หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 ... 111
 
ผู้เขียน หัวข้อ: กระจู๋สูญเสีย  (อ่าน 229970 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
เช้าวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2549

ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงแม่ตะโกนว่า “ย่าฟื้นแล้วๆ”

ตูรีบวิ่งขึ้นไปดูย่าทันที
สภาพแรกที่เห็นคือ ย่าร้องไห้โฮ ร้องไห้ ๆๆๆๆๆ เหมือนคนตกใจ ดีใจ อะไรซักอย่าง
แล้วก็พยายามพูดอะไรที่ฟังไม่เป็นคำ เหมือนพยายามจะบอกอะไร (ก่อนหน้านี้ย่าท่านเคยล้มมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้พูดไม่รู้เรื่องและมีอาการหลงบ้าง) พอตั้งสติกันได้ก็เช็คตามที่เพื่อนบอก ลองเรียกออกไปว่า “ย่าๆๆๆ”

ย่าแกหยุดร้องแล้วกลอกตามมาครับ

โครตดีใจเลย

ลองเช็คดูปฏิกิริยาอื่นๆ ย่าแกขยับแขนขาได้ แต่ขยับตัวไม่ได้ บีบมือเราแน่นเลย
ก็เลยรีบเอารถมาและยกตัวย่าลงจากบ้านเพื่อพาส่งโรงพยาบาลทันที
บันทึกการเข้า

ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววววว
ขอแสดงความดีใจด้วยครับ
บันทึกการเข้า
ขอแสดงความดีใจด้วยครับ
บันทึกการเข้า

กินรอบวง
ขอแสดงความดีใจอย่างสุดซึ้งครับ
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
 ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า
ดีใจด้วยนะตั้ม
บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R
เอ่อ มาทีหลัง  งง
ดีใจด้วยนะคะ 
บันทึกการเข้า

ท่องเที่ยวเป็นงานหลัก ถ่ายรูปเป็นงานรอง
วาดรูปเป็นงานอดิเรก ขายยาเป็นงานประจำ
บททดสอบจิตใจบทแรก

ขอให้พระคุ้มครองครับ
บันทึกการเข้า

[ FACT HOSTING ] [ บ้านโฮมฮัก ]
Today you , Tomorrow me.
ระหว่างทางรีบโทรไปหาเพื่อนหมอ เพื่อเตรียมคำถามที่น่าจะถามได้เพื่อให้เข้าใจว่าย่าเป็นอะไรมากขึ้น ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเช้านี้ให้มันฟังทั้งหมด เพื่อนหมอมีท่าที่ตกใจและสงสัยมาก

ตู : เฮ้ยย่าตูฟื้นแล้วว่ะ (เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง)
เพื่อนหมอ : เฮ้ยมึงลองตะล่อมถามหมอหน่อยว่าย่ามึงวันก่อนนะวันก่อน เค้าเป็นอะไรแน่ ลองตะล่อมๆถามนะ เฮ้ย วันนี้วันเสาร์ไม่มีหมอต้องส่งเข้าฉุกเฉิน งั้นลองตะล่อมพยาบาลก็ได้ให้เค้าค้นประวัติเก่าดู กูอยากรู้
ตู : ทำไมต้องตะล่อมวะ ถามเฉยๆไม่ได้เหรอ
เพื่อนหมอ : บางทีนางพยาบาลบางคนเค้าเรื่องมาก เออเป็นเรื่องภายในวงการมึงอย่ารู้เลย
ตู : ???????

พอรถไปจอดถึงโรงพยาบาล ก็มีบุรุษพยาบาลวิ่งเข็นเตียงมาจากห้อง ER ทันที เพื่อมารับย่าออกจากรถ ในห้อง ER หมอเวรไม่อยู่ มีคนนอนปวดท้องอยู่คนนึง พยาบาลก็จำย่าเราได้ทักว่า

พยาบาล : อ้าว นี่ยายวันนั้นนี่
ตู : ครับ (พร้อมเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้ฟัง)
พยาบาล : แล้วจะให้ทำอะไรบ้าง
ตู : (เอ๊ะ เริ่มงงว่าคำถามนี้ใครจะต้องถามใคร) ก็ย่าไม่ได้รับน้ำ อาหาร มา 2 วันเต็มๆ แล้วครับอยากให้เรื่องน้ำเกลือกับอาหารก่อน
พยาบาล : แล้วถ้าให้อาหารเหลว แล้วหัวใจแกหยุดเต้นแบบวันนั้น จะให้ใส่เครื่องช่วยหายใจมั๊ยคะ
ตู : (งง อีกระรอก พร้อมสวนกลับไปหมัดนึงด้วยความโมโหว่า) เอ่อ ไม่ทราบว่าคำถามท่าถามมานี่ปกติเป็นคำถามที่ใช้ถามคนไข้เหรอครับ ผมไม่รู้หรอกว่าจะทำอะไรบ้าง ทำอะไรก็ได้ให้ย่าผมดีขึ้นน่ะครับ
พยาบาล : อ๋อ ไม่ถามคนไข้ค่ะ ถามญาติคนไข้ คนไข้สลบถามไม่ได้
ตู : (สัด)
พยาบาล : ว่าไงคะ
ตู : ผมว่าผมรอคุยกับคุณหมอดีกว่าครับ

ลูกๆหลานๆลงความเห็นว่า ท้ายที่สุดถ้าการใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นสิ่งสุดท้านที่ต้องทำก็จะทำ แต่ถ้าทำไปแล้วไม่ได้ช่วยให้สภาพย่าดีขึ้นมาก็จะให้หมอถอดอีกครั้ง แต่จะไม่พากลับบ้านเหมือนเดิมแล้ว

ท่านหมอบอกมาอย่างนี้ครับ

หมอท่านนี้ไม่ใช่หมอที่เป็นหมอท่านที่ดูไข้ย่าสามวันก่อน แต่เป็นหมอเวรประจำที่ ER หมอท่านบอกว่า คนแก่ปกติจะมีภาวะเส้นเลือดตีบในสมอง และย่าของผมก็มีภาวะเบาหวาน วันแรกที่เกิดอาการช็อคหมดสติ อาจเป็นไปได้ที่เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก จนอาอากาศไปเลี้ยงสมองไม่พอ เกิดเป็นอัมพาส การที่อากาศไปเลี้ยงสมองไม่พออาจทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของระบบอื่นๆ เช่นระบบการหายใจ การเต้นของหัวใจได้ ซึ่งในวันนั้นอาการของคุณย่าของคุณก็ได้มีการปั๊มหัวใจถึง 2 ครั้ง และไมสามารถหายใจเองได้ต้องมีเครื่องช่วยหายใจ ณ สภาวะตอนนั้นความเป็นความตายเกิดได้ในทุกวินาที คุณหมออาจให้ญาติตัดสินใจแบบวันนั้น

หมอท่านชี้แจงเอาไว้เท่านี้ครับ พร้อมส่งตัวย่าไปที่ตึกคนไข้ใน และก็ให้อาหารเหลว พร้อมกับให้น้ำเกลือ

ตอนนี้ย่าก็คงยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาลครับ เพราะต้องรอหมอพรุ่งนี้ถึงจะเข้า

ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมได้สูญเสียย่าของผมไปแล้วจริงๆ ทุกคนที่เป็นลูกหลานรู้สึกจมอยู่กับว่าย่าจะตาย แม่เราจะตาย จะตาย ๆ มาหลายวัน

ที่อยากจะบอกก็คือ
1.อยากให้รักพ่อแม่พี่น้อง (ที่ยังมีชีวิตอยู่) ให้มากขึ้น
2.อยากให้รักตัวเองให้มากขึ้น เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าคนข้างๆ หรือคนข้างหลังคุณ แม้คนไกลๆ บางครั้งเค้ารักคุณมากขนาดที่คุณไม่รู้
3.สำหรับหมอใหม่ หมอเก่า พยาบาล ทุกท่านที่อ่านนะครับ ผมไม่อยากให้ญาติผู้ป่วยเป็นแบบผมเลย ดังนั้นผมขอร้องให้ประเมินเรื่องลักษณะนี้ให้ละเอียดๆ นะครับ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่ไม่ค่อยมีการศึกษา (แบบบ้านผม) บางครั้งการให้เค้าตัดสินใจอะไรที่ยากเกินการใช้ตรรกกะแบบชาวบ้านทำได้ หมอก็ควรชี้แนะแนวทางที่ดีที่สุด (ในทัศนะของหมอ) ให้เค้าส่วนหนึ่งด้วย

ปล.ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาให้กำลังใจ ตอนนี้ย่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ก็อยู่ด้วยสภาพที่ไม่ดีนัก พรุ่งนี้ถ้ามีความคืบหน้าอะไรจะมาเล่าให้ฟังเพิ่มนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 พ.ย. 2006, 00:08 น. โดย I_AM_SUD_YOD » บันทึกการเข้า

ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววววว
EXRAY  บ่มี มีแต่  X-RAY  เน้อ

จึงเรียนมาเพื่ือทราบ
บันทึกการเข้า

ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม
อาจจะพิมพ์ผิดบางคำนะครับ
ต้องขอโทษด้วย เพราะบางคำไม่ค่อยได้ใช้จริงๆ
บันทึกการเข้า

ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววววว
เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในสถานพยาบาลอื่น ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ดังนั้นความเห็นที่ให้ไว้ในที่นี้จึงขึ้นกับข้อมู,ที่ได้รับเท่านั้น ไม่ควรนำไปอ้างอิงในที่ใดๆ

เรื่องราวที่เล่ามาทั้งหมด ผมว่าคุณตั้มต้องสงสัยแน่ว่าเป็นอะไรกันแน่ รักษายังไง รักษาถูกต้องแล้วไหม ทำไมจึงมีคนพูดอะไรที่แปลกๆฟังไม่เข้าหู  สิ่งที่ดีอย่างหนึ่งคือคุณตั้มมีเพื่อนเป็นหมอน่าจะได้คุยกันมาแล้วบางส่วน
ผมประเมินจากเรื่องเล่าได้คร่าวๆดังนี้คือ
ญาติพบว่าคุณย่าหยุดหายใจ หัวใจไม่เต้น --- พาส่งรพ.หมอก็ปั๊มหัวใจ --- หัวใจเต้นอีกครั้ง แต่คุณย่าไม่ฟื้น --- หลังจากนั้นให้นอนในรพ. หัวใจหยุดเต้นเป็นช่วงๆ ยังไม่ฟื้น --- ถ้าถอดเครื่องช่วยหายใจ ก็ไม่ยอมหายใจเอง --- พากันกลับบ้าน ถอดเครื่องช่วยหายใจที่บ้าน --- ปรากฎว่าหลังถอดเครื่องช่วยหายใจ ยังหายใจเองได้ --- ผ่านไป1วันกว่าๆ2วัน ยังหายใจได้ --- เช้าวันที่3 คุณย่ารู้ตัว
อาการรู้ตัวที่เห็น คือ ขยับตัวไม่ได้ ขยับแขนขาได้(ไม่รู้ว่าได้แค่ไหน) กลอกตาตามเสียงได้ พูดไม่เป็นคำ ได้ประวัติตรงนี้อีกอันคือ  "ก่อนหน้านี้ย่าท่านเคยล้มมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้พูดไม่รู้เรื่องและมีอาการหลงบ้าง"

ถาม คุณย่าเป็นอะไร หัวใจถึงหยุดเต้นเรียกไม่รู้ตัว
ตอบ ไม่ทราบครับ  แต่ความเป็นไปได้ก็คือ น่าจะเป็นจากหัวใจหรือไม่ก็สมองเกิดขาดเลือดเฉียบพลัน เพราะเป็นสองตัวที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ในลักษณะที่เหมือนนอนหลับ อีกสาเหตุหนึ่งที่เจอได้บ้างในคนสูงอายุคือเสลดติดคอแล้วขาดอากาศ (ตามมาด้วยหัวใจและสมองขาดเลือดเช่นกัน)

ถาม ภาวะที่ย่าเป็นตอนที่ปั้มหัวใจแล้วหัวใจเต้น แล้วไม่รู้ตัว คืออะไร
ตอบ ถ้าตอนนั้นหัวใจหยุดจริงและหยุดเป็นเวลานาน การปั้มหัวใจส่วนใหญ่จะทำให้หัวใจกลับมาเต้นใหม่ได้ในบางราย.... แต่ที่สำคัญคือสมอง หากสมองขาดเลือดเป็นระยะเวลาสั้นๆ จะเกิดการทำลายขึ้น การทำลายเริ่มตั้งแต่นาทีแรกๆไปเรื่อยๆ พอถึง4นาที การทำลายจะมากจนไม่ค่อยมีหวังในการฟื้นตัว 
ในผู้ป่วยทุกรายที่หัวใจหยุดเต้นและได้รับการนวดหัวใจหรือใช้ยาจนหัวใจเต้นอีกครั้ง จะมีการขาดเลือดของสมองไม่มากก็น้อย"เสมอ" ผู้ป่วยจะสลบไม่ค่อยฟื้นเรียกไม่ค่อยตอบสนอง ปกติแพทย์จะให้ดูอาการต่อไปก่อน ระหว่างนี้จะมีการตรวจร่างกายทางระบบประสาทเป็นพักๆเพื่อประเมินว่าไหวหรือไม่... พอมีหวังฟื้นไหม การตรวจดังกล่าวมีตั้งแต่การตรวจม่านตา การหายใจ ระบบประสาทตา การตอบสนองกล้ามเนื้อ ลักษณะการเต้นของหัวใจ
กรณีนี้มีสิ่งหนึ่งที่เจอคือ หัวใจหยุดเต้นเป็นพักๆ และไม่หายใจเอง เป็นตัวบอกว่าไม่ค่อยดี เพราะถ้าขาดสองอย่างนี้ หมายถึงสมองส่วนดังกล่าวเกิดการขาดเลือดจนเสียการทำงานไป.... ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รอด

ถาม ถ้าหมอบอกว่าหมดหวังแล้ว ทำไมถึงกลับไปที่บ้านแล้วฟื้นได้
ตอบ ประเด็นนี้มีจุดนึงก็คือ เมื่อถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วปรากฎว่ายังหายใจต่อได้นาน และหัวใจที่หยุดเต้นเป็นพักๆ กลับเต้นดีต่อเนื่อง ทำให้เกิดช่วงระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ดังนั้นสมองที่ขาดเลือด หรือเส้นเลือดที่เกิดการอุดตันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง .... ก็สามารถเกิดการกลับมาทำงานใหม่อีกครั้งได้ ....
แต่การฟื้นจากลักษณะแบบนี้มั่นใจได้ค่อนข้างมากว่าจะเกิดผลตามมาคือการอัมพาตบางส่วน เนื่องจากสมองได้โดนทำลายไปบางส่วนตั้งแต่วันแรกแล้ว

ถาม ทำไมพยาบาลจึงถามว่า "ถ้าหยุดหายใจอีกหัวใจหยุดเต้นอีก จะให้ใส่เครื่องอีกไหม"
ตอบ เพราะครอบครัวของคุณได้ผ่านการถอดเครื่องไปแล้วครั้งนึงและกลับไปบ้านแล้ว.... กรณีนี้ส่วนมากมักเป็นกับคนไข้ที่ไม่มีหวัง ดังนั้นพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ควร... ไม่สิ "ต้อง" ถามให้แน่ว่าจะใส่ท่อช่วยหายใจอีกหรือเปล่า
มีหลายกรณีครับ ที่กลับมารพ.แล้วตัดสินใจใส่อีกครั้ง คราวนี้เกิดเอาออกไม่ได้ ก็ต้องอยู่ในสภาพผัก(Vegetative state) ไปอีกเป็นปีๆ ลักษณะนี้ทางกฎหมายไม่ให้เอาออก ดังนั้นก็จะเกิดปัญหาตามมาอย่างมาก ทั้งครอบครัวผู้ป่วยและรพ. ......
อีกอย่าง การใส่ท่ออาหารในคนที่เคยหัวใจหยุดเต้นใหม่ๆ ต้องระวังเหมือนกันครับ เพราะทำให้หัวใจหยุดเต้นซ้ำได้

ยังมีต่อ....
บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
ดีใจด้วยที่ย่าไม่เป็นอะไร
บันทึกการเข้า


รอดูตอนจบ แสดงความเสียใจ/ยินดีตอนนี้เหมือนจะเร็วไป    เศร้า

                                       ยังมีตอนต่อไป ..
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในสถานพยาบาลอื่น ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ดังนั้นความเห็นที่ให้ไว้ในที่นี้จึงขึ้นกับข้อมู,ที่ได้รับเท่านั้น ไม่ควรนำไปอ้างอิงในที่ใดๆ

OK ครับ


เรื่องราวที่เล่ามาทั้งหมด ผมว่าคุณตั้มต้องสงสัยแน่ว่าเป็นอะไรกันแน่ รักษายังไง รักษาถูกต้องแล้วไหม ทำไมจึงมีคนพูดอะไรที่แปลกๆฟังไม่เข้าหู  สิ่งที่ดีอย่างหนึ่งคือคุณตั้มมีเพื่อนเป็นหมอน่าจะได้คุยกันมาแล้วบางส่วน
ผมประเมินจากเรื่องเล่าได้คร่าวๆดังนี้คือ
ญาติพบว่าคุณย่าหยุดหายใจ หัวใจไม่เต้น --- พาส่งรพ.หมอก็ปั๊มหัวใจ --- หัวใจเต้นอีกครั้ง แต่คุณย่าไม่ฟื้น --- หลังจากนั้นให้นอนในรพ. หัวใจหยุดเต้นเป็นช่วงๆ ยังไม่ฟื้น --- ถ้าถอดเครื่องช่วยหายใจ ก็ไม่ยอมหายใจเอง --- พากันกลับบ้าน ถอดเครื่องช่วยหายใจที่บ้าน --- ปรากฎว่าหลังถอดเครื่องช่วยหายใจ ยังหายใจเองได้ --- ผ่านไป1วันกว่าๆ2วัน ยังหายใจได้ --- เช้าวันที่3 คุณย่ารู้ตัว
อาการรู้ตัวที่เห็น คือ ขยับตัวไม่ได้ ขยับแขนขาได้(ไม่รู้ว่าได้แค่ไหน) กลอกตาตามเสียงได้ พูดไม่เป็นคำ ได้ประวัติตรงนี้อีกอันคือ  "ก่อนหน้านี้ย่าท่านเคยล้มมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้พูดไม่รู้เรื่องและมีอาการหลงบ้าง"

ถูกต้องตามนี้ครับหมอ ย่าขยับแขนไปทางข้างลำตัวได้ ยกขึ้นลงได้ และบีบมือได้แรง

ถาม คุณย่าเป็นอะไร หัวใจถึงหยุดเต้นเรียกไม่รู้ตัว
ตอบ ไม่ทราบครับ  แต่ความเป็นไปได้ก็คือ น่าจะเป็นจากหัวใจหรือไม่ก็สมองเกิดขาดเลือดเฉียบพลัน เพราะเป็นสองตัวที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ในลักษณะที่เหมือนนอนหลับ อีกสาเหตุหนึ่งที่เจอได้บ้างในคนสูงอายุคือเสลดติดคอแล้วขาดอากาศ (ตามมาด้วยหัวใจและสมองขาดเลือดเช่นกัน)

เท่าที่ถามหมอ หมอบอกว่าเช้านั้นน้ำตาลในเลือดขึ้นไปที่ 360 ครับ หมอชี้ประเด็นนี้

ถาม ภาวะที่ย่าเป็นตอนที่ปั้มหัวใจแล้วหัวใจเต้น แล้วไม่รู้ตัว คืออะไร
ตอบ ถ้าตอนนั้นหัวใจหยุดจริงและหยุดเป็นเวลานาน การปั้มหัวใจส่วนใหญ่จะทำให้หัวใจกลับมาเต้นใหม่ได้ในบางราย.... แต่ที่สำคัญคือสมอง หากสมองขาดเลือดเป็นระยะเวลาสั้นๆ จะเกิดการทำลายขึ้น การทำลายเริ่มตั้งแต่นาทีแรกๆไปเรื่อยๆ พอถึง4นาที การทำลายจะมากจนไม่ค่อยมีหวังในการฟื้นตัว 
ในผู้ป่วยทุกรายที่หัวใจหยุดเต้นและได้รับการนวดหัวใจหรือใช้ยาจนหัวใจเต้นอีกครั้ง จะมีการขาดเลือดของสมองไม่มากก็น้อย"เสมอ" ผู้ป่วยจะสลบไม่ค่อยฟื้นเรียกไม่ค่อยตอบสนอง ปกติแพทย์จะให้ดูอาการต่อไปก่อน ระหว่างนี้จะมีการตรวจร่างกายทางระบบประสาทเป็นพักๆเพื่อประเมินว่าไหวหรือไม่... พอมีหวังฟื้นไหม การตรวจดังกล่าวมีตั้งแต่การตรวจม่านตา การหายใจ ระบบประสาทตา การตอบสนองกล้ามเนื้อ ลักษณะการเต้นของหัวใจ
กรณีนี้มีสิ่งหนึ่งที่เจอคือ หัวใจหยุดเต้นเป็นพักๆ และไม่หายใจเอง เป็นตัวบอกว่าไม่ค่อยดี เพราะถ้าขาดสองอย่างนี้ หมายถึงสมองส่วนดังกล่าวเกิดการขาดเลือดจนเสียการทำงานไป.... ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รอด

กระจ่างครับ


ถาม ถ้าหมอบอกว่าหมดหวังแล้ว ทำไมถึงกลับไปที่บ้านแล้วฟื้นได้
ตอบ ประเด็นนี้มีจุดนึงก็คือ เมื่อถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วปรากฎว่ายังหายใจต่อได้นาน และหัวใจที่หยุดเต้นเป็นพักๆ กลับเต้นดีต่อเนื่อง ทำให้เกิดช่วงระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ดังนั้นสมองที่ขาดเลือด หรือเส้นเลือดที่เกิดการอุดตันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง .... ก็สามารถเกิดการกลับมาทำงานใหม่อีกครั้งได้ ....
แต่การฟื้นจากลักษณะแบบนี้มั่นใจได้ค่อนข้างมากว่าจะเกิดผลตามมาคือการอัมพาตบางส่วน เนื่องจากสมองได้โดนทำลายไปบางส่วนตั้งแต่วันแรกแล้ว



ถาม ทำไมพยาบาลจึงถามว่า "ถ้าหยุดหายใจอีกหัวใจหยุดเต้นอีก จะให้ใส่เครื่องอีกไหม"
ตอบ เพราะครอบครัวของคุณได้ผ่านการถอดเครื่องไปแล้วครั้งนึงและกลับไปบ้านแล้ว.... กรณีนี้ส่วนมากมักเป็นกับคนไข้ที่ไม่มีหวัง ดังนั้นพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ควร... ไม่สิ "ต้อง" ถามให้แน่ว่าจะใส่ท่อช่วยหายใจอีกหรือเปล่า
มีหลายกรณีครับ ที่กลับมารพ.แล้วตัดสินใจใส่อีกครั้ง คราวนี้เกิดเอาออกไม่ได้ ก็ต้องอยู่ในสภาพผัก(Vegetative state) ไปอีกเป็นปีๆ ลักษณะนี้ทางกฎหมายไม่ให้เอาออก ดังนั้นก็จะเกิดปัญหาตามมาอย่างมาก ทั้งครอบครัวผู้ป่วยและรพ. ......
อีกอย่าง การใส่ท่ออาหารในคนที่เคยหัวใจหยุดเต้นใหม่ๆ ต้องระวังเหมือนกันครับ เพราะทำให้หัวใจหยุดเต้นซ้ำได้



ถ้าหมอที่ รพ ฮธิบายได้ละเอียดแบบนี้ผมคงไม่มีคำถามล่ะครับ
แต่เรื่องท่อช่วยหายใจ ผมก็เข้าใจมากจากเพื่อนแล้วล่ะครับ และก็ตรงกันด้วยว่ากฏหมายไทยไม่รองรับให้ถอดได้ ถ้าใส่แล้วรอด (แต่ถ้านางพยาบาลชี้แจงได้แบบหมอ ผมก็จะไม่โกรธเค้าเลยนะ) แต่มีบางประเทศยอมรับ

ตรงนี้ทางลูกๆ ตอบหมอไปแล้วครับว่าถ้าถึงภาวะนั้น "ไม่ต้องใส่ครับ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 พ.ย. 2006, 00:52 น. โดย I_AM_SUD_YOD » บันทึกการเข้า

ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววววว
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 ... 111
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!