก็ไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯ
ขอยืนยันเรื่องนี้ คุณแม่เขียนจดหมายถึงท่านมา 10 ปีแล้วค่ะ 
ปีที่แล้วมีจดหมายจากสำนักพระราชวังส่งมาให้ใจความว่า...
จดหมายที่แม่เขียนถึงในหลวง ท่านทรงอ่านทุกฉบับคุ่ะ
แม่ร้องให้ตื้นตันใจมากๆ เลย...



พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
วันที่ 11สิงหาคม พ.ศ.2534


บันทึกการเข้า

..ชีวิตต้องเรียนรู้..
 ยิ้มน่ารัก มีความสุขครับที่ได้อยู่ใต้ร่มพรบรมโพธิสมภาณ
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
หน้า: [1]
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!